โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง.ย้ำไม่สร้างตึกใหม่ เร่งเคลียร์เอกชนคืนที่ดิน ‘รฟท.’ จ่อฟ้องแพ่งทวงส่วนต่าง 500 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 18 สิงหาคม 2569 เวลา 3.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ว่าสตง.แจงกมธ.งบฯ ย้ำไร้แผนสร้างตึกใหม่ จี้เอกชนคืนพื้นที่ก่อนส่งกลับ ‘รฟท.’ เผยได้เงินคืน 320 ล้าน จ่อฟ้องแพ่งเรียกส่วนต่างอีก 500 กว่าล้าน เผยได้ผู้รับเหมาใหม่ลุยสร้างสนง.ในต่างจังหวัด 11 แห่ง มั่นใจเสร็จครบปี 70 แน่นอน

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ.วิสามัญฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งในการพิจารณางบประมาณของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรรมาธิการฯ หลายคนสอบถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสตง.หลังใหม่ บนถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร แต่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ส่งผลให้โครงสร้างอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่มลง

ขณะที่นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ตึกถล่ม รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2568 ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ร่วมเป็นคณะกรรมการ ทั้งกรมโยธาธิการ, กรมป้องกันภัยและบรรเทาป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรุงเทพมหานคร รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเรื่องวิศวกรรมศาสตร์ สภาวิศวกรรม และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มาเป็นกรรมการตรวจสอบ โดยไม่มีคนของ สตง.เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้แถลงผลการตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2568 จากนั้น รัฐบาลได้ส่งผลการตรวจสอบของคณะกรรมการดังกล่าวไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ซึ่งพนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำ ทั้ง สตง. และบริษัทเอกชนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามผลการตรวจสอบ ก่อนจะทำสำนวนส่งอัยการ และมีความเห็นสั่งฟ้องบริษัทออกแบบ บริษัทก่อสร้าง บริษัทควบคุมงานที่สตง. ได้จ้าง จำนวน 23 ราย ซึ่งศาลกำลังไต่สวนพยานหลักฐาน

ผู้ว่าสตง. กล่าวอีกว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการส่งอัยการฟ้องไปแล้ว เรื่องบริษัทจีนที่เข้ามาร่วมดำเนินการ ขณะที่นายกฯสั่งการให้กรมบัญชีกลางมาตรวจสอบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของ สตง. ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการตรวจสอบและออกรายงานให้ความเห็นแล้ว ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาต่อดีเอสไอว่า เจ้าหน้าที่ของสตง. กระทำผิดกฎหมายนั้น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนอยู่ นี่คือการดำเนินการคดีอาญา

นายมณเฑียร กล่าวว่า สำหรับกรณีความเสียหาย แม้มูลค่าโครงการก่อสร้างตึกดังกล่าวอยู่ที่ 2,000 กว่าล้านบาท แต่เราเพิ่งจ่ายเงินไป 22 งวด รวมเป็นเงิน 900 กว่าล้านบาท ซึ่งขณะนี้เราได้เงินคืนมา 320 ล้านบาท โดยเป็นเงินประกันสัญญา 106 ล้านบาท เงินจ่ายล่วงหน้า 320 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ ประมาณ 500 กว่าล้านบาท สตง.ได้ตั้งคณะกรรมการประเมินความเสียหาย ซึ่งเราขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง และกรมโยธาธิการ ให้มาร่วมประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง เรียกเงินส่วนต่าง นี่คือส่วนของ ความเสียหายทางแพ่ง

ผู้ว่าสตง. กล่าวว่า จากการที่เราเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) ในสัญญา 15 ปี และเราส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนไปดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวนั้น เราต้องจ่ายค่าเช่าทุกปีตราบใดที่ยังไม่ส่งคืนพื้นที่ให้รฟท. ดังนั้น ขณะนี้เราพยายามเร่งรัดเอกชนให้ส่งพื้นที่คืนสตง. แล้วเราจะคืนให้กับ รฟท. เพื่อยุติการจ่ายค่าเช่าและไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ รวมถึงเวลานี้ สตง.ไม่มีแผนหรือนโยบายเรื่องการก่อสร้างอาคารสำนักงานฯ หลังใหม่

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของตึก สตง.ในต่างจังหวัด ที่มีข่าวว่าเป็นตึกร้างนั้น การก่อสร้างตึกสตง.ในหลายจังหวัด รวม 11 แห่ง เป็นตึกที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว แต่เสร็จล่าช้ากว่ากรอบเวลาในสัญญา เราจึงบอกเลิกสัญญา และตอนนี้ได้ผู้รับจ้างรายใหม่หมดแล้วทุกสัญญา อีกทั้งคาดการณ์ว่า 11 สัญญานี้ จะก่อสร้างตึกสตง.ทั้ง 11 แห่ง เสร็จสิ้นภายในปี 2570 ตามสัญญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...