โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย มีอะไรบ้าง ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้บาดเจ็บ?

MThai.com - Health

เผยแพร่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 03.48 น.
แม้การออกกำลังกายจะทำให้เราสุขภาพแข็แรง แต่เรารู้จักวิธีดูแลและเซฟตัวเองด้วย วันนี้เราจะพามาดู อาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ที่พบได้บ่อยที่สุด

อาการบาดเจ็บ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที ทุกเวลา และกับทุกๆ คน ไม่เว้นแม้กระทั่งการออกกำลังกาย จริงอยู่ที่การออกกำลังกาย จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่เราก็ต้องรู้จักวิธีการออกกำลังกาย รวมถึงวิธีการเตรียมพร้อมทั้งก่อน-หลังออกกำลังกายด้วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บ วันนี้เราจะพามาดู อาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ที่พบได้บ่อยที่สุด

อาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย/เล่นกีฬา

ในแต่ละกีฬาที่เล่นจะมีลักษณะอาการบาดเจ็บที่เฉพาะเจาะจงกันไป แต่ถ้าสังเกตง่ายๆ ข้อไหล่และข้อเข่า มักเป็นบริเวณที่เกิดอาการบาดเจ็บค่อนข้างสูงในแทบทุกกีฬา อาการบาดเจ็บที่พบบ่อย ได้แก่ เอ็นหัวไหล่อักเสบ เอ็นหัวเข่าอักเสบ เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ การบาดเจ็บจากการวิ่งและการปั่นจักรยานที่เป็นกีฬายอดฮิต

สาเหตุของอาการบาดเจ็บส่วน

สาเหตุการบาดเจ็บแบ่งเป็น 2 ปัจจัย

1. ปัจจัยภายในของตัวนักกีฬาเอง เช่น ความไม่เหมาะสมของรูปร่างหรือโครงสร้างของนักกีฬา การอบอุ่นหรือการเตรียมร่างกายที่ไม่เพียงพอ ความเหนื่อยล้าสะสม เทคนิคและวิธีเล่นของแต่ละคน และการบาดเจ็บในอดีตของนักกีฬา

2. ปัจจัยภายนอก เช่น การฝึกซ้อมที่ไม่เหมาะสม ความบกพร่องของสถานที่ อุปกรณ์แข่งขัน สภาพอากาศและความชื้น การเล่นของคู่แข่งขัน การเร่งเร้าจากกองเชียร์ และลักษณะเฉพาะการเล่น ของแต่ละกีฬา

สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดเล่นทันที

สัญญาณใดที่จะบ่งบอกว่าอาการบาดเจ็บนั้นว่ามีแนวโน้มอันตราย ส่งผลต่อชีวิต ต่อการสูญเสียอวัยวะ หรืออาจนำไปสู่การสูญเสียสมรรถภาพการเล่นกีฬาและการเคลื่อนไหวร่างกาย และยากต่อการฟื้นฟู ได้แก่

  • บาดเจ็บต่อศีรษะ หมดสติ หรือ มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชักเกร็ง อ่อนแรง เสียการทรงตัว
  • กระดูกหักหรือข้อเคลื่อนหลุด
  • บาดเจ็บต่อช่องอก มีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอกมาก
  • บาดเจ็บต่อช่องท้อง มีอาการปวดท้องมาก อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด
  • การบาดเจ็บที่ตา
  • บาดแผลลึกมีเลือดออกมาก
  • มีอาการปวดมากแม้อยู่นิ่งๆ หรือ หลังการพักการเคลื่อนไหวของบริเวณที่บาดเจ็บ

เมื่อเกิดอาการข้างต้นควรพาไปโรงพยาบาลทันที แต่หากมีอาการปวดบวมที่ไม่หายด้วยการพักการใช้งาน และปฐมพยาบาลภายใน 3 วัน ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เช่นกัน

ทำอย่างไรเมื่อบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย?

ในกลุ่มที่มีอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน คือ การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทันทีหลังเล่นกีฬาหรือเกิดการกระแทก หลักการปฐมพยาบาลง่าย ๆ คือ RICE

  • R = rest (พัก) คือ พักในส่วนที่บาดเจ็บหรือหยุดเล่นในทันที
  • I = ice (น้ำเเข็ง) คือ การนำน้ำแข็งมาประคบในส่วนที่บาดเจ็บทันที
  • C = compression (รัด) คือ การหาผ้ามารัด
  • E = elevation (ยก) คือยกส่วนที่บาดเจ็บนั้นให้สูง เพื่อป้องกันไม่ให้บวมมากขึ้น

แนวทางในการรักษาอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

ประเมินอาการบาดเจ็บเพื่อเลือกวิธีรักษา แพทย์จะพูดคุยกับคนไข้เพื่อพิจารณาว่าคนไข้มีข้อบ่งชี้ที่ต้องผ่าตัด หรือไม่ กรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด คนไข้ควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง เช่น ไม่เล่นกีฬาในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เพิ่ม ระหว่างนั้นอาจมีการทำกายภาพบำบัดและฝึกกล้ามเนื้อเพื่อรักษาสภาพกล้ามเนื้อของตนเอง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

