โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝ่ายค้านร่าย 6 ปัญหาคนไทย จากนโยบายเอื้อจีนของรัฐบาล “คุณประยุทธ์”

Khaosod

อัพเดต 25 ก.พ. 2563 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 08.52 น.

ฝ่ายค้านร่าย 6 ปัญหาคนไทย จากนโยบายเอื้อจีนของรัฐบาล “คุณประยุทธ์” - BBCไทย

ในวันที่ 2 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เริ่มต้นเมื่อเวลา 09.30 น. โดยฝ่ายค้านยังล็อกเป้าถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อย่างต่อเนื่อง มุ่งโจมตีการไร้ความสามารถในการเป็นผู้นำทีมเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนจนลง และออกนโยบายเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนไทยและจีน

หนึ่งในผู้อภิปรายที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงปัญหาการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือ นายเอกพจน์ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย อดีตพรรคอนาคตใหม่ โดยยกคำกล่าวของนายกฯ ที่เคยเปรียบเปรยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนเป็น "มดกับราชสีห์" มาอธิบายภาพการออกนโยบายแบบ "เอาใจจีน" และ "เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนจีน" ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคเป็นผู้นำรัฐบาลคณะรัฐประหารปี 2557 ซึ่งทำให้มหาอำนาจในซีกโลกตะวันตกถอยห่างจากไทย จึงต้องพึ่งพาจีนเพื่อพยุงเก้าอี้ของตนเอาไว้จนถึงปัจจุบัน

"ผมไม่ได้ปฏิเสธรัฐบาลจีน คนจีน ทุนจีน แต่ที่อยากเห็นคือรัฐบาลไทยดำเนินการทางการทูตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสมดุลระหว่างประเทศ ในเมื่อคุณประยุทธ์เอื้อทุนใหญ่ เอาใจทุนจีน ดำเนินความสัมพันธ์ในรูปแบบ 'มดกับราชสีห์' ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจให้คุณประยุทธ์ให้อยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียวในตำแหน่งนี้อีกต่อไป" นายเอกพันธ์กล่าว

ส.ส.ฝ่ายค้านรายนี้เป็นอีกคนที่ใช้สรรพนามเรียกนายกฯ ว่า "คุณประยุทธ์" จนมี ส.ส.รัฐบาลลุกขึ้นประท้วงบางส่วน แต่ก็อภิปรายได้จนจบ เขาได้ชี้ให้เห็น 6 ปัญหาที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงตักเตือนจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยที่นายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ก็ได้ลุกขึ้นตอบโต้คำอภิปรายของนายเอกพันธ์เป็นบางส่วนด้วย

1. แฉโครงสร้าง "ล้งลำไยตระกูลจ้าว" ไร้แข่งขัน

นายเอกพจน์ได้อ้างถึงราคาส่งออกลำไยที่เพิ่มขึ้น 60.6% ขณะที่ราคาลำไยหน้าสวนลดลง 13.1% ณ สิ้นปี 2561 เมื่อตรวจสอบล้งลำไยใน จ.ลำพูน พบว่าเป็นของ 3 บริษัท แต่เมื่อไปไล่ดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นกลับพบว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีพฤติกรรมถือหุ้นไขว้กันไปมา ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันกันจริง จึงขอตั้งฉายาว่า "ล้งลำไยตระกูลจ้าว"

บริษัทเหล่านี้ทำกำไร 128-255 ล้านบาท ทว่ามีการเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้กำไรที่เกิดขึ้นในไทยไม่ได้เกิดประโยชน์ในประเทศไทย

-รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจง

2. ทุนจีนทะลักตลาดอสังหาฯ ไทย แต่คนไทยไร้บ้าน

นายเอกพจน์ระบุว่า นับจากรัฐประหารจนถึงปัจจุบัน มีทุนจีนไหลทะลักเข้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้น 7 เท่า หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ดัชนีราคาคอนโดมิเนียมสูงขึ้น 17% ส่วนหนี้ครัวเรือนลดลง 2%

การมีบ้านสักหลังถือเป็นความหวังของชนชั้นกลาง แต่กลับกลายเป็นว่าคนไทยต้องไปเช่าคอนโดฯ จากคนจีนที่กว้านซื้อไปหมดแล้ว สร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงแรมและห้องเช่าขนาดเล็กจนแทบจะเป็นโรงแรมร้าง ส่วนเม็ดเงินที่ชาวจีนได้ก็ไม่ได้อยู่ในมือคนไทย ก็กลับไปสู่กลุ่มทุนจีนกลุ่มนั้น

"เชื่อว่าคุณประยุทธ์น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ทำอะไร เพราะเราเป็นมดเกรงใจราชสีห์" นายเอกพันธ์กล่าว

-รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจง

3. "มด" ควัก 2 แสนล้านซื้อสัมพันธ์กับ "ราชสีห์" ผ่านรถไฟความเร็วสูง

นายเอกพจน์ชี้ว่า โครงการนี้ไม่มีการเปิดประมูลนานาชาติแบบที่ควรทำ และมีการลงนามในบันทึกความตกลงร่วม (เอ็มโอยู) ไทย-จีนตั้งแต่ยังไม่ทันทำการศึกษา 9เซ็นแล้วถึงตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ในการมีรถไฟความเร็วสูง ก่อนพบว่าไม่คุ้มค่ากับไทย นำไปสู่การเปลี่ยนจากรถไฟความเร็วสูงเป็นรถไฟทางคู่ เมื่อ 29 ม.ค. 2559

ต่อมา "ราชสีห์งอน" ไม่ยอมมาร่วมประชุมกับไทยในอีก 1 เดือนหลังจากนั้น จน "มดต้องบินไปง้อราชสีห์ถึงถ้ำ" แล้วกลับมาประกาศเมื่อ 23 มี.ค. 2559 เดินหน้ารถไฟความเร็วสูง พร้อมเปลี่ยนจากโครงการร่วมทุนเป็นไทยลงทุนเองเกือบ 2 แสนล้านบาท ด้วยการกู้เงินจากจีนในอัตราดอกเบี้ยมิตรภาพ เริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงแรก 3.5 กม.

