ระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง … ใหญ่ เร็ว แรง ล้ำยุค
คอลัมน์ China Inside-Out
ระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง … ใหญ่ เร็ว แรง ล้ำยุค
--------------------------------------------------------------
หนึ่งในภารกิจสำคัญในการศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะผู้แทนจีนนับแต่เปิดประเทศครั้งใหม่ก็คือ การเรียนรู้การพัฒนาชุมชนเมือง แม้กระทั่งสิงคโปร์ที่โดดเด่นเรื่องการเป็นชุมชนเมืองก็เคยมีโอกาสต้อนรับคณะผู้แทนจีนที่เวียนกันไปเยือนเฉลี่ยทุก 3 วัน
ภายหลังการศึกษาวิเคราะห์และตกผลึกเป็นโมเดลของจีน รัฐบาลจีนก็เริ่มเดินหน้านโยบายการพัฒนาชุมชนเมืองเมื่อราวปี 2000 และในสมัยท่านสี จิ้นผิง โมเดลก็ถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ภายใต้แนวคิด “กลุ่มเมือง” (City Cluster) ที่มุ่งหวังให้ชุมชนเมืองพัฒนาเป็นกลุ่มก้อนเพื่อทวีกำลังระหว่างกัน และมิให้เกิดการกระจุกตัวของความเจริญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกัน
ระเบียงเศรษฐกิจในจีนถูกสานต่อและกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วทุกส่วนของ “ไก่” ที่เป็นรูปลักษณ์ตามแผนที่ของจีน อาทิ พื้นที่โครงการฉาง-จี๋-ถู (Chang-Ji-Tu) บริเวณหัวไก่ พื้นที่รอบอ่าวโป๋วไฮ่ (Bohai Gulf) บริเวณคอไก่ พื้นที่ปากแม่น้ำไข่มุก (Pearl River Delta) ในย่านกวางโจว-เซินเจิ้น-จูไห่-ฮ่องกง-มาเก๊า ที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกรทเตอร์เบย์ (Greater Bay Area) เมื่อปีที่ผ่านมา และพื้นที่รอบอ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf) บริเวณตีนไก่
ทั้งนี้ กลุ่มเมืองที่รัฐบาลจีนริเริ่มเป็นต้นแบบของการพัฒนาก็ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River Delta) พื้นที่บริเวณอกไก่นี้ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่ที่สำคัญที่สุดของจีน ทั้งในอดีตและในปัจจุบัน
นับแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2010 คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนได้อนุมัติแผนพัฒนา YRD เพื่อเป็นประตูหลักของภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ศูนย์กลางด้านบริการที่ทันสมัย ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลก และกลุ่มชุมชนเมืองระดับโลกที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง
YRD ในระยะแรกมีพื้นที่ 210,700 ตารางกิโลเมตร กำหนดให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองหลักประจำภูมิภาคเชื่อมโยงกับอีก 8 เมืองใหญ่ในบริเวณข้างเคียง อาทิ เมืองหนานจิงและซูโจวในมณฑลเจียงซู เมืองหังโจวและหนิงโปวในมณฑลเจ้อเจียง
YRD พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2019 รัฐบาลกลางก็ยกระดับ YRD อีกครั้ง โดยคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์และคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในแผนพัฒนา YRD Demonstration Zone เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนากลุ่มเมืองคุณภาพสูง และการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงลึก
แผนดังกล่าวยังขยายกรอบการเชื่อมโยงนครเซี่ยงไฮ้เข้ากับเมืองใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงไปสู่การเชื่อมโยงกับมณฑลรายรอบ อันได้แก่ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลอันฮุย ส่งผลให้ YRD ใหม่ขยายพื้นที่อีกเกือบเท่าตัวเป็น 359,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นราว 70% ของพื้นที่ของไทยทั้งประเทศ
ปัจจุบัน YRD มีจำนวนประชากรรวมกว่า 220 ล้านคน และมีความได้เปรียบเหนือกว่าภูมิภาคอื่นหลายประการในเชิงคุณภาพ
ประการแรกคือมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมของทรัพยากรมนุษย์ระดับหัวกระทิ และมีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และวัฒนธรรมที่รุดหน้ากว่าของภูมิภาคอื่น รวมทั้งมีพื้นฐานและระบบที่ดีของความเป็นชุมชนเมืองยุคใหม่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ประการที่สอง YRD มีฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีขนาดเศรษฐกิจรวมถึง 17.36 ล้านล้านหยวน หรือราว 20% ของจีดีพีโดยรวมของจีน เศรษฐกิจของไทยมีขนาดเพียงราว 20% ของ YRD เท่านั้น เศรษฐกิจของ YRD จึงนับว่าใหญ่และสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในหลายมิติ
YRD เป็นแหล่งชุมชนใหญ่ของคนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอันดับต้นของจีน มีกำลังซื้อสูง และเป็นกลไกขับเคลื่อนเพิ่มระดับการพึ่งพาเศรษฐกิจจากภาคการบริโภคภายในประเทศของจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
