โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ สุเทพ วงศ์กำแหง เยี่ยมไข้แฟนเพลงที่รพ. ขับร้องเพลงให้ฟังถึงข้างเตียง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
สุเทพ วงศ์กำแหง (12 พฤษภาคม พ.ศ.2477 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563) (ภาพจากห้องสมุดกองบก.ศิลปวัฒนธรรม)

เมื่อ สุเทพ วงศ์กำแหง เยี่ยมไข้แฟนเพลงที่รพ. ขับร้องเพลงให้ฟังถึงข้างเตียง

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตที่บ้านพักด้วยวัย 86 ปี กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง บทความ “เพลงและข้อเขียนของ สุเทพ วงศ์กำแหง” ของ บูรพา อารัมภีร ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมีนาคม 2562 มีการนำข้อเขียนของสุเทพ ถึงแฟนเพลงท่านหนึ่งเมื่อไปเยี่ยมไข้ที่โรงพยาบาลและขับร้องเพลงให้ฟังถึงข้างเตียง ที่ใครๆ ได้อ่านก็สะเทือนใจรับรู้ได้ถึงสัมผัสอันลึกซึ้งของศิลปินท่านนี้กับแฟนเพลงของเขา ศิลปวัฒนธรรมขอนำบทความนี้มาเผยแพร่ในเว็บเพื่อเป็นการระลึกถึงศิลปินแห่งชาติผู้จากไป

กลางเดือนมกราคม [2562] หลังปีใหม่ไม่กี่วัน สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ นักร้องลูกกรุงหมายเลข 1 ของเมืองไทยถูกหามส่งโรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่กลางดึก ถึงห้องฉุกเฉินราวตีสามตีสี่

เหตุเพราะคืนนั้นหลังจากไปกินเลี้ยงแล้วกลับถึงบ้านก็ไม่สบายเนื้อตัว ทำท่าจะอาเจียน แต่ไม่ออก ล้มตัวลงนอนเพียงครู่ก็ต้องลุก ไม่สบายเอามากๆ ผุสดีภรรยากับลูกจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล

ผมไปเยี่ยมในช่วงบ่ายของวันแรกที่สุเทพเข้าห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นแพทย์นำตัวไปอยู่ห้องผู้ป่วยรวมที่ตึกอัษฎางค์ พบอาการน้ำท่วมปอดและมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

อยู่ตึกอัษฎางค์ได้สามสี่วันก็ต้องย้ายมาตึก 72 ปี เพื่อเฝ้าดูอาการเพราะมีไข้สูงและพบนิ่วในท่อน้ำดี

แพทย์จึงให้ศิลปินนักร้องพักผ่อนให้แข็งแรง ต่อจากนั้นอีกไม่กี่วันจึงปฏิบัติการนำเอานิ่วออกมาได้ ทำให้สุเทพแข็งแรงขึ้น

ผมไปเยี่ยมครั้งหลังสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ยังนอนพักรักษาตัวอยู่เป็นสัปดาห์ที่ 3 อาการดีขึ้น ยิ้มแย้มทักทายพูดคุยกับทุกคนที่ไปเยี่ยม

แต่บ่นว่า อยากกลับบ้าน

มีแฟนเพลงหลายคนไปเยี่ยมเฝ้าดูอาการด้วยความเป็นห่วง มีคอเพลงบางคนอยากร้องเพลงให้คนไข้นักร้องฟังนัยว่าจะได้รื่นรมย์

แต่จะมีใครรู้บ้างว่า เมื่อ พ.ศ. 2514 สุเทพก็เคยไปยืนร้องเพลงให้ผู้ป่วยฟังที่เตียงคนไข้ในโรงพยาบาลมาก่อนแล้ว

ผมได้เอกสารข้อเขียนของสุเทพจาก ธัชชัย ยอดพิชัย หรือโหน่งแห่งกอง บ.ก. ศิลปวัฒนธรรมส่งมา หลังจากที่เราคุยกันเรื่องป่วยไข้ของสุเทพ และผมเล่าว่ามีคอเพลงบางคนจะร้องเพลงให้ท่านฟัง

โหน่งบอกว่า หลายปีก่อนสุเทพก็เคยไปร้องเพลงให้ลุงของเขาคือ นายแพทย์เผชิญ แก้วตาทิพย์ ซึ่งป่วยหนักนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลฟังมาแล้ว

หลังจากนั้น แม่สมคิด ยอดพิชัย แม่ของโหน่งก็ค้นข้อเขียนของสุเทพจากหนังสือพิมพ์ที่ตัดเก็บไว้ส่งมาให้ ซึ่งตัวท่านเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่สุเทพมาร้องเพลงให้นายแพทย์เผชิญฟังถึงเตียงคนไข้

