โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีการจัดการความเครียดแบบไหนที่ยิ่งใช้ ชีวิตก็ยิ่งแย่ - หมอเอิ้น พิยะดา

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 11.46 น. • หมอเอิ้น พิยะดา
ภาพโดย Luis Villasmil จาก unsplash.com

วิธีการจัดการความเครียดเป็นทักษะ ( Coping skills ) อย่างหนึ่งที่จำเป็นในการใช้ชีวิต เพราะไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตหรือทำงานเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาและความเครียดได้   

Coping skill จึงช่วยให้เรามีความอดทนต่อปัญหา ช่วยให้ร่างกายและจิตใจฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถทำงานและใช้ชีวิตต่อไปได้ วิธีการจัดการความเครียด สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ

Emotion – Focused Coping Skills : เน้นการจัดการที่อารมณ์ภายในตัวเอง เช่น เวลาเครียดแล้วไปออกกำลังกาย  

ออกไปเจอเพื่อนที่สนิท ไปขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ฝึกการเจริญสติหรือทำสมาธิ เล่นโยคะ ฟังเพลง เป็นต้น เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายทางอารมณ์

Problem – Focused Coping Skills : เน้นการจัดการที่ตัวปัญหา เช่น รู้สึกเครียดกับปริมาณงานที่มากจึงลดความเครียดด้วยการบริหารเวลา รู้สึกเครียดกับความสัมพันธ์จึงลดความเครียดด้วยการจัดลำดับความสัมพันธ์ รู้สึกเครียดเพราะทำงานขาดตกบกพร่องบ่อยจึงลดความเครียดด้วยการจดงานที่จะต้องทำในแต่ละวัน

ซึ่งในปัญหาเดียวกันแต่ละคนจะมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน บางวิธีการสามารถลดความเครียดแล้วยังทำให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาว แต่บางวิธีทำให้ความเครียดลดลงในขณะนั้นแต่เป็นการสะสมปัญหาใหญ่ในอนาคต ซึ่งเป็นวิธีที่เราควรหลีกเลี่ยง   

6 วิธีจัดการความเครียดที่เราควรหลีกเลี่ยง เพราะยิ่งใช้ชีวิตก็ยิ่งแย่

1.ทำเป็นไม่รับรู้ปัญหา

วิธีการนี้พบได้บ่อยกับคนที่มีความกลัวว่าตัวเองจะจัดการปัญหาไม่ได้ เลยทำเป็นมองไม่เห็นปัญหา หรือมองปัญหาให้เล็กกว่าความเป็นจริง เช่น แม่ที่ได้รับการแจ้งจากทางโรงเรียนว่าลูกมีปัญหาพฤติกรรมที่โรงเรียน และต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา แต่แม่ไม่อยากเชื่อและเลือกมองว่าเป็นธรรมดาของเด็กและไม่ทำอะไรเพื่อเป็นการทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น  

หรือพนักงานที่ถูกหัวหน้าเรียกไปเตือนเรื่องความบกพร่องในการทำงาน

กลับมองว่าการเตือนนี้เกิดจากอคติกับตัวเองมากกว่าพัฒนางานให้ดีจึงไม่ลงมือปรับปรุงการทำงาน

การรับมือกับความเครียดแบบนี้อาจทำให้ไม่รู้สึกแย่กับตัวเองในช่วงแรก แต่จะทำให้ปัญหาค่อยๆรุนแรงมากขึ้น

2.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์หรือใช้สารเสพติด

เราคงเคยได้ยินโฆษณารณรงค์การหยุดดื่มสุราของ สสส. ที่มีประโยค “จน – เครียด - กินเหล้า”  

