โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เจ๊อมรัตน์" กางใบเสร็จมัด "ประยุทธ์" ปมบ้านพักทหาร ผิดกฎ ป.ป.ช. ติดคุก 228 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2564 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 11.44 น.

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ก้าวไกล เปิดประเด็นบ้านพักทหารภาค 2 ย้ำ “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ฟรีไม่จ่ายภาษี – ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.โทษ 76 กระทง ติดคุก 228 ปี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่คารรัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงกรณีอาศัยบ้านพักในค่ายทหารว่า ขอกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ในประเด็นการทุจริตในหน้าที่ 3 ข้อ คือ 1.ทำผิดกฎหมายประมวลรัษฎากร หนีภาษี 2. ทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับผลประโยชน์อื่นใดเกินที่กฎหมายกำหนด และ 3. มีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลส่วนตัวเพื่อหนีการตรวจสอบ มี และเข้าข่ายให้ข้อมูลเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ

พล.อ.ประยุทธ์ รอดจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ไปแล้ว แต่อย่าเพิ่งดีใจคิดว่าไม่รอด กรณีนั้นเป็นการวินิจฉัยเฉพาะประเด็นการขาดคุณสมบัตินายกฯ เพียงประเด็นเดียวแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายอื่น นั่นคือความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. ความผิดตามกฎหมายอาญา เกี่ยวกับภาษี ซึ่งพฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์มีความผิดตามกฎหมายทั้งสองข้างต้นอย่างชัดเจน

พล.อ.ประยุทธ์ แจ้งต่อ ป.ป.ช.ปี 2557 บ้านเลขที่ 14 ซอยร่วมมิตร ย่านพหลโยธิน สามเสนใน กทม. ทั้งๆ ที่ตอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. อยู่บ้านพักในค่ายแล้ว แต่แจ้งกับศาลรัฐธรรมนูญว่าอาศัยอยู่ในบ้านพัก 253/54 แต่ในหนังสือของวาสนานาน่วม ระบุว่าบ้านพักอยู่บ้านเลขที่ 702 ในกรมทหารราบที่ 1 ตลอดมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.จนถึงเวลานี้เป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ในหนังสือชื่อ “ลับลวงพราง 5 ศึกชิงอำนาจผ่าแผนปฎิบัติการเลือด” ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2555 ในบทที่ 68

และในหนังสือดังกล่าว ยังเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับบ้านเซฟเฮาส์เลขที่ 702 เอาไว้อีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สร้างบ้านพักหลังนี้ บนเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ ที่จะเป็นทั้งบ้านพัก ห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุมลับ ห้องรับรอง ห้องจัดเลี้ยงวอร์รูมและเซฟเฮ้าส์ ที่พร้อมสรรพและทันสมัย ในแบบประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมจากที่ไหนในโลกก็ได้ และยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมา 3 ป. ได้ใช้บ้านพักหลวงแห่งนี้เป็นที่ประชุมทางการเมืองมาตลอด เป็นที่ประชุมลับในช่วงวิกฤต บ้านพักหลังนี้

มีการวัดระยะก่อนสร้างว่า เอ็ม 79 ยิงไม่ถึง เป็นการสะท้อน ว่าพล.อ.ประยุทธ์มีแผนที่จะอยู่ในอำนาจยาวนาน และรู้ด้วยว่าจะต้องพบเจอภารกิจใดบ้างนับจากนี้ นอกจากนี้ วาสนายังได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ร.1 รอ. และ เซฟเฮาส์เลขที่ 702 จะเป็นสถานที่ให้กำเนิดและตัดสินชะตาบ้านเมืองอีกครั้งก็เป็นได้

“ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จำบ้านเลขที่ตัวเองได้หรือไม่ และบ้านหลังนี้ที่สร้างขึ้นใหม่ล้วนสร้างจากภาษีของประชาชนทั้งนั้น สร้างจากเงินของ พล.อ.ประยุทธ์ เองจะไม่มีคำถาม ขอให้เปิดเผยค่าบำรุงรักษาที่พัก ค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอื่นๆ ในคฤหาสน์ริมบึงพื้นที่ 3 ไร่ในค่ายทหารของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น มีค่าใช้จ่ายเกิน 3 พันบาทตามกฎหมาย ป.ป.ช.อย่างเห็นได้ชัด นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งหลายๆ คนไม่เห็นมีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตหรูหรา หลบซ่อนอยู่ในค่ายทหารเช่นนี้ ขอตั้งฉายาให้นายกฯ ใหม่เป็นเต่า หดหัวอยู่ในกระดอง” นางอมรัตน์ กล่าว

นางอมรัตน์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. จากการรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเกินกว่า 3 พันบาท ซึ่งในกรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยให้การไว้ต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การรับประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการคือกองทัพ เป็นไปตามที่กองทัพปฎิบัติต่อบุคคลอื่นๆ ที่มีสถานภาพและคุณสมบัติเดียวกันในธุรกิจการงานปกติ กองทัพจึงอนุมัติให้ผู้ถูกร้องเข้าอาศัยในอาคารเลขที่ 253/54 และสนับสนุนค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการอาศัย
นี่คือใบเสร็จที่ทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์และกองทัพบกยื่นให้การไว้ต่อศาล และถูกบันทึกไว้แล้ว ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จนมัดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ไว้แน่นชนิดดิ้นไม่หลุดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.จริง จากการยอมรับว่าได้รับผลประโยชน์อื่นใดเกิน 3 พันบาทจากกองทัพ และทำผิดกฎหมายรัษฎากรจริง จากการยอมรับว่ามีรายได้อื่นแต่ไม่เคยยื่นเสียภาษี ภงด.90

นางอมรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เกษียณตั้งแต่ปี 2557 กองทัพบกไม่ใช่ต้นสังกัดของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ในมาตรา 128 ” ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐทุกตำแหน่ง และที่พ้นตำแหน่งมาแล้วไม่เกิน 2 ปี รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกิน 3,000 บาท” โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษตาม มาตรา 169 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการอยู่บ้านพักเกินมา 76 เดือน 76 กระทง คิดเป็นโทษ 228 ปี โทษอาญา และโทษหนีภาษี ซึ่งเกิดจากความประมาท ทำให้ตายน้ำตื้น การเป็นรัฐบาลเถื่อนในยุค คสช. ทำให้เกิดความประมาท เผลอเซ็นต์ยอมรับสารภาพต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง การให้การเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ ป.อาญา 77 ต้องเลือกให้การเท็จ หรือ รับโทษประมวลกฎหมายรัษฎากรเรื่องการเสียภาษี

นางอมรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ระเบียบกองทัพไมได้อยู่ในข้อยกเว้นที่จะไม่รับความผิด ของ กฎหมาย ป.ป.ช.และระเบียบกองทัพ ออกมาในสมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเป็นระเบียบภายใน ใช้ในกองทัพ ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ป.ป.ช.ไม่ยอมรับด้วย นอกจากนี้ ยังไม่เข้าข้อยกเว้นตามระเบียบกองทัพ ดังนั้น ความผิด พล.อ.ประยุทธ์ในการรับประโยชน์อื่นใดจากกองทัพ ไม่อยู่ในข้อยกเว้น

นางอมรัตน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เคยมีบรรทัดฐานที่เกิดขึ้นแล้วจากการชี้มูลของ ป.ป.ช. กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการชี้มูลความผิด และแจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ในคดีดำหมายเลข 03- 3-57 9/2562 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 กรณีดังกล่าวป็นความผิดที่ ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับเลขาฯ มีความว่า อดีตรัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. รับตั๋วเครื่องบินมูลค่าเกิน 3 พันบาท 2 ครั้ง ป.ป.ช.ชี้มูลว่าถือเป็นโทษ 2 กรรม 2 กระทง สำหรับกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำผิดรับค่าไฟฟ้าจากกองทัพเกิน 3 พันบาท 76 เดือน เรียงเป็นโทษ 76 กระทง และถ้า ป.ป.ช.ยังแชเชือนชักช้าไม่กล้าดำเนินการใดๆ ก็จะเพิ่ม เดือนที่ 77, 78, 79 เพิ่มความผิดต่อไปเรื่อยๆอีก

และรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้บุคคลมีหน้าที่เสียภาษี ประโยชน์ใดๆ ต้องถือเป็นรายได้พึงประเมินยื่นแบบ ภงด.90 ผลประโยชน์ที่กองทัพมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นรายได้พึงประเมินภาษี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 6 ปี แต่ไม่ได้นำผลประโยชน์อื่นใด พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้ลูกน้องนำมาแสดง หากไม่มีเท่ากับคนที่มีคดีอาญาไม่สามารถเป็นนายกฯ ต่อไปได้

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบชี้แจงว่า ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้วในมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ขอบคุณที่สังเกตว่าตนตัวผอมลง สูงขึ้น แสดงว่าห่วงใยตนเหมือนกัน ตนก็ห่วงท่านเหมือนกันรู้สึกว่าตัวเตี้ยลงทุกวันๆ เพราะไปหลบหลังม็อบทุกวัน
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากฟังไปถามที่อภิปรายแล้ว คนฟังอาจจะเกิดความเข้าใจผิด เพราะมีผู้อยู่ในข่ายแบบนี้อีกเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคน ว่าข้าราชการที่อยู่บ้านหลวง รับรถหลวง น้ำหลวง ไฟหลวง จะต้องนำมาเสียภาษีในฐานะเงินได้พึงประเมินกันหรือไม่ ถ้าหากนายกฯ ต้องเสีย ก็ต้องเสียเหมือนกันทั้งประเทศ เรื่องนี้มีคำตอบในประมวลกฎหมายประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้อภิปรายยังไม่ดูเลยในมาตรา 42 อนุมาตรา 6

เงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้ไม่นำมาคำนวณสำหรับเสียภาษีเงินได้ เงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เป็นการค่าเช่าบ้าน หรือเงินที่คำนวณได้จาก มูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ทางราชการให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตร เบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา ไม่ต้องนำมาคำนวณในฐานะที่เป็นเงินได้พึงประเมิน เพื่อให้ข้าราชการทั้งประเทศที่อยู่บ้านหลวง ใช้รถหลวงได้มีความเข้าใจตรงกัน ส่วนค่าน้ำค่าไฟเป็นส่วนหนึ่งของเงินหรือค่าที่คำนวณได้จากการอยู่บ้านหลวง แม้แต่บ้านชำรุดทรุดโทรม หลวงก็ซ่อมให้ เป็นส่วนหนึ่งที่กรมสรรพากรคำนวณว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่อยู่ทั้งสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...