โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เคนเนดี้ขยับหมาก ลาวเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง / บทความพิเศษ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 เม.ย. 2564 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 01.57 น.

บทความพิเศษ

พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

 

2503 สงครามลับ

สงครามลาว (24)

 

เคนเนดี้ขยับหมาก

ลาวเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง

การตัดสินใจของเคนเนดี้ที่ลดความสำคัญของลาวในทางยุทธศาสตร์ลงด้วยการให้เป็นกลางแล้วหันไปสนใจเวียดนามใต้ กล่าวสำหรับ 14 ประเทศที่มาร่วมประชุมที่เจนีวาก็มีอยู่เพียงไทยและเวียดนามใต้เท่านั้นที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลาวซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

แต่สำหรับอเมริกาและโซเวียตแล้ว ลาวก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้น

จากการเจรจาที่ไม่คืบหน้านัก ปีถัดมา ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2505 เคนเนดี้ก็ตัดสินใจส่งทีมที่ปรึกษาชาวอเมริกันและหน่วยทหารราบจำนวนหนึ่งเข้าเวียดนามใต้

แต่กระนั้น เคนเนดี้ก็จะยังไม่ละทิ้งลาวไปอย่างสิ้นเชิง เพราะยังคงเชื่อมั่นในทฤษฎีโดมิโนเช่นเดียวกับประธานาธิบดีทั้งสองคนก่อนหน้านี้ ซีไอเอจึงยังคงอยู่ในลาว และพารูก็ยังคงอยู่ในลาวเช่นเดียวกัน

ส่วนวังเปาและกองกำลังชาวเขาของเขาก็ยังคงมุ่งมั่นต่อสู้ต่อไป

 

ลาวฝ่ายซ้ายรุกหนัก

ย้อนหลังไปเมื่อประธานาธิบดีเคนเนดี้เข้ารับหน้าที่ในเดือนมกราคม พ.ศ.2504 นั้น เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโซเวียตได้แผ่อิทธิพลเข้ามาในอินโดจีนอย่างยากที่จะผลักไสออกไปได้

เขาจึงพยายามดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อมิให้ความขัดแย้งขยายตัว นำไปสู่การตัดสินใจให้ลาว “วางตนเป็นกลาง” เพื่อเป็น “รัฐกันกระทบ” ระหว่างโลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์ ขณะที่ผู้นำโซเวียต นิกิตา ครุสชอฟ ก็มีความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน

เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2504 โซเวียตยินยอมรับข้อเสนอของเคนเนดี้ให้หยุดยิงและจัดการประชุมนานาชาติเพื่อแก้ปัญหาในลาว

ขณะที่ลาวฝ่ายซ้ายภายใต้การสนับสนุนของเวียดนามกลับฉวยโอกาสนี้เร่งโหมปฏิบัติการทางทหารเพื่อแย่งชิงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด จนสามารถครอบครองลาวได้ค่อนประเทศ

ตรงกันข้ามกับที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้พยายามสร้างบรรยากาศของการประชุมด้วยการสั่งยุติการส่งอาวุธให้กับวังเปาทันทีในเดือนถัดมาคือมิถุนายน พ.ศ.2504 เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการเจรจา

 

รัฐบาลผสม

ผู้แทนลาวที่เข้าร่วมประชุมที่กรุงเจนีวา พ.ศ.2504 แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ฝ่ายขวามีนายพลภูมี หน่อสวรรค์ และเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์ ฝ่ายเป็นกลางมีเจ้าสุวรรณภูมา ส่วนฝ่ายซ้ายมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นผู้แทน

การประชุม 14 ชาติที่เจนีวาดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นนักท่ามกลางการสู้รบที่ยังคงดำเนินต่อไปในลาว จนกระทั่งกลางปีถัดมา เดือนมิถุนายน พ.ศ.2505 ที่ประชุมจึงสามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้ง “รัฐบาลผสมที่เป็นกลาง”

รัฐบาลผสมนี้มีเจ้าสุวรรณภูมิมา-ฝ่ายเป็นกลางเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าสุภานุวงศ์-ฝ่ายซ้าย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ นายพลภูมี หน่อสวรรค์-ฝ่ายขวาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

รัฐบาลชุดใหม่ประกาศนโยบายเป็นกลางตามข้อตกลงเจนีวา ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่ไว้วางใจลาวฝ่ายซ้ายและเวียดนามเหนือก็ “เดินหมาก” ส่งทหารเข้ามาในประเทศไทยเพื่อคุมเชิงสถานการณ์ในลาว

