โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรรพสามิต เล็งเทียบภาษีน้ำมันเป็น Carbon Tax

AEC10NEWs

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 04.37 น. • AEC10NEWS

เอกนิติ ลุย Carbon Tax เล็งเปลี่ยนการเก็บภาษีน้ำมันจากอัตราภาษี เป็น การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เพื่อรองรับ CBAM มาตรการกีกกันทางการค้าตัวใหม่ของยุโรป

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า นับจากนี้ ไปกรมฯ จะพยายามผลักดันการจัดเก็บภาษีให้เข้าสู่ระบบสากลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนานาประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป หรืออียู ในปีหน้า จะเริ่มใช้ CBAM หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ดังนั้น นโยบายของกระทรวงการคลังคือ ต้องการให้กรมสรรพสามิตเป็นหัวหอกนำด้านสีเขียว

“ตอนนี้ เรากำลังเปลี่ยนการจัดเก็บภาษี จากเดิมตามปริมาณ หรืออัตราภาษี มาเป็น Carbon Tax หรือ ภาษีคาร์บอน” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวและกล่าวว่า

การเก็บภาษีคาร์บอนของเมืองไทย จะเริ่มจากภาษีน้ำมัน ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งการเก็บภาษีคาร์บอนจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำมัน เพราะอัตราภาษีที่เก็บอยู่ในปัจจุบันเมื่อถูกแปลงเป็น Carbon Tax แล้ว จะไม่มีผล กระทบต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีคาร์บอนจะเชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.โลกร้อน ที่กำลังจะออกมาในปี2568 โดยจะเก็บภาษีจากต้นน้ำ ยกตัวอย่าง ภาษีรถยนต์ ในอดีต เราจัดเก็บตามกระบอกสูบ หรือขนาดของเครื่องยนต์ (ซีซี.)

แต่ขณะนี้ ได้เปลี่ยนเป็นรถยนต์ ที่ปล่อยคาร์บอนเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร เสียอัตราภาษี 35% แต่หากต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษี 25% อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าว

ในกรณีนี้ เช่นเดียวกันกับการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ในระยะแรกที่เริ่มจากน้ำมันก่อนนั้น เพราะกรมสามารถดำเนินการได้เลยทันทีโดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่ เพียงแปลงการจัดเก็บภาษีน้ำมันต่อลิตร เป็นภาษีต่อการปล่อยคาร์บอน ซึ่งปัจจุบัน การเก็บภาษีน้ำมันคิดสัดส่วนตามลิตร เช่น ดีเซล เก็บภาษี 6.44 บาทต่อลิตร โดยน้ำมัน 1 ลิตร ปล่อยคาร์บอน 0.0026 ตันคาร์บอนก็จะจัดเก็บภาษีในอัตรา 200 บาทต่อตันคาร์บอนหรือเฉลี่ย 1 ลิตร เก็บ 46 สตางค์ ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ที่มีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ภาษีคาร์บอนจะทำให้เราเติมน้ำมันแล้ว รู้เลยว่าปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่ โดยข้อกำหนด ของ CBAM หากส่งออกสินค้าไป เช่น โรงเหล็กไทยที่ซื้อน้ำมันดีเซลมาหล่อหลอมเหล็ก ก็จะมีภาษีคาร์ บอนอยู่ในน้ำมันดีเซล ซึ่งทางสหภาพยุโรปก็จะรู้ว่า เราผลิตคาร์บอนออกมาเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้”

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากรมได้สนับสนุนมาตรการส่งเสริมรถยนต์อีวี ซึ่งช่วยทำให้คนเปลี่ยนมาใช้รถอีวีมากยิ่งขึ้น โดยปี 2567 ที่ผ่านมา ยอดการใช้รถอีวีโต 685% ส่วนนี้ทำให้ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บรถอีวีลดลง เพราะภาษีสรรพสามิตจากเดิมจัดเก็บ 8% ตอนนี้ลดเหลือ 2%

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้ช่วยลดคาร์บอนได้แล้วกว่า 240,000 ตันคาร์บอน และยังแลกเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการเข้ามาตั้งโรงงานการในประเทศไทย เพื่อผลิตรถอีวีชดเชยตามเงื่อนไขมาตรการ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์อีวีเข้าร่วมมาตรการดังกล่าวกว่า 22 บริษัท ช่วยให้มีเม็ดเงินลงทุนในประเทศไทยกว่า 80,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน กรมยังได้ศึกษาการจัดเก็บภาษีแบตเตอรี่ ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีแบตเตอรี่อยู่ที่อัตรา 8% เท่ากันทั้งหมด เช่น แบตเตอรี่รถยนต์โบราณ ไฟฉาย พาว์เวอร์แบงก์ เป็นต้น ฉะนั้น สิ่งที่กรมจะเดินหน้า คือ จะต้องทำให้เกิดความแตกต่าง และมีหากคำนึงถึงเรื่องรีไซเคิล กรมฯ ก็จะลดอัตราภาษีลง เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

หมายเหตุ : CBAM หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภทเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาใน EU ในสินค้า 5 กลุ่มแรก ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการรั่วไหลของคาร์บอนสูง ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า ซีเมนต์ กระแสไฟฟ้า ปุ๋ย และอลูมิเนียม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมสรรพสามิตลุยจับบุหรี่เถื่อน 8 เดือน สั่งปรับทะลุ 250 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...