จบด้วยดี! ครูปรีชา ถอนฟ้องทนายตั้ม 22 ส.ค.นี้ ลุ้นศาลตัดสินอายัดเงินหวย 30 ล้าน
ศาล จ.กาญจน์ ไกล่เกลี่ย คดี ครูปรีชา ฟ้อง ทนายตั้ม ข้อหาหมิ่นประมาทสำเร็จ ส่วนกรณี ทนายตั้ม ยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาถอนอายัดเงินในบัญชี ลุ้นคำสั่ง 22 ส.ค.นี้ ขณะที่ยื่นค้านการขอขยายเวลาอุทธรณ์คดีหวย 30 ล้าน เป็นครั้งที่ 3
จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เนื่องจากทั้งคู่ต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว ได้ลงมาจากห้องพิจารณาพร้อมออกมาพบสื่อมวลชนที่รอทำข่าวอยู่ด้านหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี นายวรยุทธ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องกรณีที่ครูปรีชา ฟ้องทนายตั้ม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ก่อนที่จะมีการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลท่านได้มีการไกล่เกลี่ยกันก่อน และสามารถตกลงและไกล่เกลี่ยกันได้ จึงมีการถอนฟ้องคดีกันไป ซึ่งเรื่องก็จบลงกันไปด้วยดี
ส่วนในช่วงบ่าย ได้มีการไต่สวนคำร้องการขอถอนอายัดเงินของฝ่ายจำเลย ซึ่งทางจำเลยก็ได้นำสืบจำนวน 2 ปาก และได้มีการซักค้านกันเรียบร้อยแล้วจึงเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณา ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 09.30 น. สำหรับคดีแพ่งยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ แต่ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีหลัก คือคดีอาญา ซึ่งโจทก์ได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ยื่นขยายอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ได้ถึงวันที่ 1 กันยายน
ส่วนการที่ฝ่ายจำเลยยื่นคัดค้านการยื่นขอขยายอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ตนยังไม่เห็นคำร้องในสำนวนในการคัดค้าน ซึ่งการยื่นขยายคำร้องขอขยายเป็นเรื่องระหว่างตัวคู่ความกับศาลอยู่แล้ว ส่วนการที่ฝ่ายจำเลยจะยื่นคัดค้านก็เป็นสิทธิเช่นกัน แต่ตนยังไม่เห็นคำร้องในการคัดค้านแต่อย่างใด
สำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในคดีที่ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร ซึ่งถือเป็นคดีหลัก ทางศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นการยื่นขอขยายเวลาออกไปเป็นครั้งที่ 2 นั้น ตนได้ให้เหตุผลในหลายสาเหตุ แต่ตนได้ใช้เหตุผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ก็คือเป็นเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับคดีอาญาซึ่งเป็นคดีหลักคาดว่าจะใช้เวลาในชั้นศาลประมาณ 5 ปี
ด้าน ครูปรีชา กล่าวถึงกรณีการถอนฟ้องทนายษิทรา ว่า อันที่จริงเราไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกัน เพียงแต่ว่าเราถูกละเมิดสิทธิ เราจึงต้องมาใช้สิทธิตามกฎหมาย เพราะเราถูกละเมิด แต่เมื่อมีการพูดคุยกัน เจรจากัน และสร้างความเข้าใจกันได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล พร้อมกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความส่วนตัว และ นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ พร้อมด้วยนางลาวัลย์ วิมูล ภรรยาของหมวดจรูญ ก็ได้ออกมาพบสื่อมวลชนเช่นกัน
