โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Octo Seafood Bar ร้านอาหารสุขุมวิท สไตล์ Social House สุดชิก

Wongnai

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 04.10 น.
ภาพไฮไลต์

สัมผัสอาหารทะเลสดใหม่หลากหลายเมนูที่ “Octo Seafood Bar” ร้านอาหารสุขุมวิท สไตล์ Social House แห่งแรก คือ Eat, Drink, Music ใน ซ.สุขุมวิท 24 ครบ จบ ที่เดียว!

#วงในบอกมา

หลากหลายเมนูอาหารของร้าน Octo Seafood Bar

ชาวเมืองกรุงฯ แบบเรา ๆ เลิกงานทั้งทีก็ต้องหาร้านอาหารบรรยากาศดีไปนั่งเมาธ์มอยพบปะเพื่อนฝูง หรือนั่งกินอาหารทะเลฟิน ๆ สักมื้อเพื่อชาร์จพลังสักหน่อย! สำหรับวันนี้แพรและชาวแก๊งก็มาให้รางวัลตัวเองด้วยการกินซีฟู้ดฉ่ำ ๆ ที่สำคัญพี่ที่ออฟฟิศแนะนำมาค่ะว่ามี Social House แห่งแรกใน ซ.สุขุมวิท 24 มาเปิด ได้ยินแล้วขอไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปรอเพื่อน ๆ ก่อนเลยที่ “Octo Seafood Bar” ร้านอาหารสุขุมวิทที่ครบครันด้วยคอนเซปต์ Eat, Drink, Social และ Music แบบนี้เห็นทีต้องนั่งยาวชัวร์!

Social House ของทางร้านได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการกินดื่มของฝั่งตะวันตก ที่เป็นสถานที่ กิน ดื่ม ครบ จบในที่เดียว อีกทั้งมีดนตรีดี ๆ ให้ผู้ที่มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายและสามารถมาได้ทุกโอกาส

ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในร้านเป็นต้องชะงักค่ะ เพราะการตกแต่งร้านค่อนข้างเก๋ไก๋และทันสมัยสุด ๆ ด้วยสไตล์ Industrial Marine ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจจากเรือในจินตนาการ อีกทั้งนำวัสดุของเรือโบราณจำลอง เช่น เหล็ก ปูน และไม้ มาสร้างให้เหมือนจริง พร้อมทั้งประติมากรรมปลาหมึกยักษ์ที่เป็น Landmark ของทางร้าน นอกจากนี้พื้นที่ภายในร้านยังกว้างขวางมาก โดยมีทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 6 โซนให้เลือกนั่งตามสไตล์ความชอบเลยค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน Octo Seafood Bar

ทางร้านแบ่งออกเป็น 6 โซน คือ 1.Zone Live Seafood เน้นซีฟู้ดเป็นหลัก พร้อมทั้งบ่อเลี้ยงสัตว์ทะเลต่าง ๆ ให้เลือกสรร 2.โกดังทะเล ซีฟู้ดไทยดั้งเดิมรสชาติจัดจ้าน สดใหม่ทุกวันจากแม่กลอง ซึ่งทางร้านนำเข้าทุกวันจากฟาร์มปลา อำเภอ แม่กลองที่ตามแบบวิถีดั้งเดิมมามากกว่า 20 ปี ทำให้ปลาของเรานั้นคุณภาพสดใหม่ เนื้อแน่น 3.Salumeria โซนอาหารอิตาเลียนและตะวันตก พร้อมให้บริการ Cold cut, Italian pizza (ชิ้นสี่เหลี่ยม), Soup, Salad, Sandwich, Cheese, Gelato ฯลฯ 4.Ceviche Bar โซนบาร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากทวีปอเมริกาใต้และเป็นที่นิยมมากในประเทศเปรู พร้อมเสิร์ฟซีฟู้ด เย็น สด ใหม่ ที่ให้รสชาติกลมกล่อมเมื่อทานคู่กับตากิล่า และของดอง ของยำ ให้คุณได้เลือกอย่างจุใจ 5.Cutts Sushi Bar โซนอาหารญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด! และ 6.Dr.Fetch บาร์สุดชิกที่นำเอาสโลแกน Ocean laboratory bar ของท้องทะเลมาตกแต่งและสร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรพิเศษให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างครบรสใน Social Club แห่งนี้ เรียกได้ว่าครบครันทุกความต้องการ และตอบโจทย์ Lifestyle การกินดื่มของชาวกรุงฯ ได้อย่างลงตัวเลยล่ะค่ะ :)

ประติมากรรมรูปปลาหมึกหน้าร้าน เป็นผลงานของ คุณพงษธัช อ่วยกลาง ประติมากรแถวหน้าของเมืองไทย อีกทั้งยังสอดคล้องกับชื่อร้านและมีนัยยะของหนวดปลาหมึก คือ การเชื่อมโยงโซนต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว 

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลามาเริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเมนูแนะนำ “Galician Octopus” (580 บาท) ยำปลาหมึกสไตล์อเมริกาใต้ โดยเชฟจะนำปลาหมึกหนวดยักษ์ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นและสเปน มาแช่ในน้ำมะนาวก่อน จากนั้นนำมาคลุกเคล้าด้วยน้ำมะนาวอีกทีพร้อมกับมันฝรั่ง อโวคาโด และมะเขือเทศ กินแล้วเข้ากันดี อีกทั้งยังได้ความหอมจาก Smoked Paprika อีกด้วย

