โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถูก แพง - ศุ บุญเลี้ยง

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 16 ก.ย 2563 เวลา 05.12 น. • ศุ บุญเลี้ยง

เพื่อนไปซื้อมะพร้าวอ่อนมาจากบ้านแพ้ว มันบ่นว่า  “ไอ้ห่า แม่งคิดราคาลูกละตั้ง 15 บาท เมื่อก่อนเคยกิน 8 บาทเอง” 

เมื่อก่อนของเพื่อนนี่มันกี่ปีผ่านไปแล้ว

รุ่นน้องพาลูกไปหาหมอได้ยามานิดเดียว หมอคิด 500 บาท มันถ่ายรูปซองยา แล้วมาบ่นโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า หมอคิดค่ายาราคาแพง

ผมว่ามันอาจไม่ใช่ค่ายา มันเป็นค่ารักษาเป็นค่าวิชาที่ไม่ต้องให้ลูกกินยาเยอะหรือเปล่า

เวลาสำนักพิมพ์จะผลิตหนังสือออกมาสักเล่ม ปัญหาประการหนึ่งคือไม่รู้ควรจะขายราคาเท่าไหร่ถึงจะพอดี  ถ้าคิดเฉพาะกระดาษกับความหนาแล้วประเมินว่าถูกหรือแพง บางทีมันก็ไม่ยุติธรรมกับตัวอักษรหรือมันสมองที่คั้นออกมา

 

ขณะเดินทางไปทั่วไทย มักได้ยินคำหนึ่งสลับไปมา ถูกจัง’ ‘แพงจัง’แล้วก็มานั่งสงสัยว่า อะไรถูก อะไรแพง

คำค่อนแคะนั้นมีว่า ‘เมื่อก่อนภูเก็ตแพงกว่านี้’  ‘ไปสมุยอาหารแพงกินไม่ลง’

แต่ตอนผมไปภูเก็ตก็ไม่รู้สึกว่าแพง เพราะผมเลือกที่พักราคาไม่ถึงพัน กินอาหารที่ตัวเองไม่รู้สึกว่าแพง

แล้วตรงไหนหรือเท่าไหร่กันหนาจึงว่าแพง

บ้างก็ว่าของแบบนี้มันต้องเปรียบเทียบกับที่อื่นๆ

ก็จะเปรียบที่ไหนกับที่ไหนละ  จะเปรียบสมุยกับภูเก็ต หรือจะภูเก็ตกับฮอกไกโด

หรือถ้าวงเฉลียงเปรียบกับวงนูโว มันจะเหมาะสมไหม

 

ในฐานะคนมีบ้านอยู่ในแผ่นดินอันถูกท่องเที่ยว

ผมรู้สึกว่า ไม่อยากให้การท่องเที่ยวที่ไหนๆ ต้องตกอยู่ในมาตรฐานซึ่งต้องราคาถูก แต่ก็ไม่ได้อยากให้มันแพง มันก็เลยบอกยากว่าแค่ไหนกันแน่ถูกหรือแพง  หรือเพียงแค่ราคาสูง ไม่ใช่ราคาแพง

( ยกเว้นกรณีเป็นค่าคมนาคมพื้นฐาน ซึ่งเป็นการบังคับและทำให้ทางเลือกในการเดินทางหมดไป คือไม่มีรถ เรือ หรือเครื่องบินโดยสารให้เลือกมากพอ จนต้องจำยอมกับสภาพการเดินทางที่ไม่อยากเลือก ซึ่งนั่นเป็นอีกประเด็น ไม่เกี่ยวกับค่ากาแฟค่าที่พักที่ เพราะมีให้เลือกหลากหลายราคาแล้วแต่ศรัทธาและความชอบ ) 

 

ในเมื่อแต่ละคนลงทุนลงแรงและประเมินสิ่งต่างๆ ให้คุณค่าและมูลค่า ในราคาที่ไม่เท่ากัน ใครจะมีสิทธิ์ในการกำหนดราคากาแฟได้ ( เหมือนราคาทองคำ ว่าต้องมีมาตรฐานในการขายใกล้เคียงกัน )

