โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AIS โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรก ปี 62 ทุกส่วนโต-คงเป้าหายเดิม

Businesstoday

เผยแพร่ 01 พ.ย. 2562 เวลา 05.00 น. • Businesstoday

บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก ปี 2562 รายได้จากการให้บริการหลัก รวมอยู่ที่ 104,883 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.2% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 24,019 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.1% จากปีก่อน โดยมี Market Share เป็นอันดับ 1 ทั้งด้านรายได้ และจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือที่มากที่สุด 41.6 ล้านเลขหมาย

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ตลอด 9 เดือนของปี 2562 การแข่งขันในโลกยุคดิจิทัลยังคงเข้มข้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมทั้งบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อสร้างและรักษามาตรฐานการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อคนไทย ทำให้เราได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เอไอเอส มีรายได้รวม 133,969 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.9% และมีกำไรสุทธิ 24,019 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.1% จากปีก่อน ถือเป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวของไทยที่สร้างผลกำไรในระดับหมื่นล้านมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงลงทุนเพื่อพัฒนาเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้านอย่างต่อเนื่องด้วยงบลงทุน 20,000 - 25,000 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่โครงข่าย 5G ในอนาคต”

[แฟ้มภาพ]นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส

สำหรับภาพรวมในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายได้ยังคงเติบโตขึ้น 4.3%  จากการใช้งานของลูกค้า 4G เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในตลาดอยู่ที่ 41.6 ล้านเลขหมาย และมีลูกค้า 4G จำนวน 28.5 ล้านราย มีการใช้งานดาต้าของลูกค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 12.1 กิกะไบต์ต่อเดือน ล่าสุด Ookla® Speedtest® ได้เผยผลสำรวจความเร็วเน็ตของไทย ครึ่งปีแรก 2019 จัดอันดับให้ AIS เป็นเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้านที่เร็วที่สุดในไทย, เครือข่ายมือถือที่ครอบคลุมมากที่สุดในไทย และเครือข่ายมือถือที่ดีที่สุดในไทย เป็นการการันตีคุณภาพเครือข่ายและการบริการที่เหนือคู่แข่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าและคนไทย

ด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง โดยมีรายได้รอบ 9 เดือนเติบโตขึ้น 29% และในไตรมาส 3 ปี 2562 มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 81,600 ราย สูงที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส ทำให้ในปัจจุบัน AIS Fibre มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 930,700 ราย มุ่งสู่เป้าหมาย 1 ล้านราย ภายในสิ้นปีนี้ ด้วยกลยุทธ์เน้นหลายบริการในแพคเกจเดียวสำหรับครอบครัว รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านช่องทางจัดจำหน่ายที่สะดวกและตอบโจทย์ลูกค้า ผ่านทาง LINE Official Account,  Website, AIS Call Center 1175

อ่าน : CEO ของ “AIS” เสนอกสทช. ปรับเกณฑ์ประมูล กันปั่นราคาประมูล

รายได้ธรุกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ขยายตัวจากปรับราคาแพ็กเกจรายเดือน

ในไตรมาส 3/2562 รายได้การให้บริการรายเดือน (postpaid) เติบโตขึ้นจาก การปรับราคาแพ็กเกจรายเดือนให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้ามากขึ้น ในขณะที่ยังคงมีการแข่งขันค่อนข้างสูงในกลมลูกค้าระบบเติมเงิน (prepaid) ในช่วงไตรมาสนี้จนถึงปัจจุบันจากการขายแพ็คเกจขนาดเล็กที่ให้ปริมาณ ดาต้ามาก ซึ่งเอไอเอสเลือกให้บริการแพ็คเกจดังกล่าวเพื่อรักษาส่วนแบ่ง ตลาดและรักษาฐานลูกค้าที่มีคุณภาพไว้ เป็นผลให้รายได้บริการธุรกิจ

นางสาวณัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าสายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) ระบุว่าโดยตอนนี้ตลาดใกล้สู่สภาวะอิ่มตัวแล้ว ซึ่งตัวเลขอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ซึ่งตัวเลขผู้ใช้ 3G ลดลงอยู่เสมอ และย้ายไปยัง 4G มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แพ็กเกจส่วนใหญ่อยู่ในตลาดบริการรายเดือน(Postpaid) ก็ทำให้ลูกค้าย้ายตลาดมาสู่ตลาดรายเดือน มากกว่าเติมเงิน(Pre Paid) ซึ่งเป็นตรรกะเดียวกันกับการซื้อสินค้าจำนวนมากแล้วราคาถูกลง ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือจึงนิยมใช้แบบรายเดือนมากกว่า

โทรศัพท์เคลื่อนที่ของ AIS เติบโตอยู่ที่ 32,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 เทียบกับปีก่อน และทรงตัวเทียบกับไตรมาสก่อน

AIS Fibre ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางสภาพการแข่งขันที่สูง โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 81,600 รายในไตรมาสนี้ ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้ารวม 937,000 ราย และยังคงเป้าหมายฐาน ลูกค้าไว้ที่ 1 ล้านรายในสิ้นปีนี้ จากการมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์(FMC) เอไอเอส ไฟเบอร์ ตั้งเป้าที่จะดึงดูดลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของเอไอเอสที่มีกำลังจ่ายสูง (high-valued) โดยในไตรมาส 3/2562 ธุรกิจอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์มีการเติบโตของรายได้ที่ร้อยละ 32 เทียบกับปีก่อน และ ร้อยละ 6.9 เทียบกับไตรมาสก่อน ทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.2 ของรายได้จากบริการหลักของเอไอเอส

