โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธ.ค. BTS จอด ม.เกษตร-สายสีน้ำเงินเปิดถึงบางพลัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ต.ค. 2562 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 05.20 น.
5 ธ.ค.เปิดถึงเกษตร - รถไฟฟ้าบีทีเอสจะเปิดส่วนต่อขยายเพิ่ม 4 สถานี จากห้าแยกลาดพร้าว-ม.เกษตร ส่วนค่าโดยสารยังต้องลุ้นกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะประกาศให้นั่งฟรีไปถึงปีใหม่หรือเก็บตามโครงสร้างใหม่ 15-65 บาทเลย

ดีเดย์ ธ.ค. คนกรุงได้นั่งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายใหม่ 2 สาย รฟม.เร่งช่วง “เตาปูน-บางพลัด” เพิ่มผู้โดยสารสายสีน้ำเงินวืดเป้า 3.4 หมื่นคน ผนึก BEM ลดค่าโดยสาร ออกตั๋วพิเศษนั่งสีม่วงพ่วงน้ำเงิน จ่าย 47-52 บาท กทม.เริ่มทดสอบเดินรถสายสีเขียวสถานีห้าแยกลาดพร้าว-ม.เกษตรฯ คาดคนนั่ง 1 แสนคน

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-หลักสองเชื่อมกับสายสีน้ำเงินเดิมหัวลำโพง-เตาปูน และเก็บค่าโดยสารเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมาในอัตรา 16-42 บาท

ปรากฏว่ายอดผู้โดยสารของสายสีน้ำเงินโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 440,000-450,000 เที่ยวคน/วัน ลดลงประมาณ 34,000 เที่ยวคน/วัน เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมและประชาชนยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ระบบรางในการเดินทาง ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

“ในเดือน ธ.ค.นี้จะเปิดการเดินรถฟรีของสายสีน้ำเงินต่อขยายช่วงเตาปูน-ท่าพระ โดยจะเปิดช่วงเตาปูน-บางพลัดก่อน จากนั้นทยอยเปิดถึงสถานีท่าพระตามความพร้อมของระบบ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางสะดวกและลดปัญหาการจราจรฝั่งธนบุรีได้ระดับหนึ่ง”

ทั้งนี้ คาดว่าเปิดให้บริการสายสีน้ำเงินเต็มรูปในเดือน มี.ค. 2563 จะทำให้มีผู้โดยสารในระบบอยู่ที่ 800,000 เที่ยวคน/วัน ในช่วงปลายปีหน้า อีกทั้งจะทำให้ปริมาณผู้โดยสารสายสีม่วงเตาปูน-คลองบางไผ่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 70,000 เที่ยวคน/วัน เป็น 100,000 เที่ยวคน/วัน

นายภคพงศ์กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการจูงใจให้คนมาใช้มากขึ้น ในเร็ว ๆ นี้ รฟม.จะร่วมกับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ผู้รับสัมปทานสายสีน้ำเงิน ออกมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยจัดโปรโมชั่นร่วมกับสายสีม่วงหากผู้โดยสารเดินทางเชื่อมต่อทั้ง 2 ระบบจะลดค่าโดยสารสูงสุดจาก 70 บาท และจะยกเว้นการเก็บค่าแรกเข้า จะออกบัตรโดยสารแบบจำกัดจำนวนเที่ยว ราคาพิเศษ

มี 4 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 จำนวน 15 เที่ยว มูลค่า 780 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 52 บาท/เที่ยว) แบบที่ 2 จำนวน 25 เที่ยว มูลค่า 1,250 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 50 บาท/เที่ยว) แบบที่ 3 จำนวน 40 เที่ยว มูลค่า 1,920 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 48 บาท/เที่ยว) และแบบที่ 4 จำนวน 50 เที่ยว มูลค่า 2,350 บาท (เฉลี่ย 47 บาท/เที่ยว) ซึ่งได้หารือ BEM แล้ว

ส่วนสายสีม่วง จะปรับลดค่าโดยสารช่วง off peak ช่วงเวลา 09.30-15.30 น. จากเดิม 14-42 บาท เป็น 14-20 บาท แต่ถ้าเดินทาง 1 สถานีจะเสีย 17 บาท คาดว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10,000 เที่ยวคน/วัน ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะนำเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.ชุดใหม่เห็นชอบ หลังจากนั้นจะสามารถประกาศใช้ได้ทันที คาดว่าจะจัดโปรโมชั่นเป็นระยะเวลา 6 เดือน ส่วนโปรโมชั่นเฉพาะสายสีน้ำเงิน ยังไม่มีต้องรอดูผลตอบรับจากโปรโมชั่นนี้ก่อน

นอกจากนี้ จะเพิ่มขบวนรถใหม่เข้าระบบมากขึ้นจากเดิมมี 19 ขบวน และรับมอบขบวนรถใหม่แล้ว 15 ขบวน รวมเป็น 34 ขบวน ยังเหลืออีก 20 ขบวนที่ต้องรับมอบ จะทยอยมาเรื่อย ๆ จนครบในเดือน มี.ค. 2563

ด้านนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังเปิดให้บริการฟรีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-คูคต จำนวน 1 สถานี จากหมอชิต-ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการสูงสุด 35,002 เที่ยวคน/วัน

ส่วนความพร้อมขยายการเดินรถเพิ่มจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว อีก 4 สถานี ประกอบด้วย สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะนี้การทดสอบเดินรถเป็นไปตามแผน เริ่มนำขบวนรถเปล่าขึ้นวิ่งบนรางไปจนถึงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ และพร้อมจะเปิดใช้บริการวันที่ 5 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 100,000 เที่ยวคน/วัน

“เนื่องจากแนวเส้นทางพาดผ่านสถานที่ราชการ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และเมื่อเปิดบริการถึงสถานีปลายทางที่คูคตในปี 2563 คาดว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 200,000 เที่ยวคน/วัน”

สำหรับขบวนรถมารองรับการบริการก่อนหน้านี้นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ผู้รับจ้างเดินรถ เปิดเผยว่า รถใหม่ที่สั่งซื้อ 46 ขบวนเมื่อปี 2559 ขณะนี้ทยอยรับมอบแล้ว 27 ขบวน ทำให้ปัจจุบันบีทีเอสมีขบวนรถในระบบจากเดิม 52 ขบวน เป็น 79 ขบวน และ 98 ขบวน รวม 392 ตู้ในปี 2563 ให้บริการในระบบ

เพื่อช่วยให้การเดินรถมีความถี่สูงสุดได้ในชั่วโมงเร่งด่วน แม้จะมีการขยายเส้นทาง และจำนวนสถานีที่ให้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบีทีเอสให้บริการรวม 44 สถานี ทั้งในสายสีลมและสายสุขุมวิท มีความถี่การเดินรถสูงสุดในชั่วโมงเร่งด่วน เช้าและเย็น ในสายสุขุมวิท (สถานีห้าแยกลาดพร้าว-สถานีสำโรง) ที่ 2.40 นาทีต่อขบวน และในสายสีลม 3.45 นาทีต่อขบวน และปลายปี 2562 จะเปิดเพิ่มอีก 4 สถานี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...