โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกมของบิ๊กเทค เมื่อทุกคนอยากกำหนดอนาคต AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ส.ค. เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. เวลา 09.03 น.

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกในชื่อ “The Future is for Everyone” ด้านหนึ่งนี่คือการถ่ายทอดความหวังที่มีต่อศักยภาพของ AI แต่อีกด้านหนึ่ง สิ่งนี้ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการประชาสัมพันธ์บริษัทในรูปแบบที่ยืดยาว

16 ส.ค. 2569- Lily Jamali จากสำนักข่าว BBC ได้วิเคราะห์ถึง สถานการณ์ที่เหล่าผู้นำบริษัทเทคโนโลยีออกมาเผยแพร่วิสัยทัศน์เกี่ยวกับ AI ได้อย่างน่าสนใจ โดยแถลงการณ์ของ Zuckerberg ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เหตุใด AI จึงกำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญลำดับถัดไปของโลก วิสัยทัศน์ของเขาสะท้อนแนวคิดที่บรรดาผู้นำในอุตสาหกรรม AI เคยแสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ที่พวกเขากำลังสร้างขึ้นนั้นเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์

แถลงการณ์ของ Zuckerberg ตั้งคำถามต่อผู้ที่ออกมาเตือนถึงผลกระทบด้านลบของเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยระบุว่า “เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่วาทกรรมจากผู้คนจำนวนมากที่กำลังพัฒนา AI นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อหายนะ”

ขณะที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า AI อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานเกือบ 40% ทั่วโลก และอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการเงินในระดับโลกเลวร้ายลง แต่ Zuckerberg นั้นเชื่อว่าโลกจะมีตำแหน่งงานจำนวนมากเพียงพอสำหรับอนาคต

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมใครก็ตามที่เชื่อว่า AI จะกำจัดตำแหน่งงานส่วนใหญ่ และทำให้ความสำคัญของมนุษยชาติลดลง จะต้องรีบสร้างอนาคตเช่นนั้นขึ้นมา”

แต่สิ่งที่ Zuckerberg ไม่ได้กล่าวถึงก็คือ Meta ของเขาเองได้ลดจำนวนพนักงานทั่วโลกลง 10% หรือประมาณ 8,000 ตำแหน่ง ขณะที่บริษัทกำลังปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งเน้นไปที่ AI

ในปี 2024 Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI บริษัทผู้สร้าง ChatGPT ได้เผยแพร่แถลงการณ์ที่ชื่อว่า“The Intelligence Age” หรือ“ยุคแห่งปัญญา” ซึ่งเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ในวงกว้างที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของเทคโนโลยี โดย Altman ระบุว่า ความก้าวหน้าของมนุษยชาติกำลังจะเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ แต่ก็ต้องทำด้วยความเชื่อมั่น” เขากล่าว

ในปีเดียวกัน Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ก็ได้เผยแพร่แถลงการณ์ในชื่อ “Machines of Loving Grace” หรือ“เครื่องจักรแห่งความกรุณา” โดยนำเสนอศักยภาพของ AI ที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ตั้งแต่ระบบสาธารณสุขไปจนถึงการเมือง เขาอธิบายว่า จุดประสงค์ของบทความคือการแบ่งปันให้เห็นถึงประโยชน์และโอกาสที่ AI อาจนำมาให้ และเขาไม่ต้องการให้ตัวเองถูกมองว่าเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ร้าย

Zuckerberg เองก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับการเขียนบทความยาว ๆ ในรูปแบบนี้ ในช่วงการบริหารประเทศสหรัฐฯ สมัยแรกของประธานาธิบดี Donald Trump เขาเคยเขียนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อน เช่น การแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนบนแพลตฟอร์มของบริษัท

ต่อมาในปี 2021 เขายังเขียนบทความเพื่ออธิบายการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของบริษัทเข้าสู่โลก Metaverse ซึ่งท้ายที่สุดไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่บริษัทคาดหวัง

อย่างไรก็ตาม Noah Smith นักเขียนบล็อกด้านเศรษฐศาสตร์ มองว่า ในยุค AI เดิมพันนั้นสูงกว่าเดิม และนั่นคือเหตุผลที่ความคิดเห็นจากผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีมีความสำคัญมากขึ้น

*“ผมคิดว่าพวกเขาทุกคนรู้สึกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมาก จนพวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อกำหนดทิศทางว่าเทคโนโลยีนี้กำลังจะเดินไปทางไหน” Smith กล่าว*

แถลงการณ์ฉบับใหม่ของ Zuckerberg ยังประกาศแผนที่จะเปิดเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ของ Meta ให้สาธารณชนเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างหรือโค้ดเบื้องหลังเทคโนโลยีจะถูกเปิดเผย ทำให้ผู้คนสามารถเข้าไปดู นำไปใช้งาน และปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งการตัดสินใจว่าเครื่องมือ AI เหล่านี้ควรถูกเปิดเป็น Open Source หรือไม่นั้นมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโมเดล AI ที่ทรงพลังหลายตัวหลุดการควบคุมเข้าไปเจาะเว็บไซต์ต่าง ๆ โมเดลเหล่านี้เป็นโมเดล AI ที่มีความสามารถสูงที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่โมเดลที่กำลังถูกเปิดเป็น Open Source แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น เรื่องนี้ก็ทำให้ Smith ตั้งคำถามสำคัญว่า

“เราควรเปิดเป็น Open Source ให้กับสิ่งที่มีความสามารถถึงขั้นทำลายมนุษยชาติได้หรือไม่? หากคุณไม่มองเรื่องนี้อย่างจริงจัง คุณก็เป็นแค่คนโง่” เขากล่าว

นี่คือเหตุผลที่ Smith มองว่าแถลงการณ์ของบรรดาผู้นำบริษัทเทคโนโลยีมีความสำคัญ แม้ว่าผู้คนบนโลกออนไลน์บางส่วนจะมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าขบขันก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น แถลงการณ์เหล่านี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาด Open Source AI ถูกครองพื้นที่มากขึ้นโดยโมเดล AI จากจีน เช่น Qwen, DeepSeek และ GLM

อย่างไรก็ตาม ความถี่ที่เพิ่มขึ้นของการเผยแพร่แถลงการณ์ในลักษณะนี้จากบริษัทเทคโนโลยี ก็สามารถมองได้อีกมุมหนึ่งว่าเป็นช่องทางให้ผู้บริหารใช้วางตำแหน่งของตัวเองและบริษัทใน “ตลาดแห่งแนวคิด” (marketplace of ideas)

Rob Lalka ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจาก Tulane University กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ ใช้บล็อกองค์กรมาเป็นเวลานานแล้ว เพื่อแสดงความคิดเห็นและขยายความคิดของตัวเองในลักษณะที่ทำให้พวกเขากลายเป็นเสมือน “นักธุรกิจ-นักปรัชญา” ในอีกความหมายหนึ่ง

“มันเป็นวิธีหนึ่งในการแสดงให้เห็นว่าคุณฉลาดแค่ไหน และพวกเขากำลังพยายามโน้มน้าวให้ผู้คนมองโลกอนาคตในแง่ดี”

Lalka ระบุว่า ช่วงเวลาที่ Zuckerberg เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อผลกระทบของ AI ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การจ้างงานไปจนถึงสิ่งแวดล้อม
และแม้ว่านักข่าวสายเทคโนโลยีและนักวิชาการอาจใช้เวลาอ่านและวิเคราะห์แถลงการณ์เหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อค้นหาประเด็นหรือแนวคิดสำคัญที่ซ่อนอยู่ แต่แถลงการณ์จากผู้บริหารเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าถึงหรือสร้างความสนใจให้กับประชาชนทั่วไปได้เสมอไป

“พวกเขากำลังพยายามสร้างข้อโต้แย้งว่า ประโยชน์ของ AI จะมีมากกว่าผลกระทบด้านลบที่ประชาชนกำลังออกมาแสดงความไม่พอใจ ซึ่งผมคิดว่า เหตุผลมากมายที่พวกเขาใช้เพื่อสนับสนุนการมองโลกในแง่ดีนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องรอดูกันต่อไป” Lalka กล่าว

อ้างอิง: bbc.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...