ภาพรวมลูกค้าทั้งตลาดอยู่ที่ 9.3 ล้านครัวเรือน และเนื่องจากสภาพตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกเพราะการขยายตัวของเมืองมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เอไอเอส จึงยังมองว่า มีโอกาสเติบโตอยู่ ทั้งนี้ทิศทางของการส่งเสริมการขายของบริษัทหลังจากนี้ ไม่ใช้ความเร็วอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป แต่เป็นการทำให้สัญญาณ Wi-Fi ในบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลูกค้ากลุ่มอินเทอร์เน็ตบ้านไม่ได้เป็นคนละส่วนกับโครงข่ายมือถือ เพราะ เอไอเอส ถือว่ากลุ่มลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้านจะช่วยส่งเสริมกลุ่มลูกค้าให้มาใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น

อ่าน : AIS ครองแชมป์ความเร็วเน็ต “มือถือ-บ้าน”

การเติบโตของรายได้จากบริการหลักที่แข็งแกร่ง(ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS 15)

รายได้จากการบริการหลัก (ไม่รวมผลกระทบจากTFRS 15) ในไตรมาส 3/2562 เติบโตอยู่ที่35,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 เทียบกับปีก่อน ตามการเติบโตของการให้บริการธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรายเดือน ธุรกิจ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร หากเทียบกับไตรมาส ก่อนรายได้จากบริการหลักทรงตัว เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาในตลาด โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน ในด้านของค่าใช้จ่าย ไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายด้าน การตลาดน้อยลงเทียบกับไตรมาสก่อน และค่าเช่าเสาและอุปกรณ์ลดลงจาก การระงับข้อพิพาทกับทีโอที ส่งผลให้ก าไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ราคา และค่าตัดจ าหน่าย (EBITDA) เติบโตขึ้นเป็น 21,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 19 เทียบกับปีก่อน และร้อยละ 11 เทียบกับไตรมาสก่อน โดยสรุป ในช่วง 9 เดือน ปี2562 เอไอเอมีรายได้จากบริการหลักเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ที่ร้อยละ 5.2 เทียบกับปีก่อน และมีอัตราก าไร EBITDA อยู่ที่ร้อยละ 44.2 ซึ่ง ทั้งรายได้และอัตรากำไร EBITDA สอดคล้องกับประมาณการทั้งปี

ความร่วมมือเพื่อการใช้เสาสัญญาณในระยะยาว

ในไตรมาสนี้เอไอเอสได้ระงับข้อพิพาท 2 เรื่องกับทีโอทีเกี่ยวกับเสา โทรคมนาคม และอุปกรณ์ 2G และเอไอเอสได้ตกลงเช่าเสาโทรคมนาคมจาก ทีโอทีเป็นระยะเวลา 10 ปีและยุติการเช่าอุปกรณ์ 2G ซึ่งจาก 2 เหตุการณ์ ดังกล่าวส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโครงข่ายลดลง

งบลงทุนยังสามารถหาแหล่งทุน 5G ให้ไปต่อได้

นางสาวณัฐิยา พัวพงศกร ระบุว่า งบประมาณการลงทุนและต้นทุน-หนี้สิน ยังคงมีความสามารถในหาแหล่งทุนมาใช้ใน การลงทุนโครงข่าย 5G ได้อย่างต่อเนื่อง และมีความสามารถในการจ่ายหนี้สินจากแหล่งทุนได้ ขณะเดียวกันปัจจัยที่จะทำให้เอกชนลงทุนในโครงข่าย 5G ลงทุน คือ เรื่องของรายได้ที่จะตอบแทนกลับมาเมื่อลงทุนไปแล้ว ซึ่งคลื่นถือเป็นปัจจัยเดียว ปัจจัยอื่นๆที่ตามมา คือ สภาพแวดล้อมอื่นๆที่เหมาะสม เช่น โทรศัพท์ที่รองรับ 5G , เทคโนโลยี ฯลฯ

ส่วนตัวมองว่า 5G จะเปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง หากมองย้อนไปถึงเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ ทั้ง 2G , 3G เป็นรูปแบบของ P2P หรือ "คน สื่อสารกับ คน" แต่การเข้ามาของ 5G จะทำได้มากกว่า P2P และจะทำให้การส่งข้อมูล(Data)มหาศาลสร้างสิ่งเสมือนจริงมากขึ้น เช่น Virtual Reality(VR) และ 5G จะเพิ่มในส่วนของ B2B2C หรือ Business to Business to Consumer ซึ่งหลังจากนี้ การเก็บอัตรารายได้และการนับลูกค้าจะไม่ใช่แค่รายคนอีกต่อไป เพราะอุปกรณ์ต่างๆในยุค 5G ไม่ว่าตู้เย็นหรือโทรทัศน์ก็สามารถใส่ซิมเพื่อให้เครื่องจักรสื่อสารกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำให้เกิด Smart Home , Smart Cities มากขึ้น

เนื่องจากเทคโนโลยี 5G ยังคงเป็นเรื่องใหม่ของคงทั้งโลก ดังนั้นเทคโนโลยีหลายๆด้านอาจจะยังไม่พร้อมหรือมีราคาที่สูงอยู่ ดังนั้นผู้ให้บริการจำเป็นต้องหันกลับมามองว่า จะหารายได้อย่างไรให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณปีหน้ายังคงเน้นไปที่การพัฒนา 4G เป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...