ในคอลัมน์ 7 ชีวิต เพลงนั้น…ไม่มีดนตรี สุเทพเขียนว่า

“คุณสุเทพคะ ดิฉันต้องขอโทษที่รบกวนเวลาของคุณ แต่ก็หวังในความกรุณาของคุณ ให้คุณฟังดิฉันอธิบายจนจบเสียก่อน แล้วคุณจะตัดสินใจยังไง ก็แล้วแต่คุณค่ะ”

เสียงผู้พูดโทรศัพท์ที่ผมรับในโลลิต้าเมื่อกลางวันวันนั้น มีน้ำเสียงสุภาพและอ่อนโยน ชัดถ้อยชัดคำ ทำให้ผมสงบนิ่งฟังเธอพูดด้วยความเต็มใจ

“ดิฉันเป็นหัวหน้าพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลเทียนฟ้าแถวๆ สามแยกนี่แหละค่ะ คุณสุเทพคงจะพอรู้จักบ้างไหมคะ”

เมื่อผมรับคำ เธอจึงพูดขึ้นอีก

“ดิฉันมีคนไข้คนนึงซึ่งศรัทธาในตัวคุณสุเทพเหลือเกิน ไม่ว่าคุณสุเทพจะไปร้องเพลงที่ไหน เขาจะต้องตามไปฟังคุณสุเทพร้องทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโลลิต้า รึแม้กระทั่งห้องอาหารดีส์ที่หัวมุมถนนสาธรโน่น แต่ขณะนี้เขาป่วยหนักมาก และไม่แน่ใจว่าจะ… เอ้อ …จะรอดหรือเปล่า ดิฉันถึงอยากจะขอร้องให้คุณสุเทพสละเวลาไปเยี่ยมเป็นกำลังใจเขาบ้าง”

เธอหยุดไปสักครู่เหมือนกับจะรอฟังการตัดสินใจของผม แล้วก็พูดต่ออย่างวิงวอน

“นะคะ คุณสุเทพ ดิฉันรู้ว่าคุณเองก็เป็นคนมีงานมาก แต่ครั้งนี้อยากขอร้องเหลือเกิน โปรดคิดเสียว่า เป็นการทำบุญทางใจอีกสักครั้งเถิดนะคะๆ” เธออ้อนวอน

“ถ้าหากคุณสุเทพจะมา คุณสุเทพบอกวันเวลาให้แน่นอนแล้วดิฉันจะคอยรับที่หน้าตึก หรือไม่ก็ขึ้นมาบนชั้นสามเลยก็ได้ค่ะ นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ”

ผมบอกวันและเวลาที่จะไป แล้วก็ยืนคิดไปถึงคนไข้ผู้นั้น เขาเป็นใครหนอ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ ผมจะละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะมีธุระมากมายสักปานใดก็ตาม

ถึงวันนัด ผมตื่นแต่เช้า รีบอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวขับรถออกจากบ้าน แวะซื้อกระเช้าดอกไม้แล้วตรงดิ่งไปสามแยก

เป็นเพราะรถติดกันคับคั่งในย่านนั้น ทำให้ผมพลาดเวลานัดไปเกือบชั่วโมง แต่ผมก็ยังหวังว่า คงไม่เกินความสามารถที่จะหาคนไข้พบอย่างแน่นอน แม้ว่าจะคลาดกับพยาบาลผู้นั้น

อนิจจา…ผมเดินหาจนทั่วตึกชั้นสาม ถามพยาบาลคนไหนก็ไม่มีใครทราบเรื่องราวของชายผู้ป่วยหนักคนนั้นเลย ทั้งๆ ที่พยาบาลทุกคนช่วยโทรศัพท์ถามไปแทบทุกชั้น ผมเองก็สะเพร่าที่ไม่ได้ถามชื่อผู้ป่วย ผมจึงเล่าให้พยาบาลฟังตามความเป็นจริง

ผมเลยฝากกระเช้าดอกไม้ไว้กับหัวหน้าตึกชั้นสามนั้นแล้วลากลับด้วยความผิดหวัง ก่อนจะลงลิฟท์ยังได้ยินพยาบาลคุยกันเบาๆ “โถ…ไม่รู้จักคนไข้เลยก็ยังอุตส่าห์มาเยี่ยม ถ้าพบคนไข้คงจะดีใจมากนะเธอ”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลผู้นั้นอีก สังเกตดูเธอพูดก็ไม่มีวี่แววว่าจะโกรธเคืองผม เมื่อผมขอโทษเธอก็บอกว่า เธอทราบแล้วว่าผมไปจริงตามนัด เป็นแต่ว่าผมไปผิดโรงพยาบาลเท่านั้น โรงพยาบาลที่ผมไปวันนั้นชื่อกว๋องสิว แต่ที่เธออยู่คือเทียนฟ้า ที่เธอทราบเพราะพยาบาลที่กว๋องสิวโทร. มาเล่าให้ฟัง เธอจึงรีบโทร. มาเพื่อขอบคุณ แม้ว่าจะไม่พบคนไข้ก็ตาม ผมก็เลยบอกกับเธอว่าผมจะขอไปใหม่อีกครั้ง

