โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โฟกัสพระเครื่อง : เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก หลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง พระเกจิดังตำนานราชบุรี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มี.ค. 2564 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2564 เวลา 23.30 น.
(ซ้าย) หลวงพ่อสาลี ธัมมสโร (ขวา) เหรียญหลวงพ่อสาลี รุ่นแรก

โฟกัสพระเครื่อง–(ฉัตรชัย สุนทรส)

โคมคำ / komkam.ks@gmail.com

 

เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก

หลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง

พระเกจิดังตำนานราชบุรี

 

“หลวงพ่อสาลี ธัมมสโร” หรือ “พระครูพรหมสมาจาร” วัดเขาวัง อ.เมือง จ.ราชบุรี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งราชบุรี ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก

วัตถุมงคลเป็นหนึ่งในตำนานพระเครื่องเมืองราชบุรี ที่มีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก”

สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2507 ที่ระลึกงานทำบุญอายุครบ 80 ปี โดยนายสมศักดิ์ นาคสุข เป็นผู้สร้างถวาย

เป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่สร้างไว้ มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงรมดำเพียงเนื้อเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้ แต่จากจำนวนที่พบเห็นหมุนเวียนอยู่ ทำให้ทราบได้ว่าสร้างในจำนวนที่น้อยมาก ประมาณ 1,000 เหรียญ

ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ปั๊ม มีหูในตัว ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “พระครูพรหมสมาจาร”

ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ใต้ยันต์เขียนคำว่า “วัดเขาวัง ราชบุรี”

ด้วยพุทธคุณโดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยมและค้าขาย จึงทำให้มักไปอยู่ในครอบครองของบรรดาเจ้าสัวต่างๆ เสียเป็นส่วนมาก

จัดเป็นเหรียญหายากของจังหวัดราชบุรีอีกเหรียญเลยทีเดียว

 

มีนามเดิมว่าสาลี นามสกุลสุวรรณรังษี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2426 ที่บ้านเกาะปม อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี บิดาชื่อนายดำ สุวรรณรังษี มีอาชีพเป็นนายอากรและทำนาทำสวน มารดาชื่อนางวัณณา สุวรรณรังษี มีพี่-น้องรวมกัน 7 คน ท่านเป็นคนที่ 6

เมื่อเยาว์วัยได้เรียนหนังสือกับบิดาที่บ้าน จนพออ่านออกเขียนหนังสือไทยได้ จึงนำไปฝากให้เรียนหนังสือต่อที่สำนักสงฆ์ใกล้บ้าน

พ.ศ.2446 มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2446 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีพระครูอุทานธรรมนิเทศ (สุข) วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูอุทิศธรรมวินัย (สือ) วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดเสือ วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อยู่จำพรรษาที่วัดหนองขุนชาติ อยู่จนถึงพรรษาที่ 8 พระอุปัชฌาย์เห็นว่าการศึกษาภาษาบาลีเป็นที่แข็งแรงแล้ว จึงพามาฝากให้อยู่ที่สำนักเรียนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นผู้ดูแล

ต่อมามีเหตุให้ท่านต้องกลับไปยังเมืองอุทัยธานี ด้วยอาการป่วยของโยมบิดา-มารดา จนเมื่อทั้งสองถึงแก่กรรมแล้ว จึงมีเหตุทำให้ท่านต้องลาสิกขา เพื่อมาดูแลเรือกสวนไร่นาและทรัพย์สมบัติของบุพการี

รวมเวลาที่ออกไปครองเพศคฤหัสถ์อยู่ได้ 11 เดือน

 

พ.ศ.2460 ครั้นเมื่อปลดเปลื้องจัดแจงเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ไปปรึกษากับพระอุปัชฌาย์รูปเดิม ขออุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2460 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

มีพระครูอุทานธรรมนิเทศเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุทิศธรรมวินัย วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์จำรัส วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ธัมมสโร”

ไม่นานก็กราบลาพระอุปัชฌาย์ออกจาริกแสวงหาที่วิเวก (แบบพระธุดงค์) พบสถานที่แห่งใดเป็นสัปปายะ ก็พักทำการเพียรเจริญกัมมัฏฐานอยู่ในสถานที่นั้นๆ จนใกล้จะถึงฤดูกาลเข้าพรรษา จึงจะกลับมาอยู่ในสำนักที่มีปฏิปทาข้อปฏิบัติเคร่งครัดเท่านั้น

ทำอยู่อย่างนี้เสมอๆ จนในพรรษาที่ 8 พ.ศ.2467 จึงได้จาริกมาถึงจังหวัดราชบุรี กับพระฉายและอุบาสกทองย้อย โดยพักที่เขาวัง ซึ่งเป็นพระราชวังร้างอยู่ในตอนนั้น เมื่อชาวบ้านได้ข่าวก็พากันมาทำบุญและฟังธรรมกันมาก

จนชาวบ้านอ้อนวอนนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาเสียที่เขาวังนี้ โดยมีข้อเสนอว่าจะพากันทำหนังสือขอพระราชทานเขาวังให้เป็นวัด ท่านจึงตกลงใจรับภาระร่วมกับชาวราชบุรีที่จะสร้างวัดขึ้นบนเขาวังนับแต่บัดนั้น

 

ปี พ.ศ.2472 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดกล้าฯ พระราชทานอุทิศเขาวังให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ และในปีเดียวกันนั้น เจ้าคณะแขวงเมืองราชบุรีได้มีประกาศแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส

จนลุถึง พ.ศ.2477 ถาวรวัตถุที่เป็นหลักใหญ่ของวัดก็นับได้ว่ามีสมบูรณ์แล้ว แต่ด้วยความเป็นพระกัมมัฏฐานที่มุ่งมาดปรารถนาที่จะบำเพ็ญสมณธรรม ถือสมาทานธุดงควัตรอยู่ตลอด และนับตั้งแต่ปีนั้นจึงออกธุดงค์จาริกไปยังท้องถิ่นต่างๆ โดยทั่วไป แล้วจะกลับมาจำพรรษาที่วัดเขาวังสลับกันไปต่อเนื่องเรื่อยมา

จนถึง พ.ศ.2508 มีอาการอาพาธ จึงได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี และถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2508 ด้วยอาการอันสงบ

สิริอายุ 82 ปี พรรษา 61

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...