YRD ยังมีบทบาทสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีน มีการนำเข้า-ส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.13 ล้านล้านหยวน หรือราว 1 ใน 4 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ปริมาณสินค้าผ่านท่าใน YRD ก็มีสัดส่วนสูงถึงกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณสินค้าโดยรวมของประเทศ
ด้วยความพร้อมทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ YRD ยังเป็นเสมือนห้องรับแขกใหญ่สำหรับการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยประเมินว่า พื้นที่นี้มีสัดส่วนการลงทุนฯ สูงถึง 25% ของเม็ดเงินลงทุนฯ ที่เข้าจีน และราว 12% ของ 500 กิจการข้ามชาติชั้นนำของโลกได้เข้ามาลงทุนใน YRD ในหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนา กิจการต้นแบบ สำนักงานภูมิภาค และโรงงานผลิตที่ทันสมัย
YRD กลายเป็นแหล่งรวมคลัสเตอร์อุตสาหกรรมชั้นนำของจีน อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยา วัสดุใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และตู้จำหน่ายสินค้าระบบดิจิตัล รวมทั้งอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ ระบบการจดจำใบหน้า และปัญญาประดิษฐ์ โดยมุ่งเป้าที่จะพัฒนาเป็นฐานการผลิตสินค้านวัตกรรมและบริการสมัยใหม่ชั้นนำของโลกภายในปี 2030
ประการถัดมา YRD มีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับมาตรฐานโลกที่พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายถนน รถไฟใต้ดิน และรถไฟความเร็วสูง ตลอดจนสะพานและอุโมงค์เชื่อมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียงและสายแม่น้ำอื่น รวมถึงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมสู่ระดับ 5G ส่งผลให้เศรษฐกิจในรัศมีหนึ่งชั่วโมง (One-Hour Economy) ขยายวงกว้างอย่างคาดไม่ถึง
บริการรถไฟความเร็วสูงที่มีตารางเดินทางถี่ยิบทำให้ชีวิตของนักธุรกิจในย่านนี้สะดวก คล่องตัว บางคนถึงกับกล่าวว่าเราอาจนั่งจิบกาแฟสตาร์บัคส์ที่หงเฉียวตอน 8.00 น. ไปแวะดูสายการผลิตของโรงงานใหม่ที่คุนซานเวลา 9.30 น. หลังจากนั้นก็ไปกินอาหารกลางวันกับเพื่อนที่เมืองซูโจว ตามด้วยการไปตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทที่เมืองอู๋ซีในและต่อไปกินอาหารเย็นกับลูกค้าที่หนานจิง ก็ยังมีเวลาเหลือกลับมาดื่มที่ซินเทียนตี้กับภรรยาในตอนดึก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ของแต่ละเมือง เช่น นครเซี่ยงไฮ้ต้องการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ก็ลงทุนพัฒนาท่าเรือหยางซาน (Yangshan Port) ท่าเรือกลางทะเลที่พัฒนาจนกลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่สุดในโลก สนามบินนานาชาติผู่ตงที่เพิ่งเปิดอาคารเชื่อมต่อ (Satellite Terminal) ที่ใหญ่สุดในโลก และศูนย์ลอจิสติกส์ครบวงจรหงเฉียวที่ผนวก 6 รูปแบบการขนส่งเข้าไว้ด้วยกันในแห่งเดียวอย่างเป็นระบบ
ขณะที่เมืองหังโจวที่ต้องการเป็นเมืองดิจิตัล ก็ให้ความสำคัญกับการเป็นต้นแบบของบริการสาธารณะแบบจุดเดียว การสางระบบนิเวศน์และให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพื่อดึงดูดธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น อีคอมเมิร์ซ ทั้งจากในและต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่
ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ YRD โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครเซี่ยงไฮ้มักถูกเลือกใช้เป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น เขตเสรีทางการค้า (Free Trade Zone) ที่จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในจีนเมื่อเดือนกันยายน 2013 ก่อนขยายโครงการไปยังแหล่งอื่น และการเปิดตลาด STAR ตลาดทุนใหม่สำหรับธุรกิจนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมเข้ากับตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ที่เปิดมาหลายปีก่อนหน้านี้
ในความพยายามที่จะพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบของโลก นครเซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองหลวงของธุรกิจเศรษฐกิจแบ่งปัน (Shared Economy) ที่ทันสมัย และนำร่องระบบการแยกขยะนับแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2019 รวมทั้งเป็นต้นแบบของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และจุดทดสอบระบบ 6G ในอนาคตอันใกล้
ผมเห็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ YRD แล้ว ก็บอกได้คำเดียวว่า “อิจฉา” ยังไงโอกาสหน้าเราจะไปดูกันว่า YRD จะยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนได้หรือไม่ในอนาคต และระเบียงเศรษฐกิจใดจะใหญ่และโดดเด่นกว่ากันระหว่าง YRD กับ GBA …