โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลประกาศกักตัว 14 วัน สกัดโควิด-19 ผู้เดินทางจากไทย สิงคโปร์ เฮ่องกง และมาเก๊า

TODAY

อัพเดต 18 ก.พ. 2563 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 00.14 น. • Workpoint News

โคโรนา, ไวรัสโคโรนา, covid-19

สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ขยายวงกว้างขึ้น ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล ประกาศมาตรการกักตัวนักเดินทางจากไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเก๊า 14 วัน สกัดแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา

วันที่ 18 ก.พ.2563 กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลออกประกาศทางเว็บไซต์ว่า ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศไทย สิงคโปร์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และมาเก๊า ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.2563 เป็นต้นไป เมื่อไปถึงอิสราเอลแล้วจะต้องถูกกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ห้ามเดินทางไปที่สาธารณะไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้โดยสารต่อเครื่องบินผ่านประเทศดัง

สถานทูตไทย ในกรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศแนะคนไทยงดเดินทางไปอิสราเอลจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง และจะแจ้งให้ประชาชนทราบหากมีความคืบหน้าและการเปลี่ยนแปลง ของมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลอิสราเอล โดยระบุว่า ขอเรียนด้วยว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานงาน และแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19) ในประเทศไทยมาโดยตลอด และจะติดตามสถานการณ์การออกมาตรการที่เกี่ยวข้อง ของรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยติดต่อสถานทูตฯได้ที่ (972-9) 954-8412, 8413 (972-54) 636-8150

 

 

สำหรับสถานการณ์โควิดในประเทศไทย วันที่ 17 ก.พ.2563 กระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 15 ราย รวมสะสม 35 ราย ผู้ป่วยรายเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน เพศหญิงอายุ 68 ปี (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 35 ของประเทศไทย)

สถานการณ์ทั่วโลกใน 27 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม - 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 71,242 ราย เสียชีวิต 1,770 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 70,461 ราย เสียชีวิต 1,765 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...