โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ไหม ? “อังกะลุง” ของไทย-อินโดนีเซีย ต่างกันอย่างไร

อีจัน

อัพเดต 16 พ.ย. 2565 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2565 เวลา 08.11 น. • อีจัน

วันนี้ใครเปิดกูเกิลจะเห็น Google Doodle ที่ร่วมฉลองให้กับ “อังกะลุง” เครื่องดนตรีไม้ไผ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีต้นกำเนิดจาก อินโดนีเซีย

สำหรับ “อังกะลุง” (Angklung) ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พ.ย.54 (ค.ศ.2010) โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO)

ต้นกำเนิดของอังกะลุงมีอายุย้อนไปถึง 400 ปีก่อน จากชาวอินโดนีเซีย ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่สองท่อนและฐาน เริ่มต้นมาจากช่างฝีมือที่ทำการเหลาไม้ไผ่เป็นกระบอกขนาดต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดระดับเสียงของอังกะลุง

เมื่อผู้เล่นเขย่าหรือเคาะฐานไม้ไผ่เบา ๆ เครื่องดนตรีจะส่งเสียงแหลมเสียงเดียว เนื่องจากอังกะลุงสามารถเล่นได้เพียงโน้ตเดียวเท่านั้น ดังนั้นการเล่นดนตรีชนิดนี้จึงต้องร่วมวงกันสร้างทำนองด้วยโน๊ตต่าง ๆ จากการเขย่าอังกะลุงตามระดับเสียงที่แตกต่างกัน

ในสมัยโบราณชาวบ้านเชื่อว่าเสียงของไม้ไผ่สามารถดึงดูดความสนใจของเทวีศรี เทพีแห่งข้าวและความเจริญรุ่งเรืองได้ ในแต่ละปี ช่างฝีมือที่ดีที่สุดของหมู่บ้านจะใช้ไม้ไผ่สีดำพิเศษเพื่อสร้างอังกะลุง ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว พวกเขาจัดพิธีและเล่นอังกะลุงโดยหวังว่าเทพเจ้าจะประทานพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์

นอกจากนี้ อังกะลุง ยังคงเป็นแก่นของวัฒนธรรมชาวอินโดนีเซีย บ่อยครั้งรัฐบาลจะจัดการแสดงอังกะลุงเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติสู่ทำเนียบประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย

ส่วนในด้านการเรียน อังกะลุง เป็นเครื่องดนตรีที่ยอดเยี่ยมสำหรับครูในการแนะนำนักเรียนให้รู้จักดนตรีและวัฒนธรรมชาวอินโดนีเซีย

“อังกะลุง” เครื่องดนตรีประเภทตีของไทย

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ระบุว่า อังกะลุงจัดอยู่ในประเภทเครื่องตี (เครื่องดนตรีไทยมี 4 ประเภท คือ ดีด สี ตี เป่า) การตีของอังกะลุงเกิดจากการ เขย่าเพื่อให้กระบอกไปตีกระทบกับราวไม้แล้วเกิดเสียงขึ้น จัดเป็นภูมิปัญญาที่พัฒนาขึ้นอีกขั้นหนึ่งที่มีความซับซ้อนกว่าการตีบนตัวกระบอกอย่างเกราะ กรับ หรือโกร่ง และยังสามารถประสานเสียงได้ถึง 3 ระดับ เพราะกระบอก 3 กระบอกที่มีขนาดต่างกัน เสียงที่เกิดขึ้นจึงมี 3 ระดับ ซึ่งเป็นพัฒนาการของเครื่องดนตรีไทยประเภทอังกะลุงในประเทศไทย

แต่เดิมอังกะลุงจากประเทศอินโดนีเซียจะมีเพียงแค่ 2 กระบอก จนกระทั่งเมื่ออาจารย์เฉลิม บัวทั่ง ได้นำมาลองทำอังกะลุงให้เกิดเสียงจากไม้ไผ่ 3 กระบอก นับตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2495 เรื่อยมาอังกะลุงในประเทศไทยจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นแบบ 3 กระบอก ดังเช่นในปัจจุบัน โดยแตกต่างจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นคือ เป็นเครื่องดนตรีที่ให้เสียงตัวโน้ตเดียวในหนึ่งอัน ดังนั้นเวลาบรรเลง จึงจำเป็นต้องบรรเลงร่วมกันเป็นวง เพื่อสร้างความสุนทรีย์ทางดนตรีให้เกิดเสียงเพลงอันไพเราะขึ้นได้

