โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไล่บี้ทุจริต 'บิลเลี่ยน-หนองคายฯ' อีกรอบ เล็งฟ้องแพ่ง-อาญา ทวง 3 พันล.คืนครู

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.พ. 2564 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 05.34 น.

ไล่บี้ทุจริต ‘บิลเลี่ยน-หนองคายฯ’ อีกรอบ เล็งฟ้องแพ่ง-อาญา หวังทวง 3 พันล.คืนครู

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายธนพร  สมศรี คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ลงนามคำสั่ง ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีคณะกรรมการบริหารเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) นำเงิน รวม 3,000 ล้านบาท ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยนอินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้สำนักงานสกสค.ได้รับความเสียหาย โดยมีนายสมบูรณ์  ม่วงกล่ำ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธาน และตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง  กรณีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ นำเงินจำนวน 800 ล้านบาท ร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน ของบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด  โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีนายไกรวิชญ์  ภัทรพงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาพระโขนง 3 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธาน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 ชุดจะใช้เวลารวบรวมข้อมูลไม่เกิน 30 วันก่อนสรุปผลการสืบสวน หากพบว่า มีมูลทุจริตก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญา

นายธนพร กล่าวต่อว่า สาเหตุที่มีการตรวจสอบทั้งสองเรื่องอีกครั้ง กรณีบริษัท บิลเลี่ยนฯ มีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน โดยทราบว่า ทางผู้บริหารบริษัท บิลเลี่ยนฯ อยู่ระหว่างการต่อสู้คดี แม้จะยึดทรัพย์สินบางส่วนคืนมาได้แล้วแต่ก็ยังไม่ได้เงินคืนกลับมาทั้งหมด ทางสกสค.ก็ต้องดำเนินการทวงคืนกลับมาให้ได้ ส่วนของกรณีการซื้อหุ้นบริษัท หนองคายน่าอยู่ ฯ เป็นที่น่าตกใจว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินคดีใด ๆ ตามกฎหมายดลย ดังนั้นจึงต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอีกรอบ หากพบว่า มีการทุจริงจริง ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป ส่วนการสอบสวนที่ผ่านมา มีการหยุดดำเนินการ มีสารข้อมูลบางอย่างสูญหาย และมีอดีตผู้บริหารสกสค.เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่แน่ใจว่า เอกสารหายไปได้อย่างไร

“ทั้งสองเรื่องนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้ผม ร่วมกับงานและข้าราชการภายในศธ. ดำเนินการสอบสวนในทางลับตั้งแต่ช่วงที่ผมเป็นรองเลขาธิการสกสค. ซึ่งพบความผิดปกติ จึงต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง การทุจริตครั้งนี้ เป็นวงเงินค่อนข้างสูงรวมกว่า 3,000 ล้านบาท  ดังนั้นจึงต้องเร่งติดตามเพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา  ส่วนจะฟ้องเรียกเงินคืนเท่าไรนั้น  เป็นเรื่องรายละเอียดไม่สามารถบอกได้ เพราะอยู่ในกระบวนการสอบสวน”เลขาธิการสกสค.กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...