โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนเกษตรกร วางแผนปลูกพืชหลากหลายใช้น้ำน้อยแทนข้าวในฤดูนาปรังปีนี้ ประหยัดน้ำ สร้างรายได้

สวพ.FM91

อัพเดต 24 ม.ค. 2565 เวลา 22.11 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 22.11 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้ง ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ มักจะมีปริมาณจำกัด กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง พริก แตงโม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น

พืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 120 วัน โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้น้ำประมาณ 1,200 - 1,500 ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ 300 - 800 ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น

นอกจากนี้ ผลการเก็บข้อมูลของเกษตรกร เข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2565 มีรายได้จากการปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564 เปรียบเทียบกับรายได้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดต่างๆ ในพื้นที่ที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาด พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีรายได้ 1,185 บาท/ไร่ (ไม่รวมค่าเช่านา) ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาจะมีรายได้ 24,760 บาท/ไร่, พริกซอส 37,600 บาท/ไร่, ถั่วเขียว 4,040 บาท/ไร่, ข้าวโพดหวาน 1,450บาท/ไร่, ถั่วเหลือง 1,490 บาท/ไร่, แตงโม 12,220 บาท/ไร่, มะเขือเทศ 36,800 บาท/ไร่, มันฝรั่ง 60,075 บาท/ไร่, ถั่วสิสง 5,800 บาท/ไร่, หอมแบ่ง 17,030 บาท/ไร่ และบวบ 32,900 บาท/ไร่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า พืชใช้น้ำน้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก

ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่ และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสมและมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย

สำหรับโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตั้งแต่การผลิต การจัดการคุณภาพผลผลิต และการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...