โดยนายษิทรา เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยมีการสืบพยานจำนวน 2 ปาก ปากแรก ตน ส่วน ลุงจรูญ เป็นปากที่ 2 สำหรับฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานจึงเสร็จสิ้นการพิจารณา และศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เวลา 09.30 น. ก็ต้องมาลุ้นกันว่าศาลท่านจะมีคำสั่งให้ถอนอายัดเงินที่ได้อายัดเอาไว้หรือไม่ และหากมีคำสั่งถอนอายัดก็จะต้องมาดูว่ามีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ แต่หากมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิมเราก็สามารถนำเงินออกไปใช้ได้ทันที ซึ่งขณะนี้ความจริงออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้ว อีกทั้งเป็นศาลเดียวกัน ดังนั้นเราจึงคาดหวังว่าเราจะได้ความเป็นธรรม ซึ่งอีกฝ่ายพยายามชี้ให้ศาลเห็นว่า ทางเราไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ขณะที่คุณลุงจรูญก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ทางเราก็พยายามเสนอให้ศาลท่านเห็นว่า ทางลุงจรูญมีที่ดินและมีแผนจะทำอะไรกับที่ดินแปลงนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างที่หวัง
นายษิทรา กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่ครูปรีชา ฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาก่อนการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลท่านได้เรียก ครูปรีชา เข้าไปพบก่อน ซึ่งตนก็คิดอยู่ในใจว่าจะต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่ง และเมื่อ ครูปรีชา ออกมา ศาลท่านก็ได้ให้ฝ่ายผมเข้าไปพบ ศาลท่านก็ได้บอกว่า ทาง ครูปรีชา มีความประสงค์ที่จะถอนฟ้อง ถ้าหากมีการขอโทษ ก็คือขอให้ตนขอโทษที่ได้โพสต์หมิ่น ครูปรีชา ซึ่งตนจึงแจ้งศาลว่า ตนไม่สามารถขอโทษได้เพราะว่าข้อความที่โพสต์ไม่ผิดกฎหมาย
นายษิทรา กล่าวเพิ่มว่า แต่ศาลท่านได้บอกว่าไม่อยากให้มีคดีให้มันรกศาล เพราะตั้งแต่ทำคดีหวย 30 ล้านบาทมา ต่างฝ่ายต่างก็เสียดสีกันไปมา ถึงแม้บางครั้งจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหายได้ ตนจึงคิดว่าก็เป็นความจริงตามสิ่งที่ศาลท่านพูด ส่วนตัวก็ถูกอีกฝ่ายเสียดสีเหมือนกัน แต่ก็ได้พูดคุยกันจนเข้าใจทั้งสองฝ่าย ตนในฐานะที่เป็นเด็กกว่าจึงกล่าวขอโทษทั้ง ทนายวรยุทธ และทาง ครูปรีชา ซึ่งหลังจากที่ตนขอโทษ ทางครูปรีชา ก็ได้มีการกล่าวขอโทษตน รวมทั้งขอโทษคุณลุงจรูญ และขอโทษพี่ทนายอาคมด้วยว่าถ้าหากมีอะไรล่วงเกิน ซึ่งทาง ทนายวรยุทธ ก็ขอโทษเราเช่นกัน จึงทำให้เรื่องนี้จบลงไป แต่เรื่องนี้ไม่มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับคดีอื่น โดยจบเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเพียงคดีเดียวเท่านั้น
สำหรับคดีอาญาที่ทางฝ่ายโจทก์ยื่นขยายเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาหลังจากเสร็จจากการไต่สวน ตนได้มาที่ห้องสำนวนและได้ยื่นคำร้องคัดค้านการยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์ของอีกฝ่ายไปแล้ว ว่าหากมีการยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก จะต้องให้มีพฤติการณ์พิเศษ โดยให้อีกฝ่ายอ้างเหตุผลมาด้วย สำหรับการยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์สามารถทำได้ โดยไม่มีกำหนด แต่จะต้องขึ้นอยู่ว่าการขอขยายเวลาดังกล่าวมีเหตุจำเป็นหรือมีพฤติการณ์พิเศษอะไรหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ศาลท่านจะอนุญาตให้ขยายเวลาได้ประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น เพราะหากขยายเกินกว่านี้จะถือว่าเป็นการประวิงเวลาได้
ส่วน หมวดจรูญ เปิดใจว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร แต่เพียงต้องรอให้ศาลท่านเมตตา เพราะเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มกระจ่างขึ้นมามากแล้ว ถึงแม้จะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม แต่ก็ยังรอความเมตตาจากศาลอยู่