รวมทั้งร่วมดำเนินการทางลับกับไทยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทหารม้งของนายพลวังเปา ซึ่งบัดนี้ได้ยกระดับเป็นกำลังสำคัญของลาวฝ่ายขวาแล้ว

 

ไม่มีใครถอนทหาร

ข้อตกลงเจนีวากำหนดให้ถอนทหารต่างชาติออกจากลาว แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีชาติใดยอมปฏิบัติตาม

แม้จะไม่มี “ทหารไทย” ในลาว แต่ตำรวจพลร่ม “พารู” จากไทยก็ยังคงแฝงตัวปฏิบัติงานลับเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับกองกำลังของวังเปา

ขณะที่ฝ่ายเวียดนามเหนือปฏิเสธที่จะถอนทหารของตนโดยอ้างว่าอเมริกาและไทยยังมีทหารอยู่ในลาว

การที่กองทัพเวียดนามเหนือยังคงอยู่ในลาวนั้นมิได้เพียงเพื่อช่วยเหลือลาวฝ่ายซ้ายเท่านั้น แต่เหตุผลสำคัญสูงสุดก็เพื่อควบคุมเส้นทางโฮจิมินห์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของลาวที่เป็นเส้นเลือดหลักในการขนส่งทหารและยุทธภัณฑ์ไปให้พวกเวียดกงในเวียดนามใต้

ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการรวมชาติของฝ่ายเวียดนามเหนือ

 

“CIA SECRET WAR IN LAOS”

อเมริกาไม่พอใจรัฐบาลผสมของลาวที่มีเจ้าสุวรรณภูมิมาเป็นนายกรัฐมนตรีนัก แต่จะให้นายพลภูมี หน่อสวรรค์ ผู้ฝักใฝ่ตนเต็มที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เหมาะสมเพราะมีจุดอ่อนหลายประการ

โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชั่น และที่สำคัญกองทัพลาวฝ่ายขวาของเขาไม่เคยรบชนะกองทัพขบวนการประเทศลาวเลย

อเมริกาจึงหาทางออกเพื่อชดเชยจุดอ่อนประการหลังนี้ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการจัดตั้งกองทัพม้งโดยให้ขึ้นโดยตรงต่อซีไอเอในลักษณะปฏิบัติการ “ลับสุดยอด” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงเจนีวา

จนเป็นที่มาของชื่อที่ใช้เรียกความเกี่ยวข้องกับสงครามลาวของอเมริกาครั้งนี้ว่าเป็น “สงครามลับในลาวของ ซีไอเอ – CIA SECRET WAR IN LAOS”

ซีไอเอโดยพารูจากไทยทำหน้าที่จัดตั้งกองทัพม้งอย่างได้ผลจนสามารถใช้การรบแบบกองโจรที่สร้างผลงานได้ดีกว่าทหารประจำการของรัฐบาลลาว

กองทัพม้งกลายเป็นกำลังสำคัญในการสกัดกั้นการลำเลียงอาวุธยุทธภัณฑ์ของเวียดนามเหนือผ่านเส้นทางโฮจิมินห์ อันเป็นโจทย์ใหญ่ของอเมริกา

 

รัฐบาลผสมล่ม

รัฐบาลเป็นกลางของลาวประสบความยุ่งยากโดยตลอด ปีถัดมาเมื่อ 1 เมษายน พ.ศ.2506 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศลาว กวีนิม พลเสนา สังกัดฝ่ายซ้ายถูกลอบสังหาร

เจ้าสุภานุวงศ์ผู้นำฝ่ายซ้ายจึงหลบหนีออกจากเวียงจันทน์กลับไปร่วมกับขบวนการประเทศลาวเพื่อปลดปล่อยประเทศต่อไปตามเดิม

จากนั้นสงครามในลาวยกใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีก

ขณะที่ฝ่ายซ้ายและกองทัพเวียดนามเหนือยังคงครองความได้เปรียบจากการยึดครองพื้นที่ของลาวไว้ค่อนประเทศตั้งแต่ก่อนการประชุมเจนีวาเมื่อ พ.ศ.2504 แล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก “ผลาญชาติ” โรเจอร์ วอร์นเนอร์/ไผท สิทธิสุนทร แปล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...