โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคลิ้นหัวใจรั่ว อีกโรคที่ทารกแรกเกิดเป็นกันมาก

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 28 ก.ย 2563 เวลา 04.30 น. • Motherhood.co.th Blog

โรคลิ้นหัวใจรั่ว อีกโรคที่ทารกแรกเกิดเป็นกันมาก

เชื่อไหมคะว่าเด็กทารกแรกเกิดทุก ๆ 100 คน จะมี 1 คน ที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งชนิดที่พบได้มากก็คือ "โรคลิ้นหัวใจรั่ว" ไม่ว่าจะเป็นผนังกั้นระหว่างห้องหัวใจด้านบนหรือด้านล่างรั่ว อาการนี้สามารถเป็นมาแต่กำเนิดหรือตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ แล้วเราจะทราบหรือจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง มาติดตามบทความด้วยกันค่ะ

บางครั้งโรคก็ไม่แสดงอาการให้เห็นในตอนยังเป็นทารก

สาเหตุหลักของโรคลิ้นหัวใจรั่ว

  • เกิดความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด โดยอาจไม่แสดงอาการให้เห็นตั้งแต่ในวัยเด็กหรือตั้งแต่แม่ยังตั้งครรภ์
  • โรคหัวใจรูห์มาติค เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก เมื่อร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านหัวใจตนเอง ทำให้เกิดการอักเสบของลิ้นหัวใจ ผลที่ตามมาคือลิ้นหัวใจมีความหนาขึ้นมาก ทำให้ลิ้นหัวใจตีบและรั่ว
  • อาจเกิดจากการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจอักเสบและเป็นรู เชื้อโรคเหล่านั้นอาจเข้ามาทางช่องปาก การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันของผู้ที่ใช้ยาเสพติด การเจาะตามร่างกาย เป็นต้น
  • ลิ้นหัวใจเสื่อมไปตามอายุ เนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวและรับแรงดันจากเลือดตลอดเวลา ดังนั้น การเสื่อมจึงเกิดขึ้นได้ ลิ้นหัวใจจะหนาขึ้นและเริ่มมีหินปูน (Calcium) เข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อ ทำให้ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท

การวินิจฉัย

การตรวจหาโรคลิ้นหัวใจรั่วที่ให้ผลแม่นยำและเป็นมาตรฐานจะทำการตรวจโดยการใช้คลื่นเสียงสะท้อนหรือเครื่องอัลตราซาวด์ การตรวจชนิดนี้เรียกว่า เอคโค่ (Echocardiogram) เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนเป็นภาพหัวใจ เพื่อตรวจดูอย่างละเอียดเป็นพิเศษภายในหัวใจและหลอดเลือด โดยกุมารแพทย์ด้านโรคหัวใจเด็ก วิธีนี้เป็นการใช้คลื่นเสียงเหมือนการทำอัลตราซาวด์ ซึ่งสามารถที่จะบอกรายละเอียดของความผิดปกติภายในหัวใจและเส้นเลือดใหญ่บริเวณใกล้หัวใจได้ นับว่าเป็นวิธีการตรวจที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่มีข้อเสียหรือความเสี่ยงใด ๆ

โดยส่วนใหญ่การตรวจแบบใช้เครื่องอัลตราซาวด์จะกินเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น เราก็สามารถรู้ผลการตรวจได้ว่าลิ้นหัวใจมีความผิดปกติหรือไม่และสภาพการทำงานของมันเป็นอย่างไร เช่น ทิศทางการไหลเวียนของเลือด จังหวะการสูบฉีดเลือดของหัวใจเมื่อมีการหายใจเข้าออก การปิดเปิดของลิ้นหัวใจเมื่อเลือดสูบฉีดว่ามีการรั่ว หย่อนยาน หรือปูดขึ้นบ้างหรือไม่ ทั้งนี้แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม ว่าจะรักษาด้วยวิธีการใดถึงจะเหมาะสมกับอาการที่เป็นอยู่

การรักษานั้นแพทย์จะประเมินจากอาการ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป

การรักษา

แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าใจว่าสมควรที่จะผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจที่เกิดการชำรุดหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค แพทย์จะผ่าตัดให้เฉพาะในรายที่ลิ้นหัวใจชำรุดมากเท่านั้น หากชำรุดเพียงเล็กน้อย เช่น ผนังกั้นห้องหัวใจส่วนล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect : VSD) ที่รอยรั่วขนาดไม่ใหญ่รัก รอยรั่วนั้นก็อาจจะปิดได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แพทย์จึงมักจะแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวและเฝ้าติดตามอาการไปเรื่อย ๆ ก่อน ซึ่งการผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจสำหรับผู้ป่วยบางรายอาจต้องมีการผ่าตัดซ่อมแซมซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...