วันรุ่งขึ้น ผมไปหาโรงพยาบาลเทียนฟ้าจนพบและพยาบาลผู้อารีคนนั้นคอยผมอยู่ด้วยความกระวนกระวาย แล้วก็พาผมไปเยี่ยมคนไข้ทันที

เพียงเห็นหน้าคนไข้ที่ซูบเซียวจนแก้มตอบด้วยความผอม ผมก็นึกได้ว่าคนไข้ของผมคนนี้เป็นแฟนเพลงที่ผมคุ้นหน้ามากทีเดียว และส่วนมากมักจะไปกับพยาบาลสองสามคน ดูเหมือนว่าจะเคยมีการแนะนำให้รู้จักกันเสียด้วยซ้ำไป และเท่าที่สังเกตผมไม่เคยเห็นดื่มเบียร์หรือเหล้าสักหน ไม่สูบแม้กระทั่งบุหรี่

เป็นนายแพทย์อยู่เทียนฟ้านี่เอง กำลังจะไปดูงานเมืองนอกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ก็พอดีมาล้มเจ็บลงเสียก่อนด้วยโรคที่ร้ายแรงยิ่ง

ผมใจหาย ความรู้สึกในอกตีบตันยากจะพรรณนา คุณหมอพยายามทรงกาย แต่ทุกคนขอร้องให้อยู่เฉยๆ แววตาของคุณหมอแช่มชื่นเมื่อได้พบกัน หลังจากที่ผมเป็นฝ่ายคุยให้หมอฟังแต่อย่างเดียว ผมก็ได้รับการขอร้องจากผู้ที่เป็นญาติและบรรดาพยาบาลให้ร้องเพลงให้คุณหมอฟัง ซึ่งเป็นเพลงที่คุณหมอเคยชอบฟังบ่อยๆ ผมร้องเพลงพี่ยังรักเธอไม่คลายและเพลงรักอย่ารู้คลาย ให้ฟังด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เสียงมันคงจะสั่นและแกว่งไปบ้าง เพราะไม่สามารถบังคับเสียงที่เปล่งออกมาได้เหมือนเคย บางครั้งก็ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อแอบซับน้ำตาเช่นเดียวกับพยาบาลอีกหลายๆ คนในที่นั้น

ผมจากคุณหมอมาทำงานที่โลลิต้าด้วยความสับสน ทั้งหดหู่และเศร้าหมอง นึกภาวนาอยู่แต่ในใจขอให้คุณหมอหายวันหายคืนโดยเร็ว ทั้งๆ ที่มีความหวังอันเลือนราง ด้วยพยาบาลแอบมากระซิบบอกผมทั้งน้ำตาในตอนหลังเมื่อลงมาส่งผมที่รถว่า คุณหมอเป็นแคนเซอร์ที่ตับ…หมดทางจะเยียวยา

ซึ่งไม่มีใครกล้าบอกหมอเลยสักคนเดียว

ในหูของผมยังอึงอลอยู่ด้วยคำพูดแผ่วๆ ของหมอที่เอ่ยออกมาก่อนผมจะลากลับ

“หมอกลับจากนอกแล้ว จะไปฟังคุณสุเทพร้องอีก…”

จบข้อเขียนของสุเทพ ใครอ่านก็สะเทือนใจ พร้อมกับรับรู้ได้ถึงสัมผัสอันลึกซึ้งของศิลปินกับแฟนเพลงของเขา

โหน่งบอกว่า อันที่จริงลุงหมอเผชิญเป็นแพทย์ของกว๋องสิวไม่ใช่เทียนฟ้า แต่ไม่เป็นไรเพราะทั้งสองได้พบเจอเยี่ยมเยียนกันแล้ว หลังจากนั้นลุงหมอก็จากไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2514

ส่วนคุณแม่สมคิดบอกว่า ฟังเพลงคุณสุเทพครั้งไหนก็รู้สึกขอบคุณคุณสุเทพที่ทำให้ลุงเผชิญมีความสุข เหมือนเป็นความสุขครั้งสุดท้ายจากเสียงเพลงของคุณสุเทพ

ขอขอบคุณ คุณแม่สมคิดและโหน่งที่ส่งข้อเขียนของสุเทพมาให้ในครั้งนี้

ต้นฉบับที่คุณอ่านอยู่นี้ ผมเขียนส่งศิลปวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งสุเทพยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อ สุเทพ วงศ์กำแหง เยี่ยมไข้แฟนเพลงที่รพ. ขับร้องเพลงให้ฟังถึงข้างเตียง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...