โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรก" เรื่องอะไร? เปิดตำนานถ่ายทำสุดโหด นักแสดงพลาดไม่ได้เด็ดขาด!

sanook.com

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดตำนาน ละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรก กับการถ่ายทำสุดโหด ผิดพลาดไม่ได้ เพิ่งรู้นี่คือพระเอก นางเอก ละครไทยคนแรก!

เปิดตำนาน “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรก กับการแสดงสดของจริง เพิ่งรู้นี่คือพระเอก นางเอก คนแรก!

ก่อนที่ละครไทยจะมีภาพคมชัด นักแสดงชื่อดัง และกองถ่ายขนาดใหญ่ จุดเริ่มต้นของละครโทรทัศน์ไทยกลับเกิดขึ้นในห้องส่งขนาดเล็ก พร้อมกล้องภาพขาวดำและการแสดงสดที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว หากนักแสดงพูดผิด ลืมบท หรือเกิดความผิดพลาด ทุกอย่างอาจถูกส่งถึงหน้าจอของผู้ชมในทันที

ละครเรื่องนั้นมีชื่อว่า “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ผลงานของ “นายรำคาญ” หรือ ประหยัด ศ. นาคะนาท ซึ่งได้รับการบันทึกในงานวิชาการและข้อมูลประวัติศาสตร์สื่อหลายแหล่งว่าเป็นละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรก ออกอากาศเมื่อกว่า 70 ปีก่อน และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการจอแก้วไทย

“สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ฉายครั้งแรกวันไหน?

ละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรกออกอากาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2499 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มแพร่ภาพอย่างเป็นทางการก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498

ในเวลานั้น โทรทัศน์ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับสังคมไทย การออกอากาศเป็นระบบภาพขาวดำและมีช่วงเวลาแพร่ภาพจำกัด รายการส่วนใหญ่ประกอบด้วยข่าว การสนทนา ดนตรี การแสดง และภาพยนตร์ ก่อนที่ละครพูดซึ่งสร้างขึ้นสำหรับโทรทัศน์โดยเฉพาะจะเริ่มเข้ามาเป็นความบันเทิงรูปแบบใหม่

ใครเป็นผู้ประพันธ์และนักแสดงนำ?

“สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” เป็นผลงานของ ประหยัด ศ. นาคะนาท ซึ่งใช้นามปากกาว่า “นายรำคาญ” ชื่อของเขาได้รับการบันทึกในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของละครโทรทัศน์ไทย

ข้อมูลที่เผยแพร่ตรงกันในหลายแหล่งระบุว่า นักแสดงนำประกอบด้วย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ศิลปินและนักจัดรายการผู้มีชื่อเสียง

นวลละออ ทองเนื้อดี ซึ่งได้รับการกล่าวถึงในฐานะนางเอกละครโทรทัศน์คนแรกของไทย และ โชติ สโมสร (ไม่หลงเหลือภาพที่เห็นหน้าได้อย่างชัดเจน)

อย่างไรก็ตาม หลักฐานออนไลน์ที่หลงเหลือเกี่ยวกับรายชื่อนักแสดงทั้งหมด บทบาทของตัวละคร และเนื้อเรื่องโดยละเอียดมีค่อนข้างจำกัด อีกทั้งบางแหล่งสะกดชื่อบุคคลแตกต่างกัน

ถ่ายทำอย่างไรในยุคที่ยังไม่มีเทปบันทึกภาพ?

“สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ใช้วิธีแสดงสดและแพร่ภาพจากห้องส่ง นักแสดงต้องเล่นไปตามลำดับเรื่อง ขณะที่กล้องโทรทัศน์ขาวดำจับภาพและส่งสัญญาณให้ผู้ชมรับชมในเวลาเดียวกัน แบบสดๆ หรือเรียกว่า ละครบอกบท

กล้องสตูดิโอในยุคบุกเบิกมีขนาดใหญ่และเคลื่อนย้ายไม่คล่องตัวเท่ากล้องในปัจจุบัน อีกทั้งห้องส่งมีพื้นที่จำกัด จึงไม่สามารถสร้างฉากจำนวนมากหรือเปลี่ยนสถานที่ได้อย่างอิสระ ละครจึงมักเป็นละครพูดขนาดสั้น จบภายในตอน และใช้ฉากเท่าที่จำเป็น

งานวิชาการที่กล่าวถึงประวัติละครโทรทัศน์ไทยระบุว่า นักแสดงบางคนยังต้องอาศัยผู้บอกบทระหว่างแสดง หากพูดผิด เดินพลาด หรืออุปกรณ์มีปัญหา ทีมงานไม่สามารถสั่งหยุดแล้วเริ่มใหม่ได้เหมือนการถ่ายละครปัจจุบัน ทุกฝ่ายจึงต้องซ้อมคิว กล้อง แสง เสียง และการเปลี่ยนฉากให้สอดคล้องกันก่อนออกอากาศจริง เพื่อให้การออกอากาศดำเนินไปแบบเรียลไทม์

ออกอากาศสดแล้วมีภาพบันทึกเหลืออยู่หรือไม่?

