ศุภชัยเสนอประธานสภาฯ วินิจฉัยขอบเขตอำนาจกรรมาธิการ 35 คณะ ให้ชัดเจน หวั่นทำงานซ้ำซ้อน สร้างภาระผู้เกี่ยวข้อง
ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้กำหนดแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะให้ชัดเจน หลังพบประเด็นหน้าที่และอำนาจบางคณะอาจซ้ำซ้อนหรือคาบเกี่ยวกัน ทั้งการสอบหาข้อเท็จจริง และเรียกบุคคลหรือหน่วยงานชี้แจง ด้วยความกังวลว่าอาจเกิดข้อโต้แย้งและเพิ่มภาระแก่ผู้เกี่ยวข้อง
วันนี้ (20 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ศุภชัยแถลงข่าวขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวินิจฉัยและกำหนดแนวทางเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เพื่อให้การพิจารณาศึกษา สอบหาข้อเท็จจริง และดำเนินการในเรื่องต่างๆ เป็นไปตามภารกิจและขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละคณะอย่างชัดเจน
ศุภชัยกล่าวว่า ในทางปฏิบัติ การทำงานของกรรมาธิการบางคณะอาจมีประเด็นซ้ำซ้อนหรือคาบเกี่ยวกัน โดยเฉพาะการสอบหาข้อเท็จจริง การเรียกบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล หรือการดำเนินการในเรื่องที่โดยเนื้อหาอาจอยู่ในหน้าที่และอำนาจของกรรมาธิการอีกคณะโดยตรง
“จึงอาจเกิดปัญหาว่าแต่ละคณะมีขอบเขตในการพิจารณาหรือสอบหาข้อเท็จจริงได้เพียงใด และหากเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมาธิการมากกว่า 1 คณะ จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการแบ่งแยก ประสานงาน หรือกำหนดคณะเจ้าของเรื่อง”
ทั้งนี้ การใช้อำนาจของกรรมาธิการต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงต้องสอดคล้องกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจของแต่ละคณะ
หากไม่มีแนวทางที่ชัดเจน อาจทำให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อน การเรียกบุคคลหรือหน่วยงานเดียวกันมาชี้แจงเรื่องเดียวกันหลายครั้ง หรือเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับอำนาจของกรรมาธิการ ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการทำหน้าที่ของสภาฯ
ศุภชัย จึงขอให้ประธานสภาฯ พิจารณา 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- วินิจฉัยขอบเขตหน้าที่และอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ รวมถึงกรณีที่กรรมาธิการจะพิจารณาหรือสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตหน้าที่และอำนาจโดยตรง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่และเพียงใด
- กำหนดหลักเกณฑ์กรณีเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมาธิการตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป ว่าจะกำหนดคณะเจ้าของเรื่องหรือประสานการทำงานระหว่างกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินงานซ้ำซ้อน
- วินิจฉัยกรณีกรรมาธิการคณะหนึ่งดำเนินการในเรื่องที่โดยสาระสำคัญอยู่ในหน้าที่และอำนาจของอีกคณะโดยเฉพาะ รวมถึงการสอบหาข้อเท็จจริงหรือเรียกบุคคลและหน่วยงานมาชี้แจง ว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายในขอบเขตอำนาจตามข้อบังคับหรือไม่
- พิจารณากำหนดแนวปฏิบัติกลางสำหรับกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจซ้ำซ้อน การก้าวล่วงขอบเขตหน้าที่ระหว่างกัน และลดภาระแก่หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่ถูกเรียกมาชี้แจงในเรื่องเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
ศุภชัยกล่าวว่า การมีคำวินิจฉัยหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจน จะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของกรรมาธิการทุกคณะ และช่วยวางบรรทัดฐานการใช้อำนาจของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ มีความชัดเจน โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อน และไม่เกินขอบเขตหน้าที่และอำนาจที่ข้อบังคับกำหนด