เขากล่าวว่า ประโยชน์ข้อแรกที่ประเทศไทยจะได้จากโครงการนี้ถูกระบุไว้ว่า "ส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น" จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดโครงการโครงสร้างพื้นฐานถึงอ้างเหตุผลเช่นนี้

"ประเทศไทยเรามีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลจีนมานาน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เราต้องใช้เงินเกือบ 2 แสนล้านบาทไปซื้อความสัมพันธ์ การสร้างความสัมพันธ์แบบนี้ ไม่น่าใช่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่น่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณประยุทธ์ที่ไม่มีใครคบ กับจีนเท่านั้น" นายเอกพันธ์ระบุ

-รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจง

4. ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี "อุ้มค้าออนไลน์จีน"

นายเอกพจน์ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการให้ "สิทธิพิเศษแบบสุด ๆ" กับบริษัทออนไลน์จีน ด้วยการยกเว้นภาษีคลังสินค้าทัณฑ์บน 14 วัน จากปกติพ่อค้ารายเล็กรายน้อยจะถูกคิดภาษีทันทีที่สินค้ามาถึงท่าเรือ ทำให้ทุนใหญ่ต่างชาติได้แต้มต่อเหนือพ่อค้าแม่ค้าไทย จนต้องรอวันล้มหายตายจาก

-นายกฯ ชี้แจงว่า ผู้ขายสินค้าออนไลน์ของไทยต้องปรับเปลี่ยนด้วย

5. ชี้ไทยกลัวจีนโกรธ ปล่อยชาวไทยอยู่ในอู่ฮั่นนานกว่าเพื่อนบ้าน

นายเอกพจน์อภิปรายว่าการที่รัฐบาลรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโลนาสายพันธุ์ใหม่ หรือเชื้อโควิด-19 ได้ช้ากว่าประเทศอื่น ๆ อาทิ เมียนมา บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ถือเป็น "หลักฐานอันหนึ่งว่าเราเป็นมดน้อยที่ไม่กล้าต่อรองกับราชสีห์ กลัวราชสีห์เสียหน้า โกรธ เลิกคบ" ทั้งที่กระทรวงสาธารณสุขไทยเสนอให้ระงับฟรีวีซ่าให้ชาวจีน, ระงับเที่ยวบินที่มาจากจีน, เสนอให้กักตัวคนจีนที่เข้ามาในไทย 14 วัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ทำ

-รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจง

6. ภัยแล้งจากน้ำโขงที่จีนเป็นผู้กุมชะตากรรม

ส.ส.เชียงรายระบุว่า จีนเป็นผู้กำหนดความอยู่รอดของแม่น้ำโขง ในช่วงปลายปี 2562 น้ำโขงแห้งขอดอย่างหนักหลังจีนทดลองเดือนเครื่องผลิตไฟฟ้าในเขื่อนที่สร้างกั้นลำน้ำโขง ทำให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ต้องไป "อ้อนวอนขอให้จีนปล่อยน้ำมามากขึ้น" เมื่อ 23 ม.ค. 2563 ก่อนกลับมาประโคมข่าวว่าพญาราชสีห์ใจดีกับมด แต่ข้อมูลระดับน้ำเฉลี่ยที่สถานีวัดน้ำเชียงแสน จ.เชียงราย พบว่าระดับน้ำโขงเฉลี่ยที่ไทยต้องได้รับน้อยกว่าปีก่อน ๆ พอสมควร นี่คือภัยแล้งที่คนไทยต้องเจอ

-รมว.ต่างประเทศชี้แจงว่า การเดินทางไปจีนของเขาเมื่อ 23 ม.ค. "ไม่มีการอ้อนวอน แต่ไปในฐานะมิตร" โดยสอบถามว่าจีนจะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะรับทราบว่าความแล้งไม่ได้เกิดเฉพาะการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กระทบไปถึงเอเชียตะวันออก ซึ่ง รมว.ต่างประเทศจีนก็บอกว่าจะทำให้ดีที่สุด ก่อนได้รับแจ้งในวันเดียวกันว่าคาดว่าจะสามารถเพิ่มระดับน้ำเป็น 1,025 ล้าน ลบ.ม. จากเดิม 850 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งที่ผ่านมา ก็เคยขอกันในเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับน้ำโขงแล้วก็ได้ความร่วมมือ เช่น ขอให้ไม่มีการขุดลอกเกาะแก่ง เพราะจะมีผลต่อวิถีชีวิตชุมชน

-นายกฯ ชี้แจงว่า "ไม่ใช่เราต้องไปขอร้องเขาอะไรมากมาย เป็นการประสานในหมู่ประเทศผู้ใช้น้ำร่วมกัน เป็นข้อตกลงร่วมกันว่าอะไรจะช่วยกันได้ ไม่เฉพาะประเทศไทย ยังมีลาว เวียดนาม ที่ได้รับผลกระทบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...