โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เหตุรุนแรงทำคนเครียด-วิตก มาตรการรัฐกุญแจทวงคืนความเชื่อมั่น-ปลอดภัย

Thai PBS

อัพเดต 51 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (8 ส.ค.2569) ดร.ชลาลัย แต้ศิลปสาธิต สาขาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงเหตุความรุนแรงและการก่อคดีอุกอาจที่เกิดขึ้นในเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคดีฆาตกรรม 5 ศพ กรณีตำรวจขู่ยัดยาบังคับถ่ายคลิปอนาจาร กรณีฉุดหญิงสาว ขณะกำลังออกกำลังกายหวังข่มขืนในห้องน้ำสาธารณะ พฤติกรรมโชว์เฟอร์แท็กซี่ควงมีดไล่ไรเดอร์เพราะไม่พอใจเสียงแตร หรือล่าสุด เหตุการณ์กราดยิงในสถานศึกษาว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีโอกาสทำให้ผู้คนในสังคมเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย และวิตกกังวลในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีความเปราะบางทางสุขภาพจิต อาจกระตุ้นให้มีอาการกำเริบ หรืออาการรุนแรงขึ้นได้ เช่น ผู้ป่วยทางจิตใจ หรือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ (รวมถึงครอบครัว) จากเหตุการณ์ความรุนแรงในลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งหากรับรู้เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง อาจไปกระตุ้นอารมณ์หรือความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้กลับมาได้

ดร.ชลาลัย กล่าวว่า ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ จำเป็นต้องมีการดำเนินการป้องกัน ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายในการจัดการกับเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐ ในการสร้างความปลอดภัยให้กับคนในสังคม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงกันตลอดไป ในขณะเดียวกันสื่อมวลชนเองควรนำเสนอข่าวความรุนแรงในสังคม อย่างมีวิจารณญาณตามหลักจรรยาบรรณ และเน้นการนำเสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้แก่สังคม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของคนในสังคมต่อไป

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าหลาย ๆ ครั้ง นอกจากเนื้อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ถูกนำเสนอแล้ว ในอีกด้านจะมีการนำเสนอเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้ ในลักษณะกระตุ้นเร้าเชิงอารมณ์ร่วมด้วย เนื่องจากสามารถดึงดูดผู้ชมได้ค่อนข้างมาก จากการเหนี่ยวนำให้เกิดความรู้สึกร่วมมากขึ้น ทว่าการกระทำเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้รับชมได้

"เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน และจริง ๆ แล้วไม่ควรจะเป็นภาระของคนในสังคมที่ต้องมาคอยดูแลสภาพจิตใจกันเอง ฉะนั้นจึงต้องมีการทำงานของสื่อมวลชนร่วมด้วย รวมถึงภาครัฐ และผู้บังคับใช้กฎหมายก็ควรมีบทบาททำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด" ดร.ชลาลัย กล่าว

ดร.ชลาลัย แต้ศิลปสาธิต สาขาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ผลกระทบทางจิตใจที่เกิดจากการรับรู้เหตุการณ์ความรุนแรงในสังคม สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไล่ลำดับความรุนแรงจากระดับต้น เช่น เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ และวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ในขณะเดียวกันบางคนอาจมีความรู้สึกเชิงลบที่มากขึ้น เช่น เกิดความรู้สึกกลัว ใจสั่น หรือ ใจเต้นแรง เหงื่อออกตามฝ่ามือ เมื่ออ่านข่าวหรือนึกถึงเหตุการณ์ในข่าว

โดยอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่า ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นเริ่มแสดงออกมาเป็นอาการทางกาย และในบางรายที่การเสพข่าวความรุนแรงในสังคม ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจค่อนข้างมาก อาจเกิดความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้น จนส่งผลให้มีพฤติกรรมการแสดงออกที่เปลี่ยนไป เช่น ความอยากอาหารลดลง นอนไม่หลับ ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดอาการวิตกกังวล (Anxiety) หรือ ซึมเศร้า (Depression) ในอนาคตได้

สำหรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพจิตตัวเอง ประกอบด้วย

1. ควรเสพข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมอย่างมีวิจารณญาณ และพอเหมาะพอควร เช่น หากพบว่าเนื้อหาที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ มีลักษณะที่เน้นการรับรู้เชิงอารมณ์มากเกินไปจนรู้สึกมีอารมณ์ร่วมมาก ควรจะต้องตระหนักรู้ว่าไม่ควรจะไปรับรู้เนื้อหาในรูปแบบนี้ต่อ แต่ให้เน้นการเสพข่าวที่นำเสนอเหตุการณ์ในเชิงให้ความรู้แก่สังคมแทน

2. หมั่นสำรวจและตระหนักรู้ถึงสภาพจิตใจของตัวเอง หากในระหว่างอ่านข่าวหรือเนื้อหาของเหตุการณ์ความรุนแรงแล้วเกิดความรู้สึกอ่อนไหวง่าย และจัดการอาการเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ยาก เช่น แม้จะหยุดการรับรู้ข่าวไปแล้ว แต่อารมณ์ยังคงค้างอยู่ในจิตใจอย่างต่อเนื่องยาวนาน อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า สภาพจิตใจอาจจะรับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นไม่ไหว

3. การตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต เพื่อปรึกษา และรับการดูแลรักษา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในกรณีที่อาการต่างๆ ทางจิตใจเริ่มส่งผลในทางร่างกายและ การดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาการใจสั่น เหงื่อออกตามฝ่ามือ ตื่นกลัว นอนไม่หลับ หรือตระหนกวิตกกังวลง่าย

"ความวิตกหรืออาการที่เกิดขึ้นจากการรับชมข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงในสังคม หากความรู้สึกวิตกกังวลที่เกิดขึ้นไม่มากจนเกินไป ก็มีแง่มุมที่เป็นประโยชน์ได้ คือ ทำให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยในบางสถานที่ที่อาจมีความสุ่มเสี่ยง และหลีกเลี่ยงที่จะไปในสถานที่ดังกล่าว รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่หากความรู้สึกวิตกกังวลที่เกิดจากการเสพข่าวมีมากจนเกินไปก็จะกลายเป็นความเครียด และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้เสพข่าวมีอาการเหล่านี้ และปล่อยไว้ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ก็อาจกลายเป็นอาการเครียด วิตกกังวลระยะยาว จนก่อให้เกิดเป็นความหวาดระแวงต่อสังคมได้เช่นกัน" ดร.ชลาลัย กล่าว

สำหรับข่าวเหตุการณ์กราดยิงในสถานศึกษา นอกเหนือจากความสะเทือนใจ ความหวาดกลัว และ ความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นผลกระทบวงกว้างที่เกิดขึ้นได้ในสังคม ดร.ชลาลัย ให้คำแนะนำว่า การพูดคุยกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในโรงเรียน ความรู้สึกร่วมของคนในสังคมย่อมมีมาก

เนื่องจากเป็นสถานศึกษาควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนทุกคน แต่กลับมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ร่วมถึงตัวนักเรียนเอง อาจมีความหวาดกลัว หวาดระแวง หรือ วิตกกังวลมากยิ่งขึ้นในการไปโรงเรียน เราไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวที่แต่ละคนต้องจัดการตัวเอง

สิ่งสำคัญคือครอบครัวควรสร้างบรรยากาศครอบครัวปลอดภัย เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้สื่อสารถึงความวิตกกังวลใจ ความสะเทือนใจ ความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยซึ่งกันและกันได้ การสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ภายในครอบครัว โดยไม่ตัดสินกันสามารถเป็นหนทางหนึ่ง ในการเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกันในครอบครัวได้

ดร.ชลาลัย เสนอแนะด้วยว่า คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสภาพจิตใจของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ว่าได้รับผลกระทบกระเทือนทางจิตใจ จากเหตุการณ์ข่าวความรุนแรงในโรงเรียนมากน้อยแค่ไหน และเมื่อใดก็ตามที่สังเกตเห็นความผิดปกติในระดับอารมณ์ ความรู้สึก และ พฤติกรรมการแสดงออก ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ขอแนะนำให้พาบุตรหลานไปปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือ ผู้ทำงานทางด้านสุขภาพจิต เพื่อที่จะได้รับการรักษาเยียวยาอย่างทันท่วงที

อ่านข่าว :

แพทย์เผยผลชันสูตร 8 ศพเหตุยิงใน รร. พบกระสุนถูกอวัยวะสำคัญ

ยธ.เยียวยาผู้เสียหายยิงใน รร. "เสียชีวิต" สูงสุดคนละ 300,000 บาท

พ่อขอโทษสังคมแทนลูกก่อเหตุใน รร.เทพศิรินทร์นนทบุรี - ปชช.วางดอกไม้อาลัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

5 กระทรวงออก "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" ใน 90 วัน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฝากครอบครัว สังเกตอาการลูกหลาน หลังผ่านเหตุการณ์รุนแรง เฝ้าระวังเสี่ยง PTSD ระยะยาว

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Data Center ควรไปต่อทางไหนดี ?

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 SEA V CUP 2026 สนาม 2

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

“ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์” รองปลัด อว. เดินหน้าพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย ชู Mission-Driven สร้าง Impact ตอบโจทย์ประเทศ ดันงานวิจัย-นวัตกรรมสู่การใช้จริง

TOP NEWS ONLINE

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน คลื่นลมแรง-ฝนตกหนักถึงหนักมากในไทย ฉบับที่ 10

Amarin TV

จุฬาฯ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม “ฮลุน” ยูทูบเบอร์ดัง คืนแรก เพื่อนบ้าน-แฟนคลับให้กำลังใจล้น

77kaoded

สาวถึงกับมือสั่น! จากลำดับ 132 ขึ้นที่ 1 ผลขึ้นบัญชีใหม่ สอบท้องถิ่น

สยามนิวส์

"พิมรี่พาย" ประกาศเทหมดคลัง โกยของในโกดังลดแหลกดีลเด็ด 8.8

Amarin TV

“กต.” เดือด! ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ UN ชี้ผิดหวังรายงาน “Tom Andrews” บิดเบือนข้อมูลไทย-กัมพูชา ซัดบิดเบือนข้อเท็จจริง ถูกใช้เป็นเกมการเมือง

TOP NEWS ONLINE
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...