โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนภัย! หมอ เตือน สูบบุหรี่มากๆอาจเสี่ยงโรคเบอร์เกอร์

อีจัน

อัพเดต 5 กันยายน 2569 เวลา 1.43 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

อย่าวางใจ! คนสูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยง โรคเบอร์เกอร์ จนอวัยวะพังได้

ล่าสุด โรงพยาบาลราชวิถี เตือนภัยจากบุหรี่ อย่าง “โรคเบอร์เกอร์” ที่เสี่ยงสูญเสียอวัยวะ ยิ่งสูบมาก ก็มีโอกาสเป็นมาก

หลายคนสงสัยว่า โรคเบอร์เกอร์ คืออะไร?

โรคเบอร์เกอร์” (Buerger’s Disease) หรือ Thromboangiitis Obliterans (TAO) เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบที่พบไม่บ่อย โดยมักส่งผลต่อหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำขนาดเล็กถึงขนาดกลางบริเวณแขนและขา ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมือและเท้า หากโรครุนแรงอาจเกิดเนื้อตายและนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะได้

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า โรคเบอร์เกอร์ เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสูบบุหรี่และการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการใช้ยาสูบ เนื่องจากการใช้ยาสูบต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการดำเนินของโรคและการขาดเลือดของอวัยวะที่รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการเลิกบุหรี่และการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละราย

ซึ่งอาการในระยะแรกอาจไม่จำเพาะและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรสังเกตความผิดปกติ เช่น นิ้วมือหรือนิ้วเท้าเย็น ชา เสียวซ่า ปวดขณะเดินหรือใช้งาน รวมถึงการเปลี่ยนสีของนิ้วมือหรือนิ้วเท้า หากมีภาวะขาดเลือดรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดแม้ขณะพัก หรือเกิดแผลบริเวณปลายมือปลายเท้าที่หายช้าและติดเชื้อได้ การได้รับการตรวจประเมินตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญ โดยแพทย์จะพิจารณาจากประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจระบบหลอดเลือดร่วมกับการแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังเป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลายอักเสบอุดตันเรื้อรังที่ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงแขนขาไม่พอจนเกิดอาการปวด ชา แผลเรื้อรัง และเสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตายจนต้องตัดนิ้วหรือตัดขา โดยหัวใจสำคัญสูงสุดในการรักษาคือ การเลิกบุหรี่และยาสูบทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เนื่องจากหลอดเลือดที่อุดตันมักเป็นเส้นเลือดขนาดเล็กส่วนปลายที่ยากต่อการผ่าตัดบายพาสหรือทำบอลลูนขยายหลอดเลือด

บอกเลยว่าอาการชัดมากค่ะ ใครที่สูบบุหรี่จัดๆ เเล้วก็มีอาการเเบบนี้ รีบไปหาหมอโดยด่วนเลยค่ะ

ที่มา: โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...