โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สมหมาย เหรียญรักวงศ์" หมูยอ ป.อุบล รุกเมืองกรุง ปี’65 ขยายเพิ่ม 5 สาขา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. 2565 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 04.45 น.

จังหวัดอุบลราชธานีนับว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ผลิตหมูยอที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย มีหลากหลายแบรนด์ให้นักช็อป นักชิมได้เลือกซื้อ “ประชาชาติธุุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “สมหมาย เหรียญรักวงศ์” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ร้าน ป.อุบล อีกหนึ่งแบรนด์หมูยอที่ยอดขายดี มีอัตราการเติบโตทางการตลาดสูง ได้รับรางวัลการันตีทั้งเรื่องคุณภาพและความอร่อยระดับ OTOP 5 ดาว

“สมหมาย” เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2519 นายประยงค์ เหรียญรักวงศ์ (คุณพ่อ) เป็นธุรกิจจำหน่ายอาหารทะเลในตลาดสด เริ่มต้นผลิตสินค้า คือ แฮ่กึ๊นและหอยจ๊อ ต่อมา นายสมนึก เหรียญรักวงศ์ (น้องชายคุณสมนึก) ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจ จนกระทั่งปี 2547 เริ่มทำการผลิตหมูยอ เนื่องจากมองว่าเป็นสินค้าที่โดดเด่นในจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้นำหมูยอที่ผลิตเข้าไปคัดสรรโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในปี 2549 และได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับห้าดาวประเภทอาหาร ในปี 2550 จึงมีโอกาสได้นำสินค้าไปจำหน่ายในงาน OTOP ที่เมืองทองธานี ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก

“สำหรับผมที่เป็นรุ่นลูก หลังจากผมเรียนจบปริญญาตรีได้ทำงานร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ได้รู้จักช่องทางการขายต่าง ๆ และช่วงนั้นทราบว่ามีโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จึงลาออกจากงานและมาพัฒนาธุรกิจเพื่อเข้าร่วมโครงการ เพราะถือว่าเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่อยู่ต่างจังหวัดได้เข้ามานำเสนอสินค้าในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันปี 2549 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานกาชาดประจำปี มีการจัดประกวดหมูยอซึ่งผู้ประกอบในจังหวัดมีประมาณเกือบ 100 ราย หมูยอ ร้าน ป.อุบล ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ต่อมาปี 2555-2556 งานเกษตรแห่งชาติ ได้มีการจัดประกวดหมูยอ ซึ่งเราก็เข้าร่วมและผลปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ จึงได้นำจุดเด่นตรงนี้มาเป็นจุดขายมาจนถึงปัจจุบัน”

นอกจากนี้ จุดเด่นของร้าน ป.อุบลยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และใช้เครื่องจักรในการผลิตสินค้า มีการออกแบบแพ็กเกจกิ้งที่ดูทันสมัย ผลิตภัณฑ์ได้การรับรองเครื่องหมาย GMP และเครื่องหมาย HACPP เป็นมาตรฐานที่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้

สำหรับร้าน ป.อุบล เปิดเป็นร้านขายของฝากอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี 7 สาขา รวมถึงมีช่องทางการขายตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อาทิ เดอะมอลล์ เซ็นทรัล โลตัส ฟู้ดแลนด์ ไอคอนสยาม พารากอน และออกบูทในโอท็อปประจำปี แต่ทั้งสภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันทำให้ยอดขายของร้าน ป.อุบล โดยภาพรวมดรอปลงประมาณ 30-40% รายได้ตอนนี้ถือว่าพอประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปมีสัดส่วนของการขายส่ง 50% ขายปลีก 50% ถือว่ายังได้รับผลกระทบอยู่เพียงเล็กน้อย เพราะจากคำสั่งของรัฐบาลที่สั่งล็อกดาวน์พื้นที่ยังสามารถขายผลิตภัณฑ์ในโซนซูเปอร์มาร์เก็ตได้