สำหรับกลุ่มคนไข้ที่ไม่สามารถกลับมาเล่นกีฬาบางประเภทได้อีก อาจมีการเล่นกีฬาประเภทอื่น ที่ไม่กระทบต่อ อาการบาดเจ็บ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนกลุ่มต้องที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยหลังจากผ่าตัดควรมีการดูแล ด้านร่างกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีการใช้งานได้ใกล้เคียงเหมือนปกติ

ปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมการผ่าตัดรักษาด้วยการส่องกล้อง มาเป็นการผ่าตัดทางเลือกแรกของคนไข้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ เพราะการผ่าตัดส่องกล้องจะใช้การเจาะรู ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ต่อเนื้อเยื้อระหว่างทางที่จะเข้าไปซ่อมแซมน้อยลง รวมทั้งลดพังผืดในบริเวณที่ผ่าตัด และการทำกายภาพ หลังการผ่าตัดส่องกล้องสามารถทำได้รวดเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล ตลอดจนอาการเจ็บปวด หลังการผ่าตัดน้อยกว่า

ผู้ทีมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน ไขมัน เบาหวาน โรคหัวใจ ข้อเสื่อม หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนวางแผนการออกกำลังกายเสมอ เนื่องจากแต่ละโรคมีข้อควรระวังที่ต่างกัน เช่น

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ใช้กำลังมาก เช่น การแข่งขัน หรือการยกน้ำหนัก เนื่องจากจะไปเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและปอดมาก ซึ่งมันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายเฉียบพลัน อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ไม่ควรออกกำลังกายที่มีการกระแทกหรือลงน้ำหนักที่ข้อมากเกินปกติ เช่น กีฬาที่ต้องกระโดด หรือ ขึ้นลงบันได
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอินซูลิน อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะอินซูลินจะถูกดูดซึมสู่กระแสโลหิตเร็วเกินไป และอย่าออกกำลังในช่วงที่อินซูลินออกฤทธิ์สูงสุด
  • ผู้ป่วยโรคหอบ ควรพกยาขยายหลอดลมติดตัวเสมอ และต้องหยุดทันทีเมื่อมีอาการหอบกำเริบ

ทริคดูแลตัวเอง เสริมสมรรถภาพการกีฬา ต้องทำอย่างไร?

  1. ควบคุมอาหารและน้ำหนัก ควบคุมดัชนีมวลกาย (BMI) ให้คงที่ ปรับอาหารเพิ่มโปรตีน เพื่อเสริมสร้าง มวลกล้ามเนื้อ รับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จำกัดอาหารไขมัน ทานเกลือแร่วิตามินเพียงพอ ต่อความต้องการร่างกาย

  2. เพิ่มสมรรถภาพระบบไหลเวียนและความจุปอด (Cardiorespiratory training) โดยออกกำลังกาย Aerobic Exercise ติดต่อกันอย่างน้อย 20-30 นาที มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์

  3. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle strength and Endurance) ทั้งกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core muscle) กล้ามเนื้อรยางค์ (Extremities muscle)

  4. เพิ่มความอ่อนตัวและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ (Flexibility) โดยการเหยียดยืดกล้ามเนื้อค้างไว้ ทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มสมรรถภาพและลดการบาดเจ็บได้

  5. ลดการดื่มแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่

  6. หมั่นฝึกซ้อมทักษะเฉพาะสำหรับกีฬาแต่ละชนิด

2 ข้อสำคัญ เตรียมพร้อมก่อนออกกำลังกาย ลดอาการบาดเจ็บ

1. วอร์มอัพ (Warm Up) ทุกครั้งก่อนการเล่นกีฬา โดยจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที อาจเป็นการ วอร์มอัพด้วยการวิ่งเบา ๆ เพื่อให้เหงื่อซึม เพราะเมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น 1 องศา จะทำให้กล้ามเนื้อ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อช่วยลดการเกิดอาการบาดเจ็บได้

2. สเตรทชิ่ง (Stretching) เหยียด ยืด กล้ามเนื้อ ก่อนการเล่นกีฬาเพื่อป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บ

ตอนนี้ทางโรงพยาบาลพญาไท 2 มีบริการแชทกับหมอทีมชาติ บนแอปไลน์จากโรงพยาบาลพญาไท 2 ตอบทุกปัญหากังวลเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และออกกำลังกาย ใครที่มีข้อสงสัย สามารถพิมพ์ถามได้เลย จะมีจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์ประจำ โรงพยาบาลพญาไท 2 และแพทย์ประจำทีมชาติไทยได้ทันที มาตอบ

คลิป > มิกกี้ นนท์ สอนวิธีหา ฮาร์ทเรตสูงสุด ในการออกกำลังกาย ให้ได้ประโยชน์สูงสุดของตัวเอง

https://seeme.me/ch/health/kDQ5b9

ที่มา : ผศ.นพ.ณัฏฐา กุลกำม์ธร ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine) สถาบันกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2 แพทย์ประจำทีมชาติกีฬา ฮอกกี้น้ำแข็งและมวย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...