โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ธนารัตน์’ แจงไซเบอร์ฯ ปมโพสต์ข้อมูลคนไทยรั่ว ย้ำไร้การเมือง จี้รัฐยกระดับความปลอดภัยไอที

เดลินิวส์

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 1.31 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ธนารัตน์” ชี้แจงตำรวจไซเบอร์ ย้ำโพสต์เตือนข้อมูลคนไทยรั่วกว่า 5 แสนรายไร้เจตนาการเมือง หวังกระตุ้นรัฐเร่งแก้ปัญหาและยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ขณะที่ตำรวจเร่งล่าผู้ก่อเหตุ ชี้เป็นการแฮ็กบัญชีผู้ใช้ก่อนนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ บก.สอท.1 นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท Dome Cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ เข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท1. พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1 และพนักงานสอบสวน กรณีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยนายธนารัตน์เปิดเผยว่า รู้สึกแปลกใจที่ถูกเรียกพบเพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดี แต่ยืนยันว่าทำไปโดยบริสุทธิ์ใจเพื่อต้องการเตือนภัยสังคม ไม่ได้มีเจตนาทางการเมืองแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาเคยยื่นเรื่องแจ้งเตือนผ่านกรรมาธิการดิจิทัลฯ และหน่วยงานรัฐหลายแห่งมานานกว่า 2 เดือนแล้วแต่เรื่องกลับเงียบเฉย กระทั่งพบข้อมูลรั่วไหลรอบใหม่ที่มีภาพถ่ายใบหน้า จึงตัดสินใจโพสต์ข้อมูลของบุคคลระดับสูงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว พร้อมระบุว่าปัญหาข้อมูลรั่วไหลได้ขยายวงกว้างไปถึง 19 กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงพบเว็บไซต์รวบรวมรหัสผ่านหลุดนำไปประกาศขาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนเคยประสานแจ้งปิดช่องโหว่ความปลอดภัยสำเร็จมาแล้ว 3 หน่วยงาน คือ สปสช. และเอกชนอีก 2 แห่ง

นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พบข้อมูลคนไทยรั่วไหลกว่า 500,000 ราย โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ติดมัลแวร์ ไม่ใช่การแฮ็กระบบโดยตรง ทำให้รหัสผ่านของเจ้าหน้าที่รั่วไหล ก่อนถูกนำไปรวบรวมและจำหน่าย เมื่อผู้ซื้อรหัสผ่านไปทดลองเข้าใช้งานแล้วพบข้อมูลที่มีมูลค่า จึงสร้าง API ดึงข้อมูลออกไปจำหน่าย โดยเฉพาะข้อมูลของ สปสช. ที่สามารถเข้าถึงรายละเอียดสำคัญได้เป็นจำนวนมาก ทั้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลทะเบียนบ้าน ข้อมูลบิดามารดาซึ่งนำไปเชื่อมโยงเป็นแผนผังครอบครัว ตลอดจนข้อมูลทะเบียนรถและภาพถ่ายใบหน้า เหตุการณ์นี้จึงนำมาสู่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐ พร้อมชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตั้งรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลไว้เกินความจำเป็น โดยพบว่าข้อมูลบางส่วนรั่วไหลทั้งที่จัดเก็บมานานกว่า 5 ปีแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อมูลของบุคคลสำคัญมักถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างเพื่อเพิ่มมูลค่าในการซื้อขาย ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จึงเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดมากกว่าเพียงแค่การปิดระบบเพียงอย่างเดียว

ส่วนการที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี มองว่าอาจมีนัยทางการเมืองนั้น นายธนารัตน์ ชี้แจงว่า เข้าใจถึงมุมมองดังกล่าวเนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย แต่ยืนยันบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาทางการเมืองแอบแฝง ส่วนกรณีกรมการปกครองเตรียมดำเนินคดีนั้น ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และยอมรับว่าเคยถูกแจ้งความในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว จากกรณีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล ซึ่งจุดเริ่มต้นของการติดตามปัญหานี้ เกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบระบบบัตรเลือกตั้ง แล้วได้รับข้อมูลจากบุคคลนิรนามเกี่ยวกับการซื้อขายสมุดบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงได้ขยายผลสอบสวนจนพบว่ามีข้อมูลของอีกหลายหน่วยงานถูกนำมาจำหน่ายเช่นกัน ส่งผลให้ตัดสินใจออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริง

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ทางกระทรวงดีอี กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งความกับ บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ระบุตัวบุคคล ส่วนการเชิญนายธนารัตน์ มาสอบปากคำเป็นเพียงการสอบในฐานะพยาน ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบคนร้ายไม่ได้เจาะระบบตรง แต่ใช้วิธีแฮ็กบัญชียูสเซอร์ที่มีสิทธิ์เข้าถึง แล้วดึงข้อมูลนำไปขายผ่านดาร์กเว็บ เทเลแกรมและดิสคอร์ด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ผนึกกำลังกับ PDPC และ สกมช. เร่งตรวจ Log File เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าของยูสเซอร์ ถูกแฮ็กหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งที่ตำรวจกังวลที่สุดคือการนำข้อมูลไปใช้โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง จึงขอเตือนประชาชนหากพบสายปริศนาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และพูดข้อมูลส่วนตัวถูกทั้งหมด อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้รีบวางสายแล้วโทรเช็กกับหน่วยงานนั้นโดยตรง สำหรับงานป้องกันจะเป็นหน้าที่ของ สกมช. และ สคส. ส่วนตำรวจไซเบอร์จะเน้นการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...