โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

"บวบเหลี่ยม" ผักพื้นบ้าน...พืชฤทธิ์เย็นแก้ไข้

รักบ้านเกิด

อัพเดต 07 พ.ค. 2564 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 06.08 น. • รักบ้านเกิด.คอม

เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจนรู้สึกไม่สบายตัวหรือเป็นไข้ขึ้นมา หลายคนคงมองหายาบรรเทาอาการไข้ เพื่อเป็นตัวเลือกแรกที่ช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดกับตัวเราได้ โดยการกิน และกินเป็นประจำเพื่อสร้างภูมิให้กับตัวเราเอง ซึ่งผักชนิดนี้มีชื่อว่า "บวบเหลี่ยม" เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู รวมถึงมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้ร่างกายห่างจากโรคภัย
แต่ว่าสรรพคุณของบวบเหลี่ยมยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีประโยชน์อีกมากมายที่ให้คุณค่าแก่ผู้บริโภค จะมีอะไรอีกบ้างเราจะพาไปค้นหากัน?

Plant/11555_1_พืชเถาเลื้อยชั้นดี_มีประโยชน์ยอดเยี่ยม.jpg

"พืชเถาเลื้อยชั้นดี มีประโยชน์ยอดเยี่ยม" บวบเหลี่ยมจัดเป็นพืชที่ให้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหารสูง มีแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟอสฟอรัส แคลเซียม และวิตามินซีที่ช่วยบำรุงร่างกาย อีกทั้งคนโบราณถือว่าบวบเป็นผักธาตุเย็นที่ช่วยคลายความร้อนได้ดี เป็นสมุนไพรที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมีเส้นใยสูงเป็นตัวชูโรงแล้ว บวบเหลี่ยมยังให้แร่ธาตุสำคัญอย่างฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูง พร้อมกับธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้บวบเหลี่ยมจัดเป็นพรรณไม้เถาเลื้อยหรือเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงปีเดียว เป็นพืชที่ชอบเลื้อยพาดตามต้นไม้ไปเรื่อยๆ หรือบางทีก็เลื้อยทอดไปตามพื้นดิน บวบเหลี่ยมเป็นพืชเถาเลื้อยที่อายุสั้น มีถิ่นกำเนิดดังเดิมในเขตร้อนโซนเอเชียใต้ที่ประเทศอินเดีย เพราะมีการสำรวจค้นพบพืชป่าที่มีลักษณะเดียวกันในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ต่อมาได้มีการแพร่กระจายพันธุ์มาถึงภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค ถือว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก

Plant/11555_2_ปลูกบวบเหลี่ยมยังไง_ให้ทนต่อสภาพแวดล้อม.jpg

"ปลูกบวบเหลี่ยมยังไง ให้ทนต่อสภาพแวดล้อม" บวบเหลี่ยมสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ซึ่งต้องเป็นดินที่มีความเป็นกรดสักเล็กน้อย พร้อมกับพื้นที่บริเวณนั้นต้องมีความชื้นในดินที่พอเหมาะ และได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอในระหว่างการปลูก หากมีอุณหภูมิระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส ก็จะสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล
1. การเตรียมดิน
สำหรับบวบเหลี่ยมจะเป็นผักที่มีระบบรากลึกปานกลาง ควรขุดไถดินให้ลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วคลุกเคล้าลงไปในดิน หากเป็นดินทรายและดินเหนียวจำเป็นต้องใส่ให้มากๆ เพื่อปรับสภาพของดินให้ดีขึ้นและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมกับย่อยดินและพรวนดินให้ละเอียดร่วน เท่านี้ก็พร้อมที่จะทำการปลูกพืชได้แล้ว
2. การทำค้าง
เมื่อบวบเหลี่ยมเริ่มเลื้อยหรือมีอายุประมาณ 15-20 วัน ควรทำค้างหรือร้านเพื่อให้บวบเลื้อยเกาะขึ้นไป การปลูกแบบปล่อยให้ต้นเลื้อยไปตามพื้นดินโดยไม่ทำค้างหรือร้านจะทำให้ผลบวบมีรูปร่างงอโค้งไม่สวย ซึ่งการทำค้างให้บวบเหลี่ยมสามารถทำได้ 2 แบบ คือ
2.1 ปักไม้ค้างยาว
ใช้ไม้รวกยาวประมาณ 2-2.5 เมตร นำไปปักแต่ละหลุมของบวบเหลี่ยม แล้วเอนปลายเข้าหากัน ผูกมัดไว้ด้านปลาย จากนั้นใช้ไม้พาดทางขวางแต่ละช่วงห่างกัน 40-50 เซนติเมตร
2.2 ทำเป็นร้าน
ใช้ไม้ค้างผูกเป็นร้านสูงประมาณ 1.5-2 เมตร หรือระยะสูงพอเหมาะที่สะดวกต่อการทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ค้างธรรมชาติที่มีรอบบ้าน อย่างเช่น ไม้พุ่มเล็กๆ และรั้วบ้าน ในการสร้างร้านให้แก่บวบเหลี่ยมแบบง่ายๆได้อีกด้วย
3. การให้น้ำ
การให้น้ำควรให้อย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่ทำการปลูก แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ขาดน้ำในช่วงที่ออกดอกและติดผล ซึ่งระบบการให้น้ำแบบเข้าร่องจะให้ผลดีที่สุด เพราะทำให้บวบเหลี่ยมไม่เปียกน้ำที่ใบนั่นเอง หากใช้น้ำระบบฝอยจะทำให้ใบเปียก อาจมีโอกาสเกิดโรคที่ใบและลำต้นได้มาก
4. การให้ปุ๋ย
การให้ปุ๋ยควรให้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนทำการเพาะเมล็ดพันธุ์ และเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการดูแล ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด หรือมูลสัตว์ ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้บวบเหลี่ยมที่ได้ปลอดสารพิษและดีต่อสุขภาพของเราเอง
5. การเก็บเกี่ยว
อายุของการเก็บเกี่ยวบวบเหลี่ยมอยู่ที่ประมาณ 40-60 วัน หลังจากการหยอดเมล็ด ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลขณะที่ยังอ่อนอยู่ เพราะจะได้เนื้อผลอ่อนนุ่มขนาดที่พอเหมาะ ซึ่งผลจะมีขนาดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลเริ่มแข็งและพองออก ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่ติดกับต้น เพราะจะทำให้ผลผลิตลดลง