เพื่อไม่ให้ขาดตอนมาต่อกันด้วย “Sea Bass Steak” (380 บาท) สเต๊กปลากะพงที่กัดคำแรกแล้วสัมผัสได้เลยถึงความสด! ซึ่งเมนูนี้เชฟจะนำปลากะพงแล่สดไปกริลล์บนกระทะกับซอส ที่มีส่วนผสมของ เนย ไวน์ขาว และครีม อีกทั้งนำไปตีกับ Tarragon เพื่อให้ได้กลิ่นหอมชวนกิน เสิร์ฟคู่มันฝรั่งทอด และผักแขนง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านแนะนำมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

Sea Bass Steak

มากันที่พระเอกของเรากับซีฟู้ดเซตยักษ์! “Fruit of Sea Platter” (2580 บาท) เซตที่รวมเอาซีฟู้ดสุดพรีเมียม มาไว้ในที่เดียวถึง 5 ชนิด คือ หอยแมลงภู่ออสเตรเลีย, หอยนางรม (โดยทางร้านมีนำเข้าจากประเทศไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ซึ่งแล้วแต่ฤดูกาลและจังหวะ), ปูอลาสก้า, กุ้งลายเสือ และหอยตลับ โดยแต่ละตัวสดจากบ่อเลี้ยงหน้าร้านเลยล่ะค่ะ เป็นเซตที่คนรักซีฟู้ดต้องโดนให้ได้

 Fruit of Sea Platter

“Lamb Steaks” (990 บาท) สำหรับสเต๊กแลมป์จานนี้ เชฟมีสูตรเฉพาะโดยการเลาะเนื้อออกจากกระดูกและนำไปย่าง อีกทั้งเน้นที่กลิ่นหอมของสมุนไพรออริกาโน และทีเด็ดคือมายองเนสที่ทางร้านตีเอง เมื่อกินคู่กันกับเนื้อสเต๊กเปื่อยนุ่มแล้วนั้นจึงลงตัวสุด ๆ เลยล่ะค่ะ

Lamb Steaks

ตามมาติด ๆ กับเมนูยอดนิยม “กุ้งซอสมะขาม” (560 บาท) ทางร้านทำออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากกุ้งลายเสือไซส์ใหญ่ที่สด กรอบ ด้านรสชาติยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทยขนานแท้ หอมกลิ่นซอสมะขาม และไม่หวานจนเกินไป อีกทั้งมีพริกและต้นหอมคอยตัดรสชาติ กินแล้วติดใจจนอยากมาฝากท้องเลยล่ะ

 กุ้งซอสมะขาม
 ได้รสชาติเปรี้ยมอมหวานลงตัว จากซอสมะขามเต็ม ๆ

ปิดท้ายมื้อนี้กันด้วยเมนู “ปลาหมึกผัดไข่เค็ม” (270 บาท) ที่พอมาเสิร์ฟเป็นต้องว้าว เพราะต่างจากร้านอื่นทั่วไปที่เน้นผัดแบบขลุกขลิก แต่ของทางร้านจะเป็นการผัดแบบแห้ง ๆ โดยเชฟมีสูตรลับคือนำเฉพาะไข่แดงมา Dehydrate จนแห้งร่วนก่อน จากนั้นนำมายีให้เป็นผง ผัดกับปลาหมึกจนไข่แดงทั้งหมดเคลือบตัวปลาหมึกพอดี สำหรับจานนี้บอกเลยค่ะว่าได้รสชาติไข่เค็มทุกคำจริง ๆ

กินไปพลางนั่งฟังดนตรีจาก DJ ของทางร้านที่คอยมิกซ์เพลงนี่มันช่างเพลิดเพลินจริง ๆ จนดูเวลาเป็นต้องตกใจ เพราะใกล้เวลาร้านจะปิดแล้ว สำหรับใครที่อยากมาลิ้มลองซีฟู้ดคุณภาพดีพร้อมบรรยากาศ Social House สุดผ่อนคลายแบบนี้แล้วล่ะก็สามารถมากันได้เลยค่ะที่ร้านอาหารสุขุมวิท “Octo Seafood Bar” ตั้งแต่เวลา 17:00 - 01:00 น. เลยค่า หรือสามารถติดตามโปรโมชันดี ๆ ได้ที่ www.octoseafoodbar.com และลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรมที่ทางร้านจัดขึ้นทุกเดือน เพียงโพสต์และติด Hashtag #octoseafoodbar #theupbeateatery ที่ Instagram : Octoseafoodbar หรือ Facebook : Octo Seafood Bar ได้เลยค่ะ :)

การเดินทาง

ร้านอาหารสุขุมวิทหรือร้านอาหารทะเล “Octo Seafood Bar” ตั้งอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้โดยรถยนตร์ส่วนตัว หรือรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00 - 01:00 น. โทรสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 090-456-9098, 02-261-9899 หรือทาง LINE : @octoseafoodbar (แอดไลน์วันนี้รับส่วนลด 10%)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...