โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดนาทีสลด! นายก อบต.บ้านติ้ว โดนทำร้าย ก่อนเสียชีวิต

มุมข่าว

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • neen
เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ภายในบ้านเลขที่ 999 หมู่ 1 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสักเข้าตรวจสอบ

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ภายในบ้านเลขที่ 999 หมู่ 1 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสักเข้าตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบ นายหลักทรัพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 7 ต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดบริเวณลำตัวหลายแห่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังพบ นางสมจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ภรรยาของนายหลักทรัพย์ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายเช่นเดียวกัน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบนำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ต่อมา นายหลักทรัพย์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผลชันสูตรเบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลจากของมีคมหลายแห่งตามร่างกาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. จนถึง 21.40 น. นายหลักทรัพย์นั่งพูดคุยอยู่กับชายผู้ก่อเหตุบริเวณโรงจอดรถ ซึ่งใช้เป็นพื้นที่รับแขก ภายในมีทั้งโซฟาไม้และม้านั่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทั้งคู่พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องใด หรือมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนหรือไม่

ต่อมา ชายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายนายหลักทรัพย์จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้น นางสมจิตร ภรรยา เดินมาเห็นเหตุการณ์ จึงถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บไปอีกคน ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบ้าน

หลังจากนั้น คนร้ายพานายหลักทรัพย์ออกจากบริเวณโรงจอดรถไปประมาณ 30 เมตร ก่อนขับรถยนต์เก๋งที่ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้นตำรวจยังไม่สามารถระบุสาเหตุหรือแรงจูงใจของการก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายปมเหตุ รวมถึงติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพชรบูรณ์เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการสืบสวนและใช้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...