ด้านแผนการปรับตัวธุรกิจในยุคโควิด-19 “สมหมาย” บอกว่า ได้ขยายธุรกิจไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. เปิดเป็นร้านอาหารในชื่อร้าน “จั๊บญวน by ป.อุบล” สาขาแรก เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ปี 2563 ที่ผ่านมา ภายในร้านมีทั้งของฝากอาหารพื้นถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี อาทิ ก๋วยจั๊บญวน ปากหม้อญวน เมี่ยงสด เมี่ยงทอด แหนมเนือง และตอนนี้ขยายสาขาเพิ่มรวมทั้งหมดแล้ว 4 แห่ง คือ

1.ปั๊ม ปตท.สาขาคลองมะเดื่อ จ.นครปฐม

2.ปั๊ม ปตท.สาขาเอกชัย-โพธิ์แจ้ จ.สมุทรสาคร

3.ปั๊ม ปตท.สาขาบ้านใหม่-บางขวัญ จ.ฉะเชิงเทรา

4.ปั๊ม ปตท.สาขาเกตุม จ.สมุทรสาคร

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ได้เปิดสาขา 5 ที่ปั๊ม ปตท.สาขาท่าจีน ขาเข้า (พระราม 2) จ.สมุทรสาคร

นอกจากนี้ ได้เตรียมก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อรองรับยอดการขายในอนาคตด้วย และในปี 2565 ตั้งเป้าไว้อยากจะขยายร้านเพิ่มอีก 5 สาขา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับทาง ปตท. คร่าว ๆ รอลงพื้นที่หาทำเลบริเวณสาขาเพชรเกษม อ้อมน้อยขาเข้า สาขาประตูน้ำ และบริเวณอื่น ๆ

“ตอนนี้การขยายธุรกิจเน้นเข้าไปอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเช่าพื้นที่ของปั๊มน้ำมัน ปตท. เปิดเป็นร้านอาหาร เรามองว่าหากมีการนำเสนออาหารพร้อมทาน ลูกค้าก็จะลองเข้ามาทานดู ถ้าติดใจก็ซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วย ถือว่าเป็นกลยุทธ์อีกแบบ อีกทั้งแบรนด์หมูยอที่มาจากจังหวัดอุบลราชธานี เราถือว่าเป็นเจ้าแรกที่ขึ้นมาทำตลาดในกรุงเทพฯแบบเต็มตัว ส่วนแบรนด์อื่น ๆ จะทำตลาดผ่านเพียงช่องทางออนไลน์ เพราะเจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนาม ที่มีสัญชาติไทย ยังลำบากในการออกนอกพื้นที่อยู่”

สำหรับหมูยอร้าน ป.อุบลใช้วัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตเป็นเนื้อสุกร ที่ปัจจุบันราคาค่อนแพงส่งผลกระทบต่อต้นทุนขึ้นมาประมาณ 25-30 บาท ทำให้ต้องปรับราคาขึ้น 10-20 บาท เช่น หมูยอ จากเดิมราคา 270/กิโลกรัม ปรับขึ้นเป็นราคา 290 บาท/กิโลกรัม แหนมใบมะยม จากเดิมราคา 99 บาท/แพ็ก ปรับขึ้นเป็นราคา 120 บาท/แพ็ก ไส้กรอกอีสาน จากเดิมราคา 120 บาท/กล่อง ปรับขึ้นเป็น 140 บาท/กล่อง แหนมกระดูกอ่อน จากเดิมราคา 140 บาท/แพ็ก ปรับขึ้นมา 160 บาท/แพ็ก กุนเชียงหมู จากเดิมราคา 200 บาท/แพ็กปรับขึ้นเป็นราคา 240 บาท/แพ็ก

ตอนนี้การขึ้นราคาถือว่าเป็นการประคองธุรกิจและยังต้องดูทิศทางราคาหมูต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...