ใครจะประเมินบ้านหลังหนึ่งซึ่งเอามาทำร้านกาแฟได้ว่า มรดกซึ่งพ่อแม่รักษาไว้ให้จนตกทอดมานั้นหากนำมาทำร้านแล้ว ร้านนั้นควรจะตั้งราคากาแฟแก้วละเท่าไหร่ เพราะแต่ละร้าน ต่างลงทุนเมล็ดกาแฟไม่เท่ากัน อาจสั่งมาจากต่างประเทศหรือเลือกซื้อกับชาวเขา ( แบบไม่กดราคา ทั้งชาวเขาและแรงงานพนักงานในร้าน )

ทั้งเครื่องชงกาแฟซึ่งเลือกมาใช้ แม้กระทั่งพนักงาน การฝึกอบรม เสื้อผ้า รวมไปถึงปลั๊กไฟที่มีบริการให้ใช้หรือไม่ในร้าน ก็แตกต่างกัน

ตอนสตาร์บั๊คส์เริ่มมาเปิดในไทยใหม่ๆ ผมได้ยินหลายคนบอกว่า “ใครจะกินลงวะกาแฟแก้วละเป็นร้อย”  แล้วเป็นไง สตาร์บั๊คส์ขยายสาขา เห็นคนมาซื้อกาแฟแก้วละร้อย หน้าตาเฉย บางคนซื้อไปบ่นไป บางสาขามีคนเข้าร้านแน่นขนัด ไม้เว้นแม้กระทั่งเด็กนักเรียนนักศึกษา 

เราจะว่าเขาขายแพงได้หรือไม่

ในขณะที่ร้านกาแฟบางร้านขายแก้วละ 45 ซื้อครบ 10 แก้ว แถม อีก 1 แก้ว แม้แต่แมวก็ไม่แล ต้องปิดร้านไปแล้วยังคงความสงสัยว่า ทำไมคนถึงยอมไปกินกาแฟแก้วที่แพงกว่า 3-4 เท่า 

เหตุผลก็เพราะเขาไม่ได้ซื้อเฉพาะกาแฟไง เขากินบรรยากาศและซื้อความสะดวก อาจซื้อเพราะแบรนด์เพราะความเชื่อใจ หรือซื้อและยิ่งรู้สึกกินแล้วอร่อยก็เพราะมันแพงนั่นแหละ

ร้านขนมหวานในเมืองน่านร้านหนึ่งผมกินแล้วประทับใจก็เลยใส่เข้าไปในเพลง พอร้านขายดีก็มีคนมาบ่นมาโทษว่า เพราะผมนั่นแหละทำให้ขนมหวานร้านป้าโด่งดัง ผู้คนหลั่งไหลไปกินไปทานแล้วราคาก็เลยแพง

ผมลองด้อมๆ ไปดูป้ายราคา ก็ไม่รู้สึกว่าแพง

ไปหลายครั้งก็เห็นมีคิวยาว ขนาดย้ายร้านเข้าไปในซอกในซอยลึกไม่ใช่น้อย ผู้คนยังกดกูเกิ้ลแล้วมุ่งหน้าไปเข้าคิว

ผมไม่ได้เถียงว่าถูกหรือแพง เพราะรู้ว่ามันวัดกันยาก แต่ถ้าถามว่าราคาขนมถ้วยหนึ่งนั้นเกิดจากอะไร  หากเราไปรับรู้รับฟังจะเห็นว่า การเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีนั้น เป็นส่วนสำคัญของต้นทุน เช่น สั่งมะพร้าวมาคั้นกะทิจากสมุย หรือถ้ามีมะพร้าวที่อื่นดีกว่า ก็จะให้คนจัดหานั้นจัดส่งให้ ยังไม่ต้องนับถึงวัตถุดิบอื่นๆ ในการจะทำขนมต้องเลือกสรร

ถ้าคนซื้อรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า ร้านนั้นก็ต้องเลิกรา ไม่สามารถฝืนความจริงของคนควักกระเป๋าได้  แต่คนที่บอกว่าแพงนั้น หากถามว่าทำไมแพง เขามักจะเทียบราคากับร้านขนมในตลาดที่ตัวเองเคยกิน บางคนก็เปรียบกับราคาซึ่งเคยกินตอนเด็กๆ  ราคาในปัจจุบันจึงสูงกว่าที่คิด

