การปลูกผักกาดหอม
ผักกาดหอม เป็นผักที่ใช้บริโภคส่วนใบ เจัดอยู่ในจำพวกผักสลัดที่มีคุณค่าทางอาหารสูง นิยมบริโภคกันแพร่หลายที่สุดในบรรดาผักสลัดด้วยกัน โดยส่วนใหญ่ นิยมรับประทานสดและนำมาประกอบอาหารหลายชนิด คนไทยนิยมใช้ผักกาดหอมกินแกล้มอาหารจำพวกยำต่างๆ สาคูหมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น ประโยชน์ของผักกาดหอมนอกจากจะใช้กินเป็นผักสดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังจัดเป็น อาหารทางตา กล่าวคือ สามารถนำมาตกแต่งประดับจานอาหารให้มีสีสันสวยงามน่าทานมากขี้น ความต้องการผักกาดหอมมีอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ จึงนับได้ว่าผักกาดหอมเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ นับวันจะทวีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คุณฝ่อ พรหมนิพล เกษตรกรวัย 70 ปี มีอาชีพปลูกผักสลัดหลายชนิดขาย ได้แนะนำวีธีการปลูกแบบประหยัดต้นทุน แต่ได้ผลผลิตดีมาบอกต่อ โดยมีเคล็ดลับอยู่ที่การจัดการดิน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการปลูกพืชผักให้งอกงาม ดังรายละเอียดต่อไปนี้
++ การเตรียมดิน ปลูกผักสลัด/ผักกาดหอม ++
- ตรวจสภาพของดินวัดความเป็นกรด - ด่างของดิน ซึ่งระดับที่เหมาะสมคือ pH 6 - 6.5
- ไถดะปรับพื้นที่ให้เรียบและโปร่ง จากนั้นให้ไถซ้ำอีก 2-3 ครั้ง เพื่อให้ดินละเอียดขึ้น
- ตากดินไว้ 7 วัน เพื่อกำจัดโรคพืชและแมลง
- ขุด,ถอน,และกำจัดพืชที่ไม่ต้องการออก
- หว่านปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดิน 100 - 200 กก./ไร่
- ยกแปลงขนาด 1.20 x 40 เมตร ยกร่องสูง 50 เซนติเมตร
- หว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1-2 ตัน/ไร่เพื่อเพื่อความร่วนซุยและไถพรวนอีกครั้งหนึ่ง
- ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสมกับการปลูกผัก อัตรา 50 กก./ไร่
- คราดกลบปุ๋ย และ ปรับหน้าแปลงให้เรียบ
- คลุมด้วยฟางข้าวแห้งเพื่อรักษาความชื้น 1 แปลงใช้ประมาณ 3 ก้อน
- พื้นที่ 1 ไร่ ทำแปลงขนาด 1.2 x 40 เมตร ได้ 20 - 25 แปลง
++ การดูแลรักษา ++
กำจัดวัชพืช : กำจัดวัชพืช โดยการถอนหญ้าด้วยมือ 1-2 ครั้ง
การให้น้ำ : ไม่แนะนำให้ใช้ระบบฝนเทียมแต่จะใช้แรงงานคนเดินฉีดสายยางตามแปลงเพราะน้ำจากสายยางจะสามารถชะล้างไข่ของแมลงศัตรูพืชที่ติดอยู่ที่ใบลงไปบนดินได้ จากนั้นจุลินทรีย์ในดินกจะย่อยกินไข่แมลงศัตรูพืชเหล่านี้ **นอกจากนี้ผู้ปลูกจะได้ถือโอกาสตรวจแปลงไปในตัวหากมีความผิดปกติก็จะพบเห็นได้ทันที
หน้าหนาว รดน้ำวันละ 1 ครั้ง เวลา 6.00 - 7.00 น. ก่อนแดดออก เพราะจะช่วยชะล้างน้ำค้างตอนเช้า ซึ่งน้ำค้างมีฤทธิ์เป็นกรดสามารถทำให้เกิดโรคราน้ำค้างได้ จะเน้นในช่วงหน้าหนาวและหน้ามรสุม
หน้าร้อน รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ถ้าอากาศร้อนมาก ให้รดน้ำตอนบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในแปลง ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อต้นพืช
หน้าฝน ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องรดน้ำ ถ้าฝนตกมากเกินไปจะทำให้ดินแน่นพืชจะขาดอากาศหายใจ จะต้องใช้ตะขอคุ้ยดินรอบต้นเพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศ
การใส่ปุ๋ย :
- ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กก./ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังจากปลูก 1 อาทิตย์ และอีก 2 อาทิตย์ใส่อีกครั้งหนึ่ง
- ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 50 กก./ไร่ แบ่งใส่ 2ครั้ง ครั้งแรกหลังจากปลูก 1 อาทิตย์ และอีก 2 อาทิตย์ใส่อีกครั้งหนึ่ง
- ใช้ปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยน้ำอินทรีย์ อัตรา 30-50 ซีซี.(3-5 ช้อนโต๊ะ) ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5-7 วัน ตั้งแต่เริ่มปลูก (ฉีดช่วงเช้าจะดีที่สุด)
โรคและแมลง :
- โดยส่วนใหญ่แล้ว ความเสียหายของผักกาดขาวที่เกิดจากโรคและแมลงเข้าทำลายจะมีไม่เกิน 10 % จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการผลิตผักกาดหอมแบบปลอดสารพิษ
- เมื่อพบโรคและแมลงเข้าทำลายผักกาดหอม จะใช้วแรงงานคนกำจัด โดยการเด็ดใบหรือถอนต้นทิ้งนอกพื้นที่ปลูก เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด
++ สายพันธุ์และอายุการเก็บเกี่ยว ++
- เรดโอ๊ค อายุเก็บเกี่ยว 45-50 วัน
- สลัดแก้ว อายุเก็บเกี่ยว 70 วัน
- เรดลีฟ อายุเก็บเกี่ยว 45 วัน
- บัตเตอร์เฮด อายุเก็บเกี่ยว 50 วัน
- คอส อายุเก็บเกี่ยว 55 วัน
- กรีนโอ๊ค อายุเก็บเกี่ยว 40 วัน
การเก็บเกี่ยว :
- ใช้มีดตัดโคนต้นของผัก ตัดใบแก่ออก แล้วจัดวางในตะกร้า ระวังอย่าให้ผักช้ำ
- เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ควรพักแปลงทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน และ ทำการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้ดินอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะปลูกผักในครั้งต่อไป
คุณฝ่อ พรหมนิพล เกษตรกรผู้มีอาชีพปลูกผักสลัดขาย
เรื่องโดย : www.rakbankerd.com