ในทางจิตวิทยาของการติดสารเสพติด ความจนไม่ใช่สาเหตุของการติดสุรา แต่ความเครียดเป็นสาเหตุของการติดสุราและสารเสพติดได้ เพราะสารเสพติดมีผลในการกดระบบประสาทแล้วส่งผลให้ลืมปัญหาที่ทำให้เครียดได้ชั่วครู่จากความมึนเมา แต่เมื่อส่างเมาแล้วปัญหาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม อาจเพิ่มเติมด้วยปัญหาการเงิน ปัญหาสุขภาพ ความสัมพันธ์รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว

3.กินคลายเครียด

เคยเป็นมั้ยคะ เวลาเครียดแล้วจะอยากทานเยอะๆ หมอเองก็เคยเป็น สังเกตตัวเองได้ชัดเจนตอนช่วงจะสอบ ยิ่งรู้สึกว่าอ่านหนังสือไม่ทันน้ำหนักก็ยิ่งขึ้น ตอนช่วงอาหารเข้าปากก็จะรู้สึกลืมความเครียดและมีความสุขกับการได้ทานของอร่อย แต่พอทานจนแน่นมากก็จะรู้สึกผิดว่าไม่น่าทานขนาดนี้เลย หากจัดการความรู้สึกเครียดด้วยวิธีการนี้บ่อยๆ อาจทำให้เรามีปัญหาความมั่นใจในตัวเองจากรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงและปัญหาสุขภาพได้

4.ช้อปปิ้ง

หมอเคยมีรุ่นน้องส่งคำถามมาถามว่า เค้าผิดปกติมั้ยที่ช๊อปปิ้งออนไลน์มากจนคนในออฟฟิตทักเพราะมีคนมาส่งของตลอดเวลา ที่สำคัญคือก็รู้ว่าของหลายอย่างไม่จำเป็นแต่ก็ยังอยากซื้อ และตัวเองก็มีปัญหาการเงินอยู่แล้ว ถามไปถามมาจึงรู้ว่าช่วงเวลาที่เพลิดเพลินในการดูสินค้าในออนไลน์นั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่ทำให้เธอไม่คิดถึงปัญหาความสัมพันธ์กับสามีที่มีอยู่  

5.นอนแช่

บางคนเวลาเครียดแล้วจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลีย ไม่อยากจะทำอะไร จึงเลือกที่จะนอนแช่บนเตียงโดยไม่สนใจกิจวัตรประจำวัน การตามใจความรู้สึกนี้จนเกินไปอาจทำให้สมองของเราเฉื่อยชา และตามมาด้วยปัญหาดินพอกหางหมู เพราะเราไม่ได้ลงมือทำงานในสิ่งที่เราควรทำ

6.พูดระบายกับทุกคน

การพูดเพื่อระบายความอึดอัดใจจัดเป็นวิธีการจัดการความเครียดอย่างหนึ่งที่ดีและจำเป็น แต่วิธีการนี้ก็มีข้อควรระวัง เพราะถ้าเราไม่เลือกคนที่จะรับฟังปัญหาเราเลยและพูดปัญหากับทุกคน อาจทำให้ปัญหาเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะแต่ละคนมีความพร้อมในการรับฟังปัญหาที่แตกต่างกัน การตีความต่อปัญหาแตกต่างกัน

ปัญหาใหญ่ของการเลือกวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่การเลือกวิธีการที่ผิดหรือถูก แต่คือการรู้ว่าทำไปก็ยิ่งมีปัญหา แต่ก็ยังทำเพียงเพื่อให้มันผ่านนาทีนี้ไป

เราจะเลือกการแก้ปัญหาแบบไหนก็แล้วแต่ ขอให้ระลึกเสมอว่าชีวิตเราเราเลือกได้ ปัญหานี้เราจะเลือก “เจ็บใจน้อยๆแต่เก็บปัญหาไว้นานๆ” หรือ “เจ็บใจมากหน่อยแต่ปัญหาจบนะ”

3 หลักสำคัญในการปลดล็อคความสุข

--

ติดตามบทความใหม่ ๆ ของหมอเอิ้น พิยะดา ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...