โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DeepSeek จ่อขึ้นราคา AI ครั้งใหญ่ หลังเขย่าตลาดด้วยโมเดลต้นทุนต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 03.26 น.

DeepSeek เตรียมยุติยุค AI ราคาถูกเป็นพิเศษ ด้วยการปรับขึ้นค่าบริการครั้งใหญ่ หลังโมเดล V4 Flash สร้างแรงกดดันต่อผู้พัฒนา AI ในสหรัฐและจีน

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 09.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า DeepSeek เตรียมขึ้นราคาค่าบริการ AI ครั้งใหญ่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของบริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI จากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดด้วยการตั้งราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมาก จนกดดันผู้พัฒนา AI รายใหญ่ในสหรัฐ

บริษัทจากเมืองหางโจว เปิดเผยผ่านประกาศถึงผู้ใช้งานเมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ว่า จะปรับขึ้นราคาบริการ AI ในระดับอย่างมีนัยสำคัญ (Significant) พร้อมแนะนำให้ลูกค้าวางแผนการใช้งานล่วงหน้า อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้เปิดเผยอัตราค่าบริการใหม่หรือวันที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้

ก่อนหน้านี้ DeepSeekได้รับความสนใจอย่างมาก หลังเปิดตัวDeepSeek V4 Flash ซึ่งมีประสิทธิภาพแข่งขันกับโมเดล AI ชั้นนำของโลก แต่คิดค่าบริการเพียงเศษเสี้ยวของคู่แข่ง โดยปัจจุบันคิดค่าบริการเพียง 0.14 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 0.28 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Output Tokens

เมื่อเทียบกับคู่แข่งในจีนอย่าง Moonshot AI ซึ่งเรียกเก็บค่าบริการโมเดล Kimi K3 ที่ 3 ดอลลาร์ และ 15 ดอลลาร์ ต่อ 1 ล้านโทเคนตามลำดับ ขณะที่ Anthropic คิดค่าบริการโมเดล Fable 5 สูงถึง 10 ดอลลาร์ และ 50 ดอลลาร์ ต่อ 1 ล้านโทเคน

ราคาที่ต่ำผิดปกติของ DeepSeek ทำให้เกิดคำเรียกในอุตสาหกรรมว่า "DeepSeek Danger Zone" ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่โมเดล AI ซึ่งมีราคาสูงกว่าหรือประสิทธิภาพด้อยกว่า อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ DeepSeekกำลังเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมีแผนสร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในเขตมองโกเลียใน เพื่อรองรับกำลังประมวลผล AI ระดับ 1 กิกะวัตต์ (GW) พร้อมทั้งอาจเช่ากำลังประมวลผลเพิ่มเติมจากบริษัทอื่น

ก่อนหน้านี้เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia เคยประเมินว่า การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 1 กิกะวัตต์ที่ติดตั้งชิป AI รุ่นล่าสุด อาจต้องใช้งบลงทุนสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าต้นทุนในจีนจะต่ำกว่าสหรัฐก็ตาม

ด้านBloomberg Intelligence มองว่า ความต้องการใช้งาน AI ของผู้บริโภคจีนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดย DeepSeek และ ByteDance ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด AI Chatbot ในจีน แม้จะมีการเปิดตัวโมเดลใหม่จากคู่แข่งหลายราย ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดยิ่งรุนแรงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อผู้เล่นรายเล็กที่ต้องแข่งขันในตลาดที่มีบริการฟรีจำนวนมาก

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...