Plant/11555_3_สรรพคุณทางยาโบราณ_แก้บรรเทาอาการได้ดี.jpg

"สรรพคุณทางยาโบราณ แก้บรรเทาอาการได้ดี" บวบเหลี่ยมสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง และห่อหมก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารมากมายที่ช่วยบำรุงร่างกาย
1. ช่วยคลายร้อน
บวบเหลี่ยมเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น เนื้อชุ่มฉ่ำน้ำ ทานแล้วสามารถช่วยดับร้อน แก้ร้อนใน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี
2. ช่วยแก้หวัด
บวบเหลี่ยมสามารถบรรเทาอาการปวดหัว ลดไข้ ขับเสมหะ อีกทั้งยังช่วยลดอาการเจ็บคอให้หายเป็นปกติได้
3. แก้ท้องผูก
บวบเหลี่ยมเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องการขับถ่ายให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
4. ช่วยบำรุงฟัน
บวบเหลี่ยมเป็นพืชที่มีฟอสฟอรัสสูง มีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
5. บำรุงเลือด
บวบเหลี่ยมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
6. บรรเทาอาการปวดฟัน
นำเมล็ดหรือเถาบวบเหลี่ยมไปเผาแล้วบดเป็นผง มาทาบริเวณที่ปวด ทำให้อาการปวดฟันหรือเสียวฟันลดลงได้
7. ช่วยขับพยาธิ
นำเมล็ดที่แก่จัดของบวบเหลี่ยมมาบดเป็นผงทาน อาจจะบรรจุในแคปซูลก็ได้เพื่อให้ทานง่าย สำหรับเด็กควรทานประมาณ 30 เมล็ด ส่วนผู้ใหญ่ทาน 40-50 เมล็ด
8. ช่วยขับเลือด
ช่วยบำรุงเลือดลมให้ไหลเวียนสะดวก หากใครมีประจำเดือนมาไม่ปกติ การรับประทานบวบเหลี่ยมจะช่วยให้ประจำเดือนมาตรงเวลามากขึ้น
9. ช่วยถอนพิษ
ใช้ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ผื่นคันตามผิวหนัง โรคผิวหนังเช่นกลากหรือเกลื้อน โดยการนำใบบวบเหลี่ยมมาบดแล้วพอกบริเวณที่มีอาการ
10. ช่วยบำรุงน้ำนม
คุณแม่หลังคลอดบุตรแนะนำให้นำบวบเหลี่ยมมาปรุงอาหารรับประทานบ่อยๆ จะทำให้มีปริมาณน้ำนมมากขึ้น

Plant/11555_4_ผัดบวบกุ้ง_เมนูทำง่ายได้ประโยชน์เยอะ.jpg

"ผัดบวบกุ้ง เมนูทำง่ายได้ประโยชน์เยอะ" ผัดบวบกุ้ง เมนูง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำกินเองได้ที่บ้าน เป็นอาหารที่มีวิธีทำไม่ยุ่งยาก แต่ว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย เพราะบวบเหลี่ยมเป็นผักธาตุเย็น มีส่วนช่วยคลายความร้อนได้ดี และมีคุณค่าทางพืชสมุนไพรที่สูง พร้อมกับมีแร่ธาตุอีกหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
วิธีปรุง
1. นำบวบเหลี่ยมไปลวกในน้ำร้อนเพื่อให้สุกก่อนเล็กน้อย แล้วค่อยตักไปแช่ในน้ำเย็น
2. ใส่น้ำมันในกระทะตามด้วยกระเทียมลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่กุ้งสดลงไปผัดให้สุก
3. ปรุงรสด้วยเกลือ ผงปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาล พร้อมกับเติมน้ำเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. เมื่อผัดบวบเหลี่ยมกับกุ้งจนคลุกเคล้าเข้ากับเครื่องปรุงแล้ว ก็ตักใส่จานเตรียมกินกันได้เลย
ผักพื้นบ้านอย่าง "บวบเหลี่ยม" เป็นผักที่เราหากินได้ง่าย ปลูกกินเองได้ที่บ้าน แต่สรรพคุณและคุณค่านั้นมากล้น และหากเราได้กินผักที่ปลูกด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์อย่าง "วิถีเกษตรอินทรีย์" นอกจากจะดีต่อสุขภาพทั้งคนปลูกและคนกินแล้ว การปลูกแบบอินทรีย์ยังช่วยให้สิ่งแวดล้อมดี ถือเป็นวิถีแห่งการสร้างสุขได้ง่าย ๆ ทั้งต่อตัวเราเองและคนรอบข้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...