โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ ไม่หวั่น Moody’s ปรับเครดิตประเทศ เผยฝันได้เลย Entertainment Complex สร้างรายได้แน่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 21.16 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 14.10 น.

นายกฯ ขอให้มั่นใจรัฐบาลพร้อมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยันไทยมีศักยภาพ แม้ Moody's ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็น Negative เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทย เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ พัฒนาบุคลากร พร้อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่จากต่างชาติ ย้ำ Entertainment Complex ไม่ใช่กาสิโน 100% หวังดึงดูดนักลงทุน สร้างงาน จัดอีเวนต์ระดับโลก

30 เม.ย. 2568นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ ในงานเสวนา ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ: Mission Thailand จัดโดย TNN โดยระบุว่า อยากสื่อสารให้ประชาชนได้มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจทั้งรอบโลกและในประเทศรัฐบาลได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและปัญหาอุปสรรคพร้อมทั้งมองหาโอกาสและแนวทางการแก้ไขปัญหา

“สิ่งที่สำคัญที่สุดเราจึงต้องคอยมอนิเตอร์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และประเทศต่าง ๆ ตอบสนองอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทำให้เศรษฐกิจเติบโตนั้นเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน และวันนี้ก็มีเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ไม่ใช่กระทบแค่ประเทศไทย แต่กระทบทั้งโลก อย่างไรก็ตามจะใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่สร้างแนวทางการเจรจาต่อไป”

ส่วนกรณีที่ Moody’s ปรับลดมุมมองแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยเป็น Negative นายกรัฐมนตรี กล่วว่า ไม่ใช่เป็นการให้คะแนนแต่เป็นมุมมองซึ่งไม่ได้หมายความว่าไทยขาดความเชื่อมั่นโดยปัจจัยในการวัดมีเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นกับทั่วโลกและหลายประเทศ ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการลดความน่าเชื่อถือของประเทศต่างๆ เช่นกัมพูชา จอร์เจียร

“ยืนยันว่าทางกระทรวงการคลังและรัฐบาลเองก็เฝ้าดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ว่าในมุมที่ Moody’s เป็นห่วงนั้นคืออะไร สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนคือ ในปี 2008 ประเทศไทยเคยถูกปรับลงไปเป็น Negative ซึ่งเราก็สามารถปรับขึ้นมาใหม่ได้ แสดงให้เห็นว่าเราก็ยังมีศักยภาพในการเติบโต อย่างไรก็ตามต้องมองเรื่องของภาระหนี้ รวมไปถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปได้ยากขึ้นหรือไม่ เราต้องไม่ทำให้เขากังวล เตรียมการทางเศรษฐกิจให้ผ่านมรสุมไปให้ได้”

ขณะเดียวกันต้องมองอนาคต มุ่งการหาเงินเข้าประเทศที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมในอนาคตที่ลงทุนไปทั้ง Data Center หรือ semi connector ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้ที่เข้ามาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนและเติบโต

“ต้องทำให้มั่นใจว่าการที่ GDP เติบโตขึ้น 3-4% อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าปีนี้หายไป ปีหน้าขึ้นมา ต้องดูที่ความเติบโตอย่างต่อเนื่อง ต้องทำให้เต็มที่”

นอกจากนี้สิ่งที่ต้องทำต่อ คือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ เมื่อสนับสนุนการลงทุนใหม่ๆบริษัทต่างชาติก็ต้องมาจดทะเบียนการลงทุน ก็จะเกิดการลงทุนที่เข้ามา และเกิดการชักชวนให้นักลงทุนรายอื่นๆเข้ามาเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะที่ภาครัฐก็ต้องเร่งเรื่องของการลงทุน ซึ่งถือว่าเร่งการลงทุนตลอดปี 2567 มากที่สุด ในรอบ 10 ปี ที่ 72% ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน

นอกจากนี้สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำเพิ่มเติมและสนับสนุนต่อคือการวิจัย และ การศึกษาให้มากยิ่งขึ้นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นทั้งในเรื่องการประมงภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรและ ข้อสุดท้ายที่ต้องทำคือการพัฒนาศักยภาพของคนซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาได้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลมีมาตรการทางระยะสั้น กลาง และยาว เช่น ในระยะสั้นรัฐบาลก็มีมาตรการปลดล็อคหนี้สินรถกระบะ ซึ่งมาตรการระยะสั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันจีดีพีประเทศไทยให้สูงขึ้น รวมถึงการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยเพื่อสร้างโอกาสในการทำมาหากิน ถือเป็นการต่อลมหายใจให้ธุรกิจรายเล็กสามารถดำรงอยู่ต่อได้

ในขณะที่มาตรการระยะกลาง และยาว เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่ต้องการเชื่อมโยงประเทศไทยกับโลกเข้าหากัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะสามารถต่อยอดให้กับภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว และในอีกหลาย ๆ ด้าน เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟรถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ รวมถึงโครงการแลนด์บริจด์

นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลได้เพิ่มวีซาฟรี ที่ให้นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยได้นานมากขึ้น รวมถึงร่วมกับอาเซียนทำโปรแรกม Six Countries one destinations หรือหนึ่งจุดหมายปลายทางที่สามารถนำวีซาเข้าประเทศในอาเซียนได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การผลักดัน Entertainment Complex หรือ สถานบันเทิงครบวงจรว่า Entertainment Complex ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะกาสิโนมีไม่ถึง 10% ของพื้นที่

“ถามว่าถ้าสร้าง Entertainment Complex ประเทศไทยได้อะไรบ้าง อย่างแรกประเทศไทยไม่ได้เสียอะไรเพราะรัฐไม่ได้ลงทุน แต่เป็นเอกชนเข้ามาลงทุน ต่างชาติเข้ามาลงทุน รัฐบาลก็เก็บภาษีต่างชาติได้”

ส่วนที่มีความเห็นว่า Entertainment Complex ไม่จำเป็นต้องมีกาสิโน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากสร้างแค่สเตเดียมแล้วนำมาจัดคอนเสิร์ตต้องใช้เวลานานกว่าจะคุ้มทุนค่าก่อสร้างแต่การทำกาสิโนสามารถนำเงินส่วนนี้มารองรับค่าก่อสร้างได้

“เราสามารถฝันได้เลยว่าหาก Entertainment Complex เกิดขึ้นมันจะสร้างรายได้อย่างมากมายในประเทศไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานจ้างอาชีพใหม่ใหม่ที่เกิดขึ้นคนตกงานก็จะน้อยลง ที่สำคัญเราจะสามารถฝันได้ว่าที่เราเห็นที่เมืองนอกมันจะเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นการจัดงานคอนเสิร์ตที่มีศิลปินระดับโลกมาแสดงหรืออีเวนท์ต่างๆ”

ส่วนที่มีความเป็นห่วงในเรื่องของการพนัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีการออกกฎหมายที่จะรองรับเรื่องเหล่านี้ หากมีใครทำผิดกฎหมายนำเงินเข้ามาฟอกจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศตัวเองด้วย ขณะเดียวกันมีการกำหนดในเรื่องของทรัพย์สินบุคคลที่จะเข้าไปเล่นกาสิโน มีการตรวจสอบประวัติทั้งชาวต่างชาติและคนไทย

“ทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องของการลงทุนและภาพรวมของเศรษฐกิจที่รัฐบาลมองเห็น และทราบถึงปัญหาอุปสรรค ทั้งในและนอกประเทศที่เกิดขึ้น ยืนยันว่ามีการพูดคุยกันอย่างเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้สึกเป็นห่วง เรามีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการอยู่เสมอ เรามีการพยายามที่จะเจรจาต่อรองในประเทศทั้งของเราเองและจับกลุ่มในประเทศอาเซียนเพื่อให้การเจรจามีความเข้มแข็งและมีอำนาจในการต่อรองมากยิ่งขึ้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีทีมที่เก่งทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมมือกันเพื่อให้การเจรจาต่อรองเกิดผลมากที่สุดและกระทบกับประเทศไทยน้อยที่สุด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...