โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda NSX Type S รุ่นพิเศษ จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก

autoinfo.co.th

อัพเดต 02 ก.ย 2564 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2564 เวลา 08.19 น.

Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

ภาพประกอบ : Honda (ฮอนดา) วางแผนสร้าง NSX Type S (เอนเอสเอกซ์ ไทพ์ เอส) ขึ้น จำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก โดยแบ่งวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Acura (อคูรา) จำนวน 300 คัน ในประเทศญี่ปุ่น 30 คัน และอีก 20 คัน สำหรับตลาดในประเทศอื่นๆ
<a href=
NSX TYPE S (7)

NSX Type S เป็นการนำพื้นฐานของ Acura NSX เจเนอเรชันที่ 2 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีการปรับปรุงในเรื่องชุดพาร์ทใหม่ เพื่อให้ได้แอโรไดนามิคที่ดียิ่งขึ้น ไฟหน้าถูกแทนที่ด้วยไฟหน้าสีดำ และกันชนที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปรับขนาดช่องดักอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

NSX TYPE S (3)


รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้สปอยเลอร์หน้า กาบบันไดข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคาที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนัก และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง

NSX TYPE S (8)


ด้านท้ายรถมีการเพิ่มชุดดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อปรับทิศทางการไหลเวียนลมด้านท้ายให้ออกจากใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่หม้อน้ำด้านหน้าเพื่อให้มีการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย

NSX TYPE S (13)


NSX รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมล้อ Forged น้ำหนักเบาสีพิเศษ ที่มีขนาดความกว้างล้อหน้าเพิ่มขึ้นอีก 10.1 มม. และล้อหลังเพิ่มขึ้น 20.3 มม. ส่งผลให้ Acura NSX Type S มีเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และสีตัวถังใหม่ Gotham Gray (เพิ่มเงินอีกประมาณ 2 แสนบาท) สีนี้มีขายในจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน จาก 350 คัน

NSX TYPE S (14)


ภายในนั้นมีการปรับแต่งด้วยหนัง Alcantara ตามจุดต่างๆ พร้อมประทับตราโลโก Type S ที่คอนโซลหน้า โลโก NSX ที่พนักพิงเบาะนั่ง ส่วนอื่นๆ นั้นยกมาจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 7″ และจอแสดงผลแบบดิจิทอล

NSX TYPE S (9)


NSX Type S เป็น NSX ที่ทรงพลังที่สุดตั้งแต่ Honda เคยผลิตมา ด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ผลิตกำลังรวมกันสูงสุดที่ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตัน-เมตร มีกำลังมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ด 27 แรงม้า และมีแรงบิดเพิ่มขึ้น 22 นิวตัน-เมตร

NSX TYPE S (12)


ในส่วนของระบบ Hybrid ได้มีการเพิ่มความจุแบทเตอรีใหม่ เพิ่มขึ้น 20 % ให้ประสิทธิภาพในการปล่อยกำลังไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 % ขุมพลังที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากชุดเทอร์โบชาร์เจอร์ใหม่ ที่นำเทคโนโลยีมาจากรถแข่ง NSX GT3 Evo ทำให้มีแรงดันบูสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16.1 PSI รวมถึงหัวฉีดใหม่ที่เพิ่มอัตราการไหลเวียน +25 % ร่วมกับอินเตอร์คูเลอร์ใหม่

NSX TYPE S (6)


มาพรัอมเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 จังหวะ ไม่เพียงแต่ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 % เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโหมด Rapid Downshift ที่ช่วยให้สามารถข้ามเกียร์ได้เมื่อคุณต้องการ และมีเทคโนโลยี Sport Hybrid SH-AWD ที่ปรับระบบให้ประมวลผลทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

NSX TYPE S (16)


โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง Adaptive Suspension อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีด้วยชุดยาง Pirelli P-Zero ขนาด 245/35 ZR19 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 สำหรับล้อคู่หลัง ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับยางมาตรฐาน

NSX TYPE S (10)


สามารถเลือกแพคลดน้ำหนัก โดยเปลี่ยนระบบเบรคเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบเซรามิค ฝาครอบเครื่องยนต์คาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งภายในอื่นๆ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ 26.2 กก. จากรุ่นปกติ

NSX TYPE S (15)


Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท" />
Honda NSX Type S จะเป็นซูเพอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นสุดท้าย ก่อนที่ Honda จะปิดตำนาน NSX ลง และเปลี่ยนไปสู่ยุคสปอร์ทคาร์ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับอนาคต โดยจะมีขายในญี่ปุ่นแค่ 30 คัน ในราคา 27.95 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 8.2 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...