โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ จะใช้ในการเรียนต่อหรือทำงาน ควรเลือกสอบแบบไหน?

Campus Star

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2561 เวลา 08.26 น.
IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการเรียนและทำงาน จะสอบเรื่องอะไรบ้าง? และใช้เวลาในการสอบนานแค่ไหน

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการทดสอบภาษาอังกฤษแบบต่าง ๆ กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสอบ TOEIC, TOEFL และ IELTS ซึ่งในแต่ละแบบเป็นการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษเพื่อจะนำมาใช้ในการเรียนต่อ (ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ) และใช้ในการทำงาน

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ

ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพาเพื่อน ๆ มารู้จักการสอบภาษาอังกฤษแบบ IELTS กันให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการเรียนและทำงาน จะสอบเรื่องอะไรบ้าง? และใช้เวลาในการสอบนานแค่ไหน ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันได้เลย

IELTS ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

IELTS ย่อมากจากคำว่า International English Language Testing System ซึ่งเป็นการสอบวัดระดับทางด้านภาษาที่ประกอบด้วย 4 ทักษะด้วยกัน ได้แก่ การฟัง (Listening), การพูด (Speaking),การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing)

สำหรับการสอบ IELTS เพื่อวัดระดับความสามารถด้านภาษาเพื่อนำคะแนนไปใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในต่างประเทศ หรือใช้ในการทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร จะมีการทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • General Training Modules (GT)
  • Academic Module (AC)

โดยทั้ง 2 แบบ มีจุดประสงค์ที่นำมาใช้แตกต่างกัน คือ General Training Modules (GT) ใช้ในการขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานต่าง ๆ ขอวีซ่าการทำงานในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ใช้ในการสอบวัดระดับเพื่ออบรม หรือใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญา โดยทั่วไปแล้วเป็นข้อสอบที่ใช้ไว้วัดระดับความสามารถด้านภาษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีความซับซ้อนในข้อสอบมากเท่าไหร่

ส่วนแบบ Academic Module (AC) เป็นการสอบวัดระดับทางวิชาการเพื่อใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ (ทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท) ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 แบบอยู่ในส่วนของ การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing)

TOEIC, TOEFL, IELTS คืออะไร ต่างกันยังไง?

https://seeme.me/ch/campusstar/kDB27M

Link : seeme.me/ch/campusstar/kDB27M

เวลาที่ใช้ในการสอบ IELTS

การทดสอบของ IELTS จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นส่วนในการสอบข้อเขียน มีเวลาให้ 2 ชั่วโมงครึ่ง และในช่วงบ่ายจะเป็นการสอบสัมภาษณ์รายบุคคลใช้เวลาในการสอบคนละประมาณ 10 นาทีกว่า ๆ เวลาที่ใช้ในการทำข้อสอบส่วนต่าง ๆ แบ่งออกเป็น การฟัง (Listening) 30 นาที, การพูด (Speaking) 11-14 นาที, การอ่าน (Reading) 60 นาที และการเขียน (Writing) 60 นาที จัดสอบครั้งละประมาณ 25-26 คน

การเขียน (Writing) – AC

ในส่วนการเขียน (Writing) ของแบบ Academic Module (AC) มีกำหนดเวลาในการทำข้อสอบ 60 นาที แต่จะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกจะเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับไดอะแกรม หรือตาราง รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ว่าอันไหนก่อนและอันไหนหลัง กล่าวง่าย ๆ ก็คือ เป็นการวัดระดับความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล และการอธิบาบการเปรียบเทียบของข้อมูลต่าง ๆ

การเขียน (Writing) – GT

และการเขียน (Writing) แบบ General Training (GT) จะมี 2 ส่วนเช่นเดียวกับแบบ Academic Module (AC) โดยส่วนแรกจะเป็นในลักษณะจดหมายที่มีข้อมูลหรือเป็นคำอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนนี้จะเป็นการวัดความสามารถในด้านการสนทนาหรือการโต้ตอบสื่อสาร และในส่วนที่ 2 จะเป็นการทดสอบถึงทัศนคติของผู้สอบ จะมีหัวข้อมาให้ผู้สอบเขียนแสดงความคิดเห็นลงไป ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การเสนอความคิดเห็น และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากความคิดของผู้สอบ

ผลคะแนนสอบ IELTS

สำหรับผลคะแนนการสอบ IELTS มีตั้งแต่ระดับ 0 – 9.0 โดยจะมีการนับครึ่งคะแนนด้วย เช่น 0.5, 4.5, 6.5 ฯลฯ โดยจะให้เป็นคะแนนของทั้ง 4 ทักษะ เช่น การฟัง 5.0, การพูด 6.0, การอ่าน 5.0 และการเขียน 6.0 จากนั้นจะนำคะแนนไปคิดคะแนนรวมที่ 5.5 เป็นต้น

ผลคะแนน IELTS จะออกมาหลังการสอบเสร็จสิ้นประมาณ 5 วัน ทั้งนี้สามารถเก็บคะแนนสอบ IELTS ไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี

ค่าสมัครสอบ IELTS

  • การสอบ IELTS on Computer : 7,500 บาท
  • สอบแบบ IELTS Regular : 6,900 บาท
  • สอบ IELTS for UKVI : 8,800 บาท
  • และเลือกสอบแบบ IELTS Life Skills : 6,600 บาท

** อัปเดตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2018

ข้อมูลจาก : www.si-englishbkk.com, www.hotcourses.in.th

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...