เนื่องจากเป็นการออกอากาศสดในช่วงที่เทคโนโลยีบันทึกภาพโทรทัศน์ยังไม่แพร่หลาย หลักฐานภาพเคลื่อนไหวของละครเรื่องนี้จึงหาได้ยากมาก ภาพที่ถูกนำมาใช้ประกอบบทความเกี่ยวกับ “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ในปัจจุบันหลายภาพเป็นเพียงภาพละครหรือบรรยากาศโทรทัศน์ยุคเดียวกัน ไม่ใช่ภาพจากละครเรื่องนี้โดยตรง

ด้วยเหตุนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ฉาก บทสนทนา และลำดับเรื่องจำนวนมากจึงไม่ได้ถูกเก็บรักษาในรูปแบบที่ผู้ชมยุคปัจจุบันสามารถเปิดดูย้อนหลังได้ง่าย สิ่งที่หลงเหลือส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากเอกสาร งานวิชาการ และคำบอกเล่าของบุคลากรในวงการโทรทัศน์ยุคแรก

กระแสตอบรับในเวลานั้นเป็นอย่างไร?

เครื่องรับโทรทัศน์ในยุคเริ่มต้นยังเป็นของใหม่และมีราคาสูง กลุ่มผู้ชมจึงไม่กว้างขวางเท่ายุคที่โทรทัศน์เข้าถึงแทบทุกครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของละครเรื่องนี้อยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ “ละครพูด” ก้าวจากเวทีเข้าสู่จอโทรทัศน์ และพิสูจน์ว่าสื่อชนิดใหม่นี้สามารถถ่ายทอดเรื่องแต่งและการแสดงสดถึงผู้ชมได้

สิ่งที่พอสะท้อนการตอบรับต่อรูปแบบละครโทรทัศน์ได้คือ ในปีแรกมีการผลิตละครออกอากาศตามมาอีกหลายเรื่อง ก่อนที่ละครโทรทัศน์จะเริ่มเฟื่องฟูขึ้นในเวลาต่อมา นักแสดงละครเวทีจำนวนหนึ่งหันมาสนใจสื่อโทรทัศน์มากขึ้น และสถานีต่างๆ เริ่มแข่งขันกันพัฒนารายการละครของตนเอง

ปีแรกของละครโทรทัศน์ไทย มีเพียง 6 เรื่อง

ข้อมูลประวัติศาสตร์ละครโทรทัศน์ไทยระบุว่า ในช่วงปีแรกมีละครออกอากาศเพียง 6 เรื่อง โดยเริ่มจาก “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2499 ก่อนมีผลงานเรื่องอื่นตามมา ได้แก่

  • กระสุนอาฆาต ออกอากาศวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2499
  • ดึกเสียแล้ว ออกอากาศวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2499
  • น้ำสาบาน ออกอากาศวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2499
  • ศัตรูลับของสลยา ออกอากาศวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2499
  • ง่ายนิดเดียว ออกอากาศวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2499

จำนวนที่ไม่มากนักสะท้อนความยากของการผลิตละครในยุคบุกเบิก ทั้งข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ บุคลากร ห้องส่ง และประสบการณ์ ทุกเรื่องต้องอาศัยการทำงานประสานกันแบบเรียลไทม์ โดยยังไม่มีระบบตัดต่อและการถ่ายทำแยกฉากเหมือนในเวลาต่อมา

แล้วการแสดงที่ออกโทรทัศน์ก่อนหน้านั้นไม่นับเป็นละครเรื่องแรกหรือ?

ก่อน “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” เคยมีการถ่ายทอดการแสดงทางโทรทัศน์แล้ว เช่น ละครเสภาตลกขนาดสั้นเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนเข้าห้องนางแก้วกิริยา” ซึ่งมีข้อมูลว่าออกอากาศเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2498

อย่างไรก็ตาม การแสดงดังกล่าวมีลักษณะเป็นนาฏศิลป์หรือละครเสภาที่นำมาเสนอผ่านโทรทัศน์ ขณะที่ “สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มละครพูดที่สร้างขึ้นเพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์โดยเฉพาะ จึงได้รับการนับโดยทั่วไปว่าเป็น ละครโทรทัศน์ไทยเรื่องแรก

ช่อง 4 บางขุนพรหม ปัจจุบันคือช่องอะไร?

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ในระบบภาพขาวดำ ต่อมามีการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาพสี รวมถึงปรับชื่อและโครงสร้างองค์กรตามยุคสมัย

มรดกของช่อง 4 บางขุนพรหมสืบทอดมาถึงสถานีโทรทัศน์ในเครือองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท. และพัฒนามาเป็น ช่อง 9 MCOT HD ในปัจจุบัน จึงอาจกล่าวได้ว่าเส้นทางของละครโทรทัศน์ไทยเริ่มต้นจากสถานีซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับช่อง 9 ที่คนไทยรู้จักกันในวันนี้

จากละครสดเรื่องเดียว สู่อุตสาหกรรมละครไทย

“สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน” อาจไม่มีภาพครบทุกฉาก ไม่มีตัวเลขเรตติ้ง และไม่มีคลิปย้อนหลังให้คนรุ่นหลังเปิดชม แต่คุณค่าของละครเรื่องนี้อยู่ที่การเป็นก้าวแรกของการเล่าเรื่องผ่านจอโทรทัศน์ไทย จากห้องส่งเล็กๆ ที่นักแสดงต้องเล่นสด สู่ระบบการผลิตละครขนาดใหญ่ที่มีการถ่ายทำนอกสถานที่ บันทึกภาพ ตัดต่อ และเผยแพร่ข้ามประเทศ

วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2499 จึงไม่ใช่เพียงวันออกอากาศละครเรื่องหนึ่ง แต่เป็นวันที่วัฒนธรรมละครไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สื่อโทรทัศน์อย่างเป็นรูปธรรม และวางรากฐานให้ “ละครไทย” กลายเป็นความบันเทิงประจำครัวเรือนที่อยู่คู่สังคมไทยมาหลายทศวรรษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...