โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน-โรงแรม เริ่มเหนื่อย จีนเข้ามาน้อยกว่าคาด หวัง “เราเที่ยวด้วยกัน” ช่วย

Thairath Money

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 06.19 น.
ภาพไฮไลต์

การท่องเที่ยวเมืองไทยอาจต้องหันกลับมาจับตาอีกครั้ง แม้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงต้นปีถึงเดือน มี.ค. จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 8.89 ล้านคน เติบโตได้ดี แต่เห็นสัญญาณตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหลักเริ่มหดตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งเกิดจากผลกระทบความไม่มั่นใจจากความปลอดภัยและปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น

โดยนักวิเคราะห์คาดหวังว่า มาตรการใหม่ของรัฐที่คาดว่าจะออกมา อย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” จะช่วยกระตุ้นอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวจีน หดตัวรุนแรง

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโตในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงวันที่ 1 มกราคม - 23 มีนาคม จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 8.89 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดย 5 อันดับแรกเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน 1.26 ล้านคน, มาเลเซีย 1.06 ล้านคน, รัสเซีย 0.67 ล้านคน, อินเดีย 0.50 ล้านคน และเกาหลีใต้ 0.428 ล้านคน

ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าวคิดเป็น 23.4% ของประมาณการเต็มปีของ KGI ที่ 38 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยไตรมาสที่ 1 มักจะเป็นไตรมาสที่การท่องเที่ยวของไทยแข็งแกร่ง แต่ในปีนี้มีปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา ซึ่งส่งผลกระทบกับอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนในเดือนกุมภาพันธ์ และฉุดให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงเป็นครั้งแรกถึง 44.9% เหลือเพียง 0.37 ล้านคน จากเดือน ม.ค. ที่ 0.66 ล้านคน

ทิศทางธุรกิจการขนส่งทางอากาศ (สนามบินและสายการบิน) จะเป็นกลุ่มหลักที่ได้รับผลดีจากฤดูท่องเที่ยวของไทย เพราะเป็นด่านหน้าสำหรับรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ดังนั้นเราจึงมองบวกกับแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นจากปีก่อน

เมื่อมองต่อไปข้างหน้า เรายังคงคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะอยู่ที่ 38 ล้านคนในปี 2568 และเพิ่มเป็น 41 ล้านคนในปี 2569 โดยจะได้แรงสนับสนุนจาก

  • นักท่องเที่ยวที่กระจายตัวมากขึ้น
  • นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
  • จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มีโอกาสจะฟื้นตัวขึ้น
  • ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในแง่จุดหมายการท่องเที่ยว

กลุ่มสายการบิน สนามบิน ยังเด่น

เมื่อพิจารณาแนวโน้มไตรมาสที่ 1 เราคาดว่ากลุ่มนี้น่าจะยังได้โมเมนตัมบวกจากฤดูท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ซึ่งน่าจะทำให้ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว และจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน เราคาดว่า AAV และ AOT จะได้อานิสงส์จากประเด็นนี้ ซึ่งจะทำให้กำไรของทั้งผู้ประกอบการสนามบินและสายการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราคาดว่าผลประกอบการของ AAV จะได้แรงสนับสนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และค่าตั๋วเฉลี่ยที่สูงในไตรมาสแรก

ซึ่งน่าจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักแข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้ AOT ยังจะได้อานิสงส์จากธุรกิจการบินด้วย เพราะรายได้จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย และนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจการบินน่าจะทำให้ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบินดีขึ้นตามไปด้วย (รายได้จากค่าเช่า, ค่าบริการ และค่าสัมปทาน) ซึ่งมีสหสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินน่าจะถูกจำกัดด้วยการขอคืนพื้นที่เชิงพาณิชย์ในช่วงก่อนหน้านี้

มาตรการรัฐช่วยกระตุ้น

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า หุ้นในกลุ่มโรงแรมน่าจะได้รับผลดีหากรัฐออกมาตรการกระตุ้น โดยคาดว่าจะมีโครงการ “เที่ยวด้วยกัน 2568” ออกมา โดยรัฐจ่ายคนละครึ่งค่าที่พัก ค่าเครื่องบิน ร้านอาหาร ผ่านการลงทะเบียนคูปองดิจิทัล ตั้งเป้าเริ่มในช่วง Low Season ตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ย. 68 โดยมีแผนจะเสนอมาตรการนี้ให้ ครม. พิจารณาอนุมัติในเดือน มี.ค. 68

ทั้งนี้ เอเซีย พลัส มองบวกเพราะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะในช่วง Low Season ที่การเดินทางจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเชิงบวกจากปีก่อน โดยหากอิงตามสัดส่วนรายได้ กลุ่มที่มีรายได้จากในไทยสูง และมีโรงแรมในเมืองรอง จะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้มากกว่ากลุ่มอื่น

โดยเฉพาะสำหรับสัดส่วนรายได้ในไทย เรียงจากมากไปน้อย ดังนี้ ERW มีสัดส่วน 89%ของรายได้โรงแรมCENTEL มีสัดส่วน 73% ของรายได้โรงแรม MINT มีสัดส่วนโรงแรมไทยไม่เกิน 20% ของรายได้ (โดยสัดส่วนรายได้หลัก ๆ อยู่ใน EU ราว 50%)

ด้าน AOT จะรับประโยชน์จากการกระตุ้นท่องเที่ยวไทยน้อยกว่ากลุ่มโรงแรม เพราะค่าบริการผู้โดยสารขาออกในประเทศอยู่ที่ 130 บาทต่อคน ไม่สูงเท่าระหว่างประเทศที่ 730 บาทต่อคน

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน-โรงแรม เริ่มเหนื่อย จีนเข้ามาน้อยกว่าคาด หวัง “เราเที่ยวด้วยกัน” ช่วย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...