โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายแบงก์เอเชีย หน้าซีด โบนัสหาย 70% ค่าตอบแทนลดฮวบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. 2566 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2566 เวลา 13.15 น.
Photo by Johannes EISELE / AFP

รายได้นายแบงก์เปลี่ยนไป ไม่ได้ฟู่ฟ่าสูงลิ่วอย่างที่ผ่านมาแล้ว เมื่อภาวะเศรษฐกิจบีบรัด บริษัทจำกัดค่าใช้จ่าย ผู้บริหารแบงก์ใหญ่หลายแห่งถูกหักโบนัสมากถึง 70% ถูกลดค่าตอบแทนกว่าครึ่ง

วันที่ 30 มกราคม 2566 บลูมเบิร์ก รายงานว่า นายธนาคารชั้นนำในเอเชีย ถูกหักรายได้มากถึง 50% หลังการเจรจาที่ถูกหมางเมิน อีกทั้งกรรมการผู้จัดการที่ไม่มีผลงานยังถูกหักโบนัสมากถึง 70% บางคนคือไม่มีเลย ส่วนพนักงานอาวุโสที่พอมีผลงานบ้างจะได้รับโบนัสเพียงเล็กน้อย

แหล่งข่าวบลูมเบิร์กให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันวาณิชธนกรชั้นนำในเอเชียต่างมีผลตอบแทนย่ำแย่ นับตั้งแต่วิกฤตการเงินเมื่อ 10 ปีก่อน (หลังแฮมเบอร์เกอร์ไครซิสเมื่อปี 2551-2552)

กรรมการผู้จัดการในธนาคาร เช่น โกลด์แมน แซกส์, มอร์แกน สแตนลีย์, แบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างได้รับค่าตอบแทนลดลง 40-50% โดยค่าจ้างผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโสอยู่ที่ 8 แสน-1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25.6-48 ล้านบาท) ขณะที่กรรมการผู้จัดการใหม่ ในปีแรกค่าตอบแทนอยู่ระหว่าง 6 แสน-1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19.2-32 ล้านบาท)

ส่วนนายธนาคารอีกหลายแห่งประสบปัญหาถูกลดค่าชดเชยต่าง ๆ มากกว่า 20% หลังผ่านช่วงเวลาหนักหนาในปี 2564 มีเพียงไม่กี่รายที่ยังได้เงินเกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่นายธนาคารที่ไม่มีผลงานก็จะถูกลดค่าตอบแทน 60-70% โดยหลายคนถูกกันออกจากกลุ่มผู้ได้รับโบนัส

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มของบริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคการเงินของเอเชีย ซึ่งการจ่ายเงินอาจแตกต่างกันไปสำหรับบางกลุ่มผลิตภัณฑ์และในบางประเทศ

ส่วนวานิชธนกรระดับโลกก็กำลังผลักดันอย่างหนัก เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย หลังจากเพิ่มจำนวนพนักงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในสงครามแย่งชิงผู้มีความสามารถ (ทาเลนต์) และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

แม้เอเชียจะเป็นตลาดที่มีการเติบโตมากที่สุดมานานหลายปี แต่การลดตำแหน่งงานได้เพิ่มจำนวนขึ้น และข่าวโบนัสที่คาดเดาได้ยากยังช่วยลดจำนวนพนักงานแก่บริษัทได้ด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โกลด์แมนฯประกาศแผนลดพนักงาน 3,200 ตำแหน่งทั่วโลก และได้ปรับลดงานในเอเชียไปแล้ว 2 รอบตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 โดยปลดนายแบงก์ที่เน้นจีนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์ ปลดนายแบงก์ที่โฟกัสธุรกิจจีนเช่นกัน

ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจในจีนประสบปัญหาหนักจากการปราบปรามด้วยกฎระเบียบต่าง ๆ อีกทั้งปัจจุบันจีนได้ยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ ที่สำคัญคือรัฐบาลกลางจำกัดความสามารถของธุรกิจในประเทศที่ต้องการขายหุ้นในต่างประเทศ ส่งผลให้ดีลต่าง ๆ ตกลงถึง 80% ในปีที่ผ่านมา และรายได้ของวาณิชธนกิจที่ทำงานให้แบงก์ใหญ่ ๆ ทั่วโลกลดลงประมาณ 50%

ในขณะที่ธนาคารบางแห่งพยายามลดช่องว่างการจ่ายเงินในเหล่านายแบงก์มากกว่าที่จะลดงาน เนื่องจากข้อตกลงอาจกลับมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจตัดลดเพิ่มเติมอีกรอบในสิ้นปีนี้ก็ได้

ผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในธนาคารต่าง ๆ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะค่าตอบแทนรวมลดลงประมาณ 30% มาอยู่ที่ 4-6 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12.8-19.2 ล้านบาท)

ส่วนคนที่ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารแม้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ค่าตอบแทนก็ลดลงประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเช่นกัน

การลดลงอย่างมากในปีนี้ เห็นชัดในกรณีของโกลด์แมน แซกส์ ซึ่งจ่ายผลตอบแทนมากเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว หรือสูงกว่าตลาด 20%

แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ค่าตอบแทนลดลง เพราะยังมีคนทำงานการเงินในเกาหลีและออสเตรเลียที่ทำงานด้านการซื้อขายควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่ยังมีรายได้ดีขึ้น

ขณะที่ธนาคารต่างกระตือรือร้นที่จะรักษาพนักงานใหม่ที่มีผลงานยอดเยี่ยมไว้ เพื่อรอการฟื้นตัวของการทำธุรกิจ เช่น ซิตี้กรุ๊ป ที่ประกาศเพิ่มค่าตอบแทนให้กับวาณิชธนกิจรุ่นใหม่มากถึง 15% เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...