โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มุขตลกของ AI ที่ไม่ทำให้ใครขำ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 13.57 น.

ตอนที่ฉันได้ลองใช้ผู้ช่วยส่วนตัวเก่งๆ อย่าง Amazon Alexa เป็นครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน นอกจากการพูดคุยเพื่อถามข้อมูลหรือสั่งให้จัดการภารกิจนั่นนี่ให้แล้ว อีกอย่างที่มักจะทำก็คือการเล่นเกมกับ Alexa และขอให้ Alexa เล่าเรื่องตลกให้ฟัง

ผู้ช่วยส่วนตัวในดีไวซ์ไม่ว่าจะเป็น Alexa, Google Assistant หรือ Siri ต่างก็มีคลังมุขตลกที่หยิบมาจี้เส้นผู้ใช้งานได้เรื่อยๆ โดยเป็นข้อมูลที่ได้รับการป้อนเอาไว้แล้ว ผู้ใช้งานจะขอให้เล่ามุขตลกโดยทั่วๆ ไปก็ได้ หรือจะลงรายละเอียดให้เล่าเรื่องขำขันในหัวข้อที่อยากได้เป็นเรื่องๆ ไปก็ได้ เช่น ให้เล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส หรือให้เล่าเรื่องตลกแบบเป็นกลอนคล้องจอง

มาถึงยุค Generative AI ความสามารถในการเล่าเรื่องตลกก็ได้รับการพัฒนาให้เก่งกาจขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ใช่แค่หยิบมุขตลกที่ได้รับการป้อนข้อมูลไว้แล้วมาท่องซ้ำให้เราฟัง

แต่มันสามารถสร้างมุขตลกใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

ปกติแล้วศิลปะการเล่าเรื่องตลกถือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะที่เชื่อกันว่ามีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้น เมื่อ AI เก่งกาจขึ้น นี่จึงกลายเป็นภารกิจที่ท้าทายว่า AI จะสามารถเล่าเรื่องตลกให้มนุษย์ฟังแล้วรู้สึกตลกได้หรือไม่

Gen AI มีความสามารถในด้านการเขียน ผู้คนทั่วโลกต่างก็ได้ลองใช้ Gen AI มาช่วยเขียนงานในสาขาอาชีพของตัวเองกันมาหมดแล้วซึ่งก็รวมถึงอาชีพนักแสดงตลกด้วย นำมาซึ่งคำถามว่า Gen AI สามารถช่วยเขียนนักแสดงตลกเขียนสคริปต์การแสดงตลกได้ดีมากน้อยแค่ไหน

และในที่สุดก็มีคนลงมือทำการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาคำตอบจริงๆ

ทีมนักวิจัยของ Google DeepMind ที่นำโดย Piotr Mirowski ซึ่งมีงานอดิเรกเป็นนักแสดงตลกด้วยได้ลองศึกษาประสบการณ์ของนักแสดงตลกมืออาชีพกว่ายี่สิบคนที่ใช้ AI มาช่วยเขียนงานพื่อดูว่ามันมีประสิทธิภาพในการช่วยเขียนบทตลกได้แค่ไหน

สิ่งที่ทีมนี้ค้นพบก็คือไม่ว่าจะเป็นโมเดล AI ของ OpenAI หรือของ Google เองนับว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยทำงานพื้นฐานบางอย่างให้กับนักแสดงตลกได้ อย่างเช่น การช่วยวางโครงบทหรือการช่วยเขียนร่างต้นฉบับให้แบบหยาบๆ เป็นร่างแรก ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสิ่งที่ AI ช่วยทำได้ดี

สิ่งที่ AI ทำได้อย่างยากลำบากคือการสร้างมุขตลกที่มีความเป็นต้นฉบับของตัวเอง กระตุ้นให้เกิดความคิด และเรียกเสียงหัวเราะ

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันไม่สามารถเขียนมุขตลกให้ออกมาตลกได้นั่นแหละ

นักแสดงตลกที่เข้าร่วมในการวิจัยครั้งนี้บอกว่าสิ่งที่ AI ทำได้ดีมากๆ คือการช่วย ‘เริ่มต้น’ การเขียนบทให้ แม้จะออกมาเป็นร่างที่หยาบสุดสุด ราวกับสำรอกออกมา แต่อย่างน้อยๆ AI ก็ช่วยแก้ปัญหาหน้ากระดาษว่างเปล่าที่ไม่รู้จะเริ่มเขียนอะไรเป็นตัวแรก

พอมีร่างหยาบขึ้นมาเป็นโครงให้แล้ว การจะหยิบมาเขียนและแต่งเติมต่อก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าการต้องเริ่มตั้งแต่ศูนย์

ถ้าลองให้ AI เขียนมุขตลกให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ปัญหาที่พบก็คือมุขที่ได้จะออกมาเรียบๆ แกนๆ ไม่มีความเป็นเอกลักษณ์ มุขตลกออกมาแบบธรรมดาทั่วไปเสียจนติดไปทางน่าเบื่อเลยด้วยซ้ำ