ทั้งนี้ เสียงดนตรีที่เกิดจากการเขย่ากระบอกไปกระทบกับรางไม้เกิดเป็นโทนเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้นี่เอง จึงถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาการสร้างสรรค์จากวัสดุที่เรียบง่าย อย่างไม้ไผ่ลายที่จะต้องมีกรรมวิธีที่ก่อให้เกิดเสียงอันกังวาล รวมถึงการตั้งเสียงเทียบเสียงที่เกิดจากทักษะการฟังของผู้สร้างอังกะลุงจนทำให้เกิดการบรรเลงดนตรีที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย และเป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งที่ยังคงคุณค่าและแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาและศิลปะทางดนตรีมาจนถึงยุคปัจจุบัน

เคล็ดลับการทำอังกะลุงอยู่ที่การเลือกไม้ไผ่ลายที่ ลักษณะเฉพาะคือ เนื้อบางและแข็งแกร่ง เมื่อเคาะจะเกิดเสียงดังก้องกังวาน การเลือกไม้ไผ่ต้องเลือกไม้ไผ่ที่ค่อนข้างแก่ซึ่งสังเกตจากกาบต้นไผ่จะหลุดออกหมด มีสีนวลน้อยลงจะมีสีเขียวเข้มแก่มากขึ้น (หากไม้ไผ่ที่ยังอ่อนจะยังมีกาบสีนวลขาว ๆ ติดอยู่กับลำต้น) เพราะผิวไม้ไผ่เมื่อแก่จัดจะเป็นลายทำให้เพิ่มความงดงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง นำไม้ไผ่มาตากแดดจนกว่าจะแห้ง โดยดูสีให้ออกเป็นสีเหลือง จะเห็นว่าอังกะลุงที่เสียง ไพเราะจะมีลวดลายที่เด่นชัดขึ้น เนื่องจากตากแดดจนแห้งสนิทแล้วนั่นเองจนทำให้เห็นลวดลายจากเนื้อไผ่ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำมาย่างไฟอีกรอบ ให้หนอนไม้ตาย จึงนำมาแช่น้ำยาหรือทาน้ำมันกันมอด

อังกะลุงมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ

1. ตัวอังกะลุง

ทำมาจากไม้ไผ่ลาย เนื่องจากเป็นไม้ที่มีเนื้อแข็งแกร่ง เมื่อแก่เต็มที่ทำให้มีเสียงที่ไพเราะ มีลายที่สวยงาม อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

2. รางไม้

เดิมจะใช้ไม้สักทองขุดเป็นราง เพื่อใช้วางขาที่ฐานกระบอกลงในร่องที่ขุด จะมี 3 ร่อง และรูกลมอีก 5 รู สำหรับตั้งเสายึดตัวกระบอกอังกะลุง

3. เสาอังกะลุง

มักทำด้วยไม้ไผ่เหลา ไม้เต็ง ไม้เนื้อแข็งนำมาเกลาหรือกลึงจนกลมเรียบ มีความยาวตามความสูงของกระบอกอังกะลุง ขนาดโตกว่ารูที่รางเล็กน้อย

4. ไม้ขวาง

ทำด้วยไม้ไผ่เหลาแบน ส่วนกลางปาดเนื้อไม้เป็นร่องลึกพอประมาณใช้สำหรับสอดผ่านช่องกระบอกอังกะลุง เพื่อยึดตัวกระบอกไม้ไผ่กับเสา

ที่มา :https://www.google.com/doodles/celebrating-the-angklung

https://www.sacit.or.th/uploads/items/attachments/e65d4c415d8f7f41751b1c0415f03eae/_05ff0b520c4c68cf205eea0f5ac0c24a.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...