โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.สุริยะ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดนโยบายเกษตรฯ ถกประเด็นเปิดตลาดตามข้อตกลง WTO พร้อมคุมเข้มนำเข้ากาแฟ คู่ขนานหนุนผลิตในประเทศ

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รมว.สุริยะ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดนโยบายเกษตรฯ ถกประเด็นเปิดตลาดตามข้อตกลง WTO พร้อมคุมเข้มนำเข้ากาแฟ คู่ขนานหนุนผลิตในประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134 - 135) ว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายภาคการเกษตรจึงได้เน้นย้ำให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาและเสนอความเห็นในทุกประเด็นอย่างละเอียด สมเหตุสมผล และต้องคำนึงถึงประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ

ในโอกาสนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2569-2571 สำหรับสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ (แห้งเป็นผงและไม่เป็นผง) หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2570-2571 สำหรับสินค้ากระเทียม พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้ความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้า และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตในประเทศควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 จากข้อมูลโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่า ภาพรวมสถานการณ์ผลผลิตภาคการเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมวดพืชมีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และหมวดปศุสัตว์มีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 สำหรับด้านเศรษฐกิจการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 โดยปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัยทั้งการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรให้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...