Technology Review บอกว่านักแสดงตลกบางคนเปรียบเปรยให้ฟังว่ามุขตลกที่ AI เขียนออกมาคล้ายๆ กับมุขตลกจากยุคห้าศูนย์แบบไม่มีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติมาปนด้วย และไม่ว่าจะพยายามเขียนพรอมพ์หรือคำสั่งให้ออกมาดีแค่ไหน

มุขที่ได้ก็ยังจืดสนิทอยู่ดี

การที่ AI เขียนมุขตลกออกมาได้ไร้รสชาติก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจขนาดนั้น เพราะก็ต้องไม่ลืมว่าเจ้าของค่าย AI อย่าง Google หรือ OpenAI ล้วนแล้วแต่ขีดกรอบขึ้นมาคลุมรอบโมเดลไม่ให้มันสร้างเนื้อหาที่มีความสุ่มเสี่ยงออกมา

อย่างเช่น เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งหากจะพูดกันตรงๆ แล้วบทตลกที่ทำให้เราขำได้ทุกวันนี้ล้วนมีส่วนผสมของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ปะปนอยู่ในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันออกไปทั้งสิ้น

ถ้ามุขตลกถูกเขียนออกมาในสไตล์แบบ ‘ปลอดภัยไว้ก่อน’ มันก็จะไม่สามารถไปท้าทายความคิดหรือความเชื่อของผู้ฟังได้ จึงไม่น่าประหลาดใจที่มุขจะออกมาแบนเรียบ

อีกปัญหาหนึ่งที่นักแสดงตลกที่ใช้ AI ต้องเจอก็คือการเขียนเรื่องตลกที่สะท้อนมุมมองของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น อันเนื่องมาจาก AI ไม่ได้ถูกเทรนมาด้วยชุดข้อมูลที่มีความหลากหลายมากพอ

ตัวอย่างเช่น นักแสดงตลกที่เป็นผู้หญิงเชื้อชาติเอเชียจะไม่สามารถใช้ Gen AI ช่วยเขียนมุขตลกจากประสบการณ์ของตัวเองได้ เพราะฐานข้อมูลที่ AI มีนั้นส่วนใหญ่มาจากข้อมูลของมุมมองจากผู้ชายผิวขาวมากที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการเขียนมุขตลกที่ดีจะต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกประหลาดใจ ซึ่งโมเดล AI ยังไม่มีความสามารถในการทำเช่นนั้นเพราะมันถูกออกแบบมาให้สร้างไปทีละคำๆ

ข้อสรุปในตอนนี้คือ Gen AI สามารถช่วยเขียนโครงเรื่องของบทแสดงตลกให้ได้บ้างในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีความคิดสร้างสรรค์มากพอที่จะสร้างมุขตลกที่มีคุณค่าได้

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เราไปถึงวันที่ Gen AI เชี่ยวชาญในการคิดมุขมากกว่านี้ และนักแสดงตลกหันมาใช้ AI เขียนบทกันให้มากขึ้น สิ่งที่อาจจะตามมาก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจที่ลดน้อยถอยลง

นักแสดงตลกบางคนบอกว่าถึงแม้พวกเขาจะรู้สึกว่าการใช้ AI มาช่วยเขียนก็สนุกดี แต่งานที่ได้ออกมากลับไม่สร้างความภาคภูมิใจให้

ในขณะที่นักแสดงตลกบางคนก็เลือกหยิบ AI มาใช้งานในบริบทอื่นๆ อย่างเช่น Colleen Lavin หนึ่งในนักแสดงตลกที่เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ด้วย เธอใช้ AI เพื่อช่วยเก็บข้อมูลปริมาณเสียงหัวเราะของผู้ชมในแต่ละจังหวะเพื่อนำมาปรับปรุงงานให้ดีขึ้น แต่จะไม่ยอมใช้ AI มาเขียนมุขตลกแทนให้ ด้วยเหตุผลว่าการเขียนบทเพื่อขึ้นแสดงเป็นสิ่งที่ทำให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่สนุก แล้วทำไมเราถึงจะต้องเอางานสนุกๆ ไปโยนให้แมชชีนทำด้วยล่ะ

คุณผู้อ่านคนไหนอยากลองวัดระดับความเส้นตื้นของตัวเองก็ลองให้ AI เขียนมุขตลกให้อ่านแล้วให้คะแนนความขำว่ามันทำได้กี่คะแนน แต่สิ่งที่ Colleen พูดทำให้ฉันนึกถึงทวีตขำๆ อันหนึ่งที่บอกว่า

“รู้ไหมว่าปัญหาของการพัฒนาให้ทุกอย่างเป็น AI ตอนนี้คืออะไร? ปัญหาคือมันผิดทางไง ฉันอยากให้ AI มาช่วยซักผ้ากับล้างจานให้ เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาไปทำงานศิลปะหรืองานเขียน ไม่ใช่ให้ AI มาทำงานศิลปะกับงานเขียนแทนฉัน เพื่อที่ฉันจะได้ไปซักผ้าล้างจานเสียหน่อย”

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มุขตลกของ AI ที่ไม่ทำให้ใครขำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...