โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เกมดังที่มาจากนิยายชั้นยอด

GameFever TH

อัพเดต 16 ม.ค. 2563 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2563 เวลา 13.48 น. • GameFever.co

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้พบข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นข่าวที่ว่าด้วยกระแสของซีรีส์ The Witcher ฉบับ Netflix ที่ได้สร้างกระแสทั้งการเล่นเกมรวมถึงนวนิยายของคุณปู่ Andrzej Sapkowski ก็ขายดีเทน้ำเทท่าเช่นกัน ทำให้เราได้ลองย้อนกลับมาดูถึงเกมต่าง ๆ ที่สร้างบนพื้นฐานของนวนิยายมาก่อนและนี่คือ 10 เกมดังที่มาจากนิยายชั้นยอด

1.S.T.A.L.K.E.R. : Shadow of Chernobyl

S.T.A.L.K.E.R. เกมแนว FPS - Open World ชื่อดังที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยเล่นกันมาแล้วไม่มากก็น้อย เนื่องจากเป็นเกมเก่าพอสมควร โดยเกมนี้ได้นำเอา Concept มาจากนวนิยาย Sci - Fi ของ Boris Strugatsky และ Arkady Strugatsky ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1972 มาสร้างเป็นเกมให้เราได้เล่นกัน ซึ่งนวนิยายกล่าวถึงพื้นที่กัมมันตรังสีที่ถูกเรียกว่า " Zone" และเหล่าเอเลี่ยนได้ลองมาท่องเที่ยวในโลกมนุษย์

2.Parasite Eve

หากพูดถึงเกม PlayStation 1 ขวัญใจของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้น Parasite Eve อย่างแน่นอนพร้อมกับฉากอาบน้ำที่ใครหลายคนในตอนนั้นจะต้องหลง โดยเกม Parasite Eve เป็นภาคต่อของนวนิยายในชื่อเดียวกันที่เขียนโดย Hideaki Sena และตีพิมพ์ในปี 1995 ในประเภทญี่ปุ่น

3.Assassin’s Creed

หนึ่งในเกมเกี่ยวกับมือสังหารที่ยอดเยี่ยมมาก แม้ว่าปัจจุบันจะหนักออกไปทางความเป็น RPG แต่ก็ยังไม่ทิ้ง Concept เดิม โดยเกมนี้มาจากนวนิยาย Alamut ของ Vladimir Bartol ที่ตีพิมพ์ในปี 1938 ซึ่งเนื้อหาของนวนิยายจะกล่าวถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 เกี่ยวกับ Hassan-i Sabbah และมือสังหารของเขา นอกจากนี้ประโยคในตำนานอย่าง "Nothing is true, everything is permitted." ก็มาจากนวนิยายเรื่องนี้เช่นกัน

4.Suikoden

Suikoden คือเกมแนว JRPG ขึ้นหิ้งผลงานของ Yoshitaka Murayama ที่หลาย ๆ คนน่าจะจำได้ โดยตัวเกมนำมาจากนวนิยายจีนเรื่อง "ซ้องกั๋ง (Water Margin) " ผลงานของ Shī Nài'ān ที่ตีพิมพ์ในศตวรรษที่ 12 ว่าด้วยเรื่องราวของคน 108 คนที่ต่างถูกข่มเหงรังแกจากทางผู้มีอำนาจ จนทนไม่ไหวและต่อต้านอำนาจรัฐ

5.Metro 2033

Metro 2033 เกมแนว FPS - Survival Horror ที่ยอดเยี่ยมมากหากใครไม่เคยเล่นแนะนำให้หามาลอง โดยตัวเกมมาจากนวนิยายเรื่องเดียวกันของ  Dimitry Glukhovsky ที่ว่าด้วยเรื่องของราวของโลกที่ผู้คนอาศัยไปอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน (Metro) ที่มนุษย์ทุกคนจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด

6.Spec Ops: The Line

Spec Ops: The Line เป็นหนึ่งในเกมแนวสงครามที่มีเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากเกมหนึ่ง โดยเนื้อหาในเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายเรื่อง "Heart of Darkness"  ของ Joseph Conrad ที่นำเรื่องราวมาดัดแปลงเป็นแบบฉบับตะวันออกกลาง พร้อมนำเอาชื่อผู้เขียนไปตั้งพ้องเสียงเป็นตัวร้ายในเกมอย่าง john konrad อีกด้วย

7.Middle-earth: Shadow of war , Middle-earth: Shadow of Mordor

Middle-eart ถือว่าเป็นหนึ่งในฉากหลังของนิยายคลาสิคจากนักเขียนในตำนานอย่าง J. R. R. Tolkien โดยมีงานเขียนที่ได้รับความนิยมมากอย่าง The Lord of The Ring และ Hobbit ซึ่งเกมอย่าง Middle-earth: Shadow of war และ Middle-earth: Shadow of Mordor ได้นำเอาฉากหลังของเรื่องราวเหล่านี้มาทำพร้อม ที่สามารถเล่าเรื่องราวได้อย่างแนบเนียนในจักรวาลหลัก

8.Tom Clancy's Splinter Cell

Tom Clancy ชื่อนี้หลาย ๆ คนย่อมจะรู้จักดีเพราะเป็นนามปากกาของยอดนักเขียนนิยายแนวหน่วยลับชื่อดัง โดยเขาได้เขียนนวนิยายหลาย ๆ เรื่องจนทาง Ubisoft ได้หยิบเอาเนื้อหาในนิยายมาทำเป็นเกมให้พวกเราได้เล่นกัน ซึ่งเกมเด่น ๆ ได้แก่ Tom Clancy  : Rainbow Six , Tom Clancy's Splinter Cell, Tom Clancy's Ghost Recon

9.Total War : Three Kingdom

หากจะพูดถึงนวนิยายที่ถูกนำออกมาทำเป็นเกมมากที่สุดในโลกใบนี้ คงหนีไม่พ้นนวนิยายจีนจากฝีมือ ล่อกวนตงอย่างสามก็กที่เล่าเรื่องราวของสงครามจีนยุคปลายราชวงศ์ฮั่นที่กำลังล่มสลาย ขุนศึกเปิดศึกใส่กันและกันจนแผ่นดินแยกออกเป็นสามส่วน ซึ่งเกมต่าง ๆ ได้นำเอามาเป็นพื้นหลังในการพัฒนามากมายทั้ง Total War : Three Kingdom ไปจนถึง Dynasty warriors เลยทีเดียว

10.The Witcher 3 : Wild Hunt

ปิดท้ายกันด้วยนวนิยายที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้อย่าง The Witcher ที่ได้นำเอางานเขียนของ Andrzej Sapkowski มาทำเป็นเกมถึง 3 ภาค ซึ่งการที่ตัวเกมทำออกมายอดเยี่ยมด้วย ทำให้นิยายกลับมาขายดีอีกครั้ง นอกจากนี้มีข่าวลือว่าทาง CD Project Red กำลังเจรจาลิขสิทธิ์ของนิยายรอบใหม่ ไม่แน่ The Witcher 4 อาจจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ จะเห็นได้ว่าในอุตสาหกรรมบันเทิงต่าง ๆ มักจะมีการยืมเอาไอเดียของกันไปมาเสมอ ทำให้เรารู้ว่าการที่สนับสนุนผลงานของผู้สร้างได้มากเท่าไหร่ เราจะได้เห็นงานของพวกเขาต่อยอดขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเกมจากนวนิยายสัญชาติไทยก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...