แต่ถ้าลองให้เทียบกับขนมยี่ห้อดังๆ ซึ่งสั่งนำเข้ามา จะบอกว่าของป้าแพงก็ไม่ได้ เพราะราคาต่ำกว่า คนกินไอศครีมในห้างก็ไม่ได้บ่นว่าแพง อาจเลือกกินตามฐานะหรือพาบุตรหลานไปทานเฉพาะในวันสำคัญ เราจะบ่นว่าไอติมแพงก็ได้แต่มันใช่หรือเปล่า

ผมถามนิติพงษ์ ห่อนาค ว่ารับจ้างแต่งเพลง เพลงละเท่าไหร่

เขายกขึ้นมา 8 นิ้ว 

รวมทุกอย่างเลยนะหมายถึงทำจนเสร็จกระบวนการ มีนักร้องเสร็จสรรพ

ผมว่า โอ้โหทำได้ไง  งบแค่ 8 หมื่น ทำจนเสร็จได้

เขาว่าไม่ใช่ 8 หมื่นแต่หมายถึง 8 แสน

โอ้โห ขนาดผมเรียกแสนนึง คนจ้างยังบอกว่าแพง

แล้วถ้าเขาขอลดราคา  แกบอกว่า “ มีสองแบบคือ แพงกับฟรี ”

จะว่าไปบางคนเรียกค่าทำเพลงให้องค์กรเพลงละเป็นล้านก็มี หรือหลายล้านต่อเพลง เพลงเดียวก็ยังมี ถ้าอยากได้ผลงานของนิติพงษ์ หรือ บอย โกสิยพงษ์ก็คงต้องจ่าย

ของแบบนี้วัดราคากันยากจริงๆ

 

วันหนึ่งสหายนักเขียนซึ่งคุ้นเคยคนหนึ่ง เอาหนังสือผลงานของเขาติดมือไปในงานซึ่งเขาไปนั่งบรรยาย แล้วตั้งหนังสือวางขายไว้สามกอง

เขาบอกว่า กองแรกขายในราคาเล่มละ 100 บาท

กองที่สอง ราคาเล่มละ 200 คือเท่ากับราคาที่พิมพ์ไว้ตรงปกหนังสือ

กองที่สามราคาเล่มละ 300 ราคาสูงกว่าราคาปก

ทั้งๆ ที่หนังสือทั้งสามกองนั้น เป็นหนังสือเล่มเดียวกัน หน้าปกเหมือนกัน

คนฟังถามว่า “อ้าวแล้วมันต่างกันยังไง”

กองแรกชำรุดหรือว่าไง ทำไมราคามันถึงได้ถูกกว่าแล้วทำไมกองที่สามจึงตั้งราคาสูงกว่าราคาปก

เขาบอกว่า กองแรกเหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับมีเงินเดือนน้อยไม่ค่อยได้ซื้อหนังสืออ่านเขาอยากจะลดราคาให้ เพื่อจะได้มีโอกาสเข้าถึงผลงานของเขา

กองที่สองสำหรับคนอ่านปกติซึ่งพอจะมีรายได้ ซื้อหนังสือไปอ่านได้แบบไม่เดือนร้อนอะไรก็จับจ่ายในราคาที่ไม่ต้องลดราคา หากอยากได้ผลงานของเขา นำไปฝากลูกฝากหลานหรือเพื่อนพ้อง ซื้อตรงนี้สะดวกไม่ต้องไปตามหา

ส่วนกองที่สามสำหรับคนผู้มีฐานะดี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผู้บริหารมีเงินเดือนสูงๆ การซื้อหนังสือของท่านนั้น อาจจะอ่านหรือไม่อ่าน ติดมือไปเป็นที่ระลึกว่าได้เจอกับนักเขียนตัวเป็นๆ ได้ลายเซ็นเก็บไว้หรือจะซื้ออภินันทนาการห้องสมุด ก็ยิ่งดี

หนังสือชนิดเดียวกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เพราะคนเรา มันไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะตีค่าประเมินตัวเองเท่าไหร่ก็ได้ 

ผมฟังแล้วก็รู้สึกประทับใจในการขายของเขา แต่ยังอดถามเบาๆ ไม่ได้ว่า

 “ไม่มีเล่มไหนฟรีหรือ”  “ตังค์น่ะพอมี แต่ได้ฟรีแล้วมันภูมิใจ”


ติดตามบทความใหม่ ๆ จากศุ บุญเลี้ยง ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจศุ บุญเลี้ยง

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...