ผอ.สถาบันไทยคดีฯ แจง หลังยูเนสโก ขึ้นทะเบียน "โขนกัมพูชา" เป็นมรดกโลก!
ผอ.สถาบันไทยคดีฯ แจง หลัง ยูเนสโกขึ้นทะเบียน โขนกัมพูชา เป็นมรดกโลก หวั่นประชาชน จะเข้าใจผิด
ผอ.สถาบันไทยคดีฯ แจง – จากกรณีที่ สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศรับรอง “ละครโขน” (Lkhon Khol Wat Svay Andet) โขนรูปแบบหนึ่งจากประเทศกัมพูชา มรดกวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ ที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วนแล้ว ในการประชุมที่กรุงพอร์ตลูอิส ประเทศมอริเชียส ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กแสดงความยินดีในโอกาสนี้
- อ่าน : ด่วน! ยูเนสโกรับรอง ‘โขนเขมร’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ส่วน ‘โขนไทย’ ยังต้องลุ้น
- อ่าน : จับตาพรุ่งนี้ “ยูเนสโก” ชี้ชะตา “โขนไทย-โขนเขมร” ได้เป็นมรดกโลกหรือไม่
ล่าสุด (29 พ.ย.) ด้าน นายอนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้แจงกรณีที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศรับรอง “ละครโขน” (Lkhon Khol Wat Svay Andet) มรดกวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ จากประเทศกัมพูชา ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ขณะที่ละครโขนของไทย ยังต้องรอการพิจารณาในวันเดียวกันนี้ว่า การขึ้นทะเบียนตามอนุสัญญามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ มี 3 ประเภทคือ
- 1. บัญชีรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (representative list of intagible cultural heritage of humankind)
- 2. รายการที่ต้องได้รับการสงวนรักษาอย่างเร่งด่วน (urgent list)
- 3. รายการมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสงวนรักษา (good practice)
โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการชื่นชมในการมีอยู่ของรายการมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศภาคีสมาชิก ทั้งนี้การขึ้นทะเบียน “ลครโขลของวัดสวายอันเด็ต” ของประเทศกัมพูชา เป็นการขึ้นทะเบียนในประเภทที่ 2 (urgent list) ซึ่งมีสาระสำคัญคือความเป็นโขนที่ชุมชนร่วมกันฟื้นฟูและอนุรักษ์
ส่วนการขึ้นทะเบียน “โขนไทย” เป็นการขึ้นทะเบียนในประเภทที่ 1 มีสาระสำคัญคือเป็นการแสดงที่มีการปฏิบัติสืบทอดอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงไม่เหมือนกัน