โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงละเอียด ปมไม่ให้กลุ่มแฟนคลับชาวจีนขึ้นเครื่อง

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงละเอียด ปมไม่ให้กลุ่มแฟนคลับชาวจีนขึ้นเครื่อง พร้อมขออภัยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงละเอียด ปมไม่ให้กลุ่มแฟนคลับชาวจีนขึ้นเครื่อง พร้อมขออภัยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

(4 ส.ค. 2569) จากกรณีที่สื่อจีนออกมารายงานข่าวเกี่ยวกับผู้โดยสารชาวจีนกว่า 20 คน ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปมเจ้าหน้าที่ทำท่าทางเหยียดเชื้อชาติกลายเป็นประเด็นร้อน

ผู้โดยสารชาวจีนมากกว่า 20 คน ซึ่งผ่านขั้นตอนเช็กอินและการตรวจความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ถูกขอให้ออกจากทางเชื่อมขึ้นเครื่องบิน ก่อนจะถูกปฏิเสธการเดินทางในเวลาต่อมา

โดยทางเพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า วิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ยังแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งซึ่งสวมเครื่องแบบ อาจทำท่าทางดึงหางตาใส่ผู้โดยสารชาวจีน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเข้าข่ายการเหยียดเชื้อชาติ ส่งผลให้กระแสความไม่พอใจขยายวงกว้างขึ้น

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเที่ยวบิน TG674 ของสายการบินไทย ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงปักกิ่ง เมื่อเวลา 23.50 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผู้โดยสารหลายคนซึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า พวกเขาถือบัตรโดยสารถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านขั้นตอนเช็กอินและการตรวจรักษาความปลอดภัยครบถ้วน รวมทั้งเดินทางมาถึงประตูขึ้นเครื่องแล้ว แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่สั่งให้ออกจากบริเวณทางเชื่อม ก่อนจะถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง

ผู้โดยสารบางส่วนระบุว่า แม้จะพยายามสอบถามถึงสาเหตุ แต่ก็ไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน ขณะที่สัมภาระใต้ท้องเครื่องของผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวถูกนำลงจากเครื่องบิน ก่อนที่เที่ยวบินจะออกเดินทางตามกำหนดการ

อย่างไรก็ตาม ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการบินระหว่างประเทศ สัมภาระของผู้โดยสารที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องจะต้องถูกนำออกจากเที่ยวบินเช่นกัน ดังนั้น การขนย้ายสัมภาระจึงถือเป็นขั้นตอนปกติ แต่ประเด็นสำคัญที่สังคมตั้งคำถามคือ เหตุใดผู้โดยสารทั้งหมดจึงถูกปฏิเสธการเดินทางพร้อมกัน

นอกจากนี้ ยังมีวิดีโออีกคลิปที่กลายเป็นประเด็นถกเถียง เนื่องจากปรากฏภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งทำท่าทางคล้ายดึงหางตา ซึ่งชาวเน็ตจำนวนมากมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชียตะวันออก อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของบุคคลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน มีรายงานหลายกระแสเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ บางฝ่ายระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ติดตามศิลปินชื่อดัง แต่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบยืนยันว่า พวกเขาเป็นนักเดินทางทั่วไปและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ล่าสุด ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขออภัยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุผู้โดยสารที่ก่อความวุ่นวายและฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันการลงโทษทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นั้น ทสภ. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. กลุ่มแฟนคลับของศิลปินชาวจีนซึ่งเป็นผู้โดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 674 เส้นทาง ทสภ. ปลายทางกรุงปักกิ่ง ได้ติดตามศิลปินซึ่งจะเดินทางไปเที่ยวบินเดียวกัน โดยได้ติดตามศิลปินดังกล่าวเข้าไปในบริเวณห้องรับรองผู้โดยสาร (Lounge) ซึ่งกลุ่มแฟนคลับฯ ดังกล่าว ไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปใช้บริการได้ เจ้าหน้าที่สายการบินไทยจึงได้ประสานร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เชิญกลุ่มแฟนคลับฯ ออกจากบริเวณห้องรับรอง

ต่อมากลุ่มแฟนคลับฯ ยังคงติดตามศิลปินและก่อความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง จนถึงบริเวณห้องพักรอผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง (Hold Room) เมื่อถึงบริเวณตรวจเอกสารเดินทางก่อนขึ้นอากาศยาน กลุ่มแฟนคลับฯ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจบัตรโดยสาร โดยพยายามรีบตามศิลปินเพื่อจะขึ้นอากาศยานพร้อมกัน และได้ติดตามไปถึงสะพานเทียบเครื่องบินจนกระทั่งศิลปินได้ขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่สายการบินจึงมีความจำเป็นต้องปิดประตูอากาศยานเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารกลุ่มแฟนคลับที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจบัตรโดยสาร ซึ่งอยู่รวมตัวบริเวณหน้าประตูอากาศยานบนสะพานเทียบเครื่องบิน เข้าไปภายในอากาศยานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงร่วมกับเจ้าหน้าที่สายการบิน ผลักดันกลุ่มแฟนคลับฯ กลับเข้าไปรอภายในห้องพักรอผู้โดยสารฯ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สายการบินจึงได้ตัดสินใจปฏิเสธการเดินทางของกลุ่มแฟนคลับฯ จำนวนทั้งสิ้น 22 คน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและระเบียบของสายการบิน โดยเจ้าหน้าที่สายการบินเกรงว่ากลุ่มแฟนคลับฯ อาจไปก่อความวุ่นวายภายในอากาศยาน จนไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้หลังจากออกเดินทางไปแล้ว จึงส่งผลให้เที่ยวบินดังกล่าวเกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม มีแฟนคลับฯ จำนวน 12 คน ยินยอมดำเนินการนำสัมภาระออกจากระบบการขนส่ง (Offload) และกลุ่มแฟนคลับจำนวน 10 คน ไม่ยินยอมดำเนินการดังกล่าว และแสดงอาการไม่พอใจต่อการปฏิเสธการเดินทางและมีพฤติกรรมยั่วยุเจ้าหน้าที่ระหว่างการปฏิบัติงาน จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งในระหว่างควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. จะส่งต่อการดูแลให้เจ้าหน้าที่สายการบินดำเนินการต่อไป

แม้ว่าการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่จะมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน แต่ ทสภ. ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางรายมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการและข้อบังคับของ ทสภ.

ทั้งนี้ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทสภ. จึงได้สั่งการให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ยึดถือมาตรฐานการปฏิบัติงาน ควบคุมอารมณ์ และปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการด้วยความเหมาะสมในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ จะนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาทบทวนและปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีก

ทสภ. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...