โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขึ้นภาษีไม่เว้นแม้แต่เกาะร้าง ทรัมป์เปิดสงครามการค้าทั่วโลก โลกตั้งคำถาม ทรัมป์ใช้ ‘เกณฑ์’ อะไรวัด

The Momentum

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 05.28 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (3 เมษายน 2025) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษี 185 ประเทศทั่วโลก กระทบจีน ยุโรป อาเซียน โดยเฉพาะไทย ไม่เว้นแต่เกาะร้าง ด้านออสเตรเลียตอบโต้ ชี้ไม่มีที่ไหนในโลก ‘ปลอดภัย’ จากนโยบายนี้อีกต่อไปแล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์เผยว่า โลกอาจเสี่ยงเผชิญเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง

สงครามการค้าขยายวงกว้างไปในทั่วโลก ทันทีที่ทรัมป์ประกาศแผนฉุกเฉินเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าอย่างน้อย 10% จาก 185 ทั่วโลก โดยมี 60 ประเทศในโลกอยู่ลิสต์ ‘ทำผิดร้ายแรง’ โดยใน 10 อันดับแรกประกอบด้วยประเทศดังต่อไปนี้

1. สหภาพยุโรป 20%

2. จีน 34%

3. ญี่ปุ่น 24%

4. เวียดนาม 46%

5. เกาหลีใต้ 26%

6. ไต้หวัน 32%

7. อินเดีย 27%

8. สวิตเซอร์แลนด์ 32%

9. ไทย 37%

10. มาเลเซีย 24%

ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า นี่คือการประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยภาษีนำเข้าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และป้องกันไม่ให้ชาติอื่นมาเอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯ เหมือนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า เขากำลังพิจารณาให้การเก็บภาษีครั้งนี้เป็นรายได้หลักของประเทศแทนภาษีเงินได้

“ถ้าพวกคุณต้องการให้ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ ก็มาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ

“งานและโรงงานทั้งหลายกำลังกลับเข้ามาในประเทศของเราอีกครั้ง แล้วคุณก็น่าจะเห็นปรากฏการณ์นี้แล้ว” ทรัมป์กล่าว

นอกเหนือจากข้อถกเถียงผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคการเงิน หลังดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สร่วง โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.61% ขณะที่ดัชนี S&P ร่วงราว 1.69% ไม่เว้นแต่ดัชนี Nasdaq ที่ทิ้งดิ่งราว 2.54% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า โลกอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อมากกว่า 2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจไม่สามารถจัดการได้

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณา เพราะนโยบายนำเข้าภาษีข้างต้น ยังมีผลต่อ ‘พื้นที่รกร้าง’ ในโลก คือเกาะเฮิร์ด (Heard) และหมู่เกาะแม็กโดนัลด์ (McDonald) ดินแดนของออสเตรเลียในมหาสมุทรอินเดีย ที่อยู่ระหว่างแอฟริกากับแอนตาร์กติกา ซึ่งไม่มีผู้อยู่อาศัยนานถึง 10 ปี และต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเรือจากเพิร์ท (Perth) เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์เต็ม

พื้นที่ในลิสต์ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังรวมถึงเกาะนอร์ฟอล์ก (Norfalk) ในแปซิฟิกทางตอนใต้ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ 2,188 คน ซึ่งเผชิญภาษีนำเข้า 29% และเกาะยานไมเอน (Jan Mayen) ในมหาสมุทรอาร์ติกของนอร์เวย์ที่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ

นั่นจึงทำให้ผู้นำโลกออกมาตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หลัง แอนโทนี แอลบานีส (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำว่า ไม่มีพื้นที่ไหนในโลกรอดพ้นจากสงครามการค้าครั้งนี้

“เกาะนอร์ฟอล์กเผชิญภาษีนำเข้า 29% ผมไม่แน่ใจว่า เกาะนอร์ฟอร์กเป็นคู่แข่งยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นี่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีพื้นที่ใดบนโลกนี้หนีจากสงครามการค้าได้พ้น” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว The Guardian เปิดเผยว่า ในปี 2023 เกาะนอร์ฟอล์กส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 6.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 22 ล้านบาท) คือรองเท้าหนังมูลค่า 4.1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่สหรัฐฯ เคยนำเข้าสินค้าจากเกาะเฮิร์ดและเกาะแม็กโดนัลด์มูลค่าราว 1.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.1 แสนบาท ) และ 5.1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 17 ล้านบาท) ตามลำดับ

แม้แคนาดาและเม็กซิโก ประเทศเพื่อนบ้านที่เผชิญกับสงครามการค้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงแรก จะไม่อยู่ในรายชื่อลิสต์ครั้งนี้ แต่สำนักข่าว New York Times ตั้งข้อสังเกต 2 ประเทศอาจหนีไม่พ้นจากนโยบายของทรัมป์ โดยอิงจากข้อตกลงที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ วางแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ซึ่งจะมีผลภายในคืนนี้ตามเวลาประเทศไทย

อ้างอิง

- https://www.bbc.com/news/articles/cm257z1y2q9o

- https://edition.cnn.com/business/live-news/tariffs-trump-news-04-02-25/index.html

- https://www.politico.com/news/2025/04/02/us-tariffs-around-the-world-030348

- https://www.reuters.com/markets/trump-tariffs-pile-stress-ailing-world-economy-2025-04-02/

- https://edition.cnn.com/2025/04/02/business/liberation-day-trump-tariffs/index.html

- https://www.reuters.com/world/us/trump-escalate-global-trade-tensions-with-new-reciprocal-tariffs-us-trading-2025-04-02/

- https://www.nytimes.com/2025/04/02/business/economy/trump-tariffs-chart.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...