โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ "สาวใหญ่บัญชีม้า" อวสานภัยหลอกรักออนไลน์ ล่อเหยื่อเทรด

TNews

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป.,
พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป.,
พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา
ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.นิติธร ประชันกาญจนา
รอง สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร, ร.ต.ท.เรวัต ห้วยหงษ์ทอง, ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาลรอง สว.(ป)กก.5 บก.ป., ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส.วาสนาฯ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 365/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้มีการฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นหรือโดยแสดงตนเป็นบุคคลที่ไม่มีอยู่จริงและเป็นผู้สนับสนุนให้มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากบัญชีอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการกระทำความผิดหรือรู้ว่าบัญชีนั้นจะถูกใช้ในการกระทำความผิด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ม.2 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นางสาวจิตวิมลฯ ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

ผู้เสียหายเล่นเฟซบุ๊กและใช้เฟซบุ๊กพบโปรไฟล์ “Mr. James” โพสต์ชีวิตประจำวันดูน่าเชื่อถือ ต่อมา
“Mr. James” ทักมาคุยเชิงชู้สาว แสดงความสนิทสนม อ้างเป็นผู้ประกอบการเลี้ยงปลา มีลูกน้องหลายคน คุยเรื่องชีวิตประจำวันจนผู้เสียหายเชื่อใจและคุยกันไปซักพักต่อมา “Mr. James” ชวนย้ายไปคุยทาง LINE ชื่อ “Mr. James” และเริ่มชวนหารายได้เสริม โดยอ้างว่ามีแพลตฟอร์มเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ทำมาค้าขายจริง ขอให้ผู้เสียหาย
เข้าเว็บไซต์ สมัครเปิดร้าน และแจ้งว่าหาก “ชำระต้นทุนสินค้า” ตามระบบ จะถอนเงินต้นทุนพร้อมกำไรได้ภายใน 2–3 วัน ผู้เสียหายเข้าเว็บดังกล่าว สมัครเปิดร้าน พบระบบจำลองร้านค้า มีสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันให้เลือก ระบบแสดง “สินค้าที่ต้องชำระต้นทุน” อ้างว่ามีลูกค้าสั่งซื้อ ต้องให้ผู้เสียหายโอนเงินต้นทุนค่าสินค้าไปก่อน แล้วจะสามารถถอนเงินพร้อมกำไรได้เมื่อสินค้าถึงปลายทาง ระบบแสดงยอดเป็น “เหรียญ/วงเงินสะสม” ขณะที่ “Mr. James” คอยยืนยันและแนะนำผ่าน LINE ตลอด ช่วงแรก ระบบให้ทดลองโอนยอดเล็กๆ 2 ครั้ง จากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ชื่อนางสาวจิตวิมลฯ ไปยังบัญชีที่ระบบกำหนด แล้วระบบโอนเงินต้นทุนพร้อมกำไรกลับเข้าบัญชีผู้เสียหายจริง ทำให้ผู้เสียหายเชื่อสนิทใจว่าระบบลงทุน/ค้าขายนี้มีอยู่จริง ต่อจากนั้น ระหว่างวันที่ 3–12 กรกฎาคม 2568 ผู้เสียหาย
ถูกหลอกให้โอนเงินรวม 16 ครั้ง จากบัญชีของผู้เสียหาย ไปยังบัญชี ของน.ส.วาสนาฯ (บัญชีม้า) และบุคคลต่างๆ ตาม QR Code และเลขบัญชีที่ระบบแสดง โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น - ชำระต้นทุนสินค้า - ยอดค้างชำระ - ต้องเคลียร์ยอดในตะกร้า - ยอดสุดท้ายเพื่อปิดร้านและถอนเงิน รวมเป็นเงิน 16 รายการ รวม 122,006.68 บาท โดยผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืนจากแพลตฟอร์มเลย ผู้เสียหายจึงทราบว่าผู้ต้องหาหลอกลวงจนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี
เบื้องต้น หลังจากการถูกจับกุม นางสาววาสนาฯ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ช่วงกลางปี 2568 อยู่ที่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาชวน “ไปหาเงิน” โดยต้องไปประเทศลาวประมาณ 10 วัน แลกกับค่าตอบแทน และต้องเปิดบัญชีธนาคาร/บัญชีออนไลน์ก่อนเดินทาง มี “นายหน้า” (จำชื่อไม่ได้) เป็นคนดำเนินการเปิดบัญชีทั้งหมดให้ วาสนาเพียงนั่งให้ใช้โทรศัพท์สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชี ไม่ทราบรายละเอียดว่าบัญชีอะไรบ้าง จากนั้นนายหน้าพาไปจังหวัดนครพนม แล้วส่งข้ามแดนไปฝั่งลาวทางด่านนครพนม–ลาว เมื่อถึงประเทศลาว มีคนมารับไปพักในห้องที่มีคนอยู่ราว 10 กว่าคน ทุกคนมาหาเงินในลักษณะเดียวกัน คือให้สแกนหน้าและใช้บัญชีธนาคาร/บัญชีออนไลน์ โดยมีบุคคลชื่อ “ฟ้า” เป็นผู้ถือโทรศัพท์มาสแกนใบหน้าวาสนาเพื่อใช้บัญชีที่เปิดไว้ ตลอดเวลาที่อยู่ลาว วาสนามีหน้าที่เพียงให้สแกนหน้า ไม่ทราบว่ากลุ่มคนเหล่านั้นใช้บัญชีไปทำอะไร ไม่รู้ว่าทำธุรกิจหรืออาชญากรรมรูปแบบใด อยู่ครบกำหนดราว 11 วัน ได้รับค่าตอบแทน 11,000 บาท แล้วถูกส่งกลับประเทศไทย จึงมาทราบภายหลังว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชน ใช้บัญชีธนาคารของตนเป็นบัญชีผ่านก่อนถูกจับกุม วาสนาจึงให้การว่า ตนไม่รู้เจตนานำบัญชีไปใช้หลอกลวง และเข้าใจว่าตนไป “หาเงิน” โดยให้สแกนหน้าตามที่ตกลง
ก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา น.ส.วาสนาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 365/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้มีการฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นหรือโดยแสดงตนเป็นบุคคลที่ไม่มีอยู่จริงและเป็นผู้สนับสนุนให้มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากบัญชีอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการกระทำความผิดหรือรู้ว่าบัญชีนั้นจะถูกใช้ในการกระทำความผิด” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหา ตามสถานที่ดังกล่าวฯ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อหากล่าวหา
เตือนภัย อย่าเชื่อโปรไฟล์หรู มิจฉาชีพทักชู้สาวหลอกเปิดร้านค้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...