หมิว ลลิตา หายหน้าจากวงการ เจอวิกฤตชีวิต ผ่าตัด 2 ครั้ง เสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต หนักสุดถึงขั้นนอนติดเตียงขยับไม่ได้
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยไขข้อสงสัย! หลังนางเอกตลอดกาล หมิว ลลิตา หายหน้าจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่ ล่าสุด เจ้าตัว ออกมาเผยสาเหตุผ่านรายการ คุยแซ่บ show ว่าป่วยหนักต้องผ่าตัดถึง 2 ครั้ง เกือบทำให้เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต หนักสุดถึงขั้นนอนติดเตียง ครึ่งล่างชา “ใช่ค่ะ เริ่มแรกมันปวดขาข้างนึง เราจะนั่งได้แค่ 2 ชม.เป๊ะ หมิวต้องเอาขามาไว้ข้างบน หรือไม่ก็นอนราบ ไม่สามารถวางขาไว้อย่างนี้ได้ อยู่ด้วยยาแก้ปวดมาเป็นปี แล้วก็ไปหาหมอ ตอนแรกเจอแล้วแหละว่าเป็นหมอนรองกระดูก แล้วฉีดสเตรอยด์ตอนแรกก็ยังอยู่ แต่พอฉีดไปสัก 3 เดือน ทีนี้เอาไม่อยู่แล้ว ก็ MRI อีกทีนึง ปรากฏว่าหมอนรองกระดูกแตก L5 ทับเส้นประสาท ทีนี้มันมีทางเลือก คุณหมอบอกผ่าเล็ก ผ่าสมัยใหม่ผ่านกล้องนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็หาย
คุณหมอบอกว่า มันไม่สามารถบอกเป็นข้อ 1.-2.-3. ได้ แต่คุณหมอบอกอาจจะมีการกระแทก หกล้ม พี่เป็นคนบาลานซ์ไม่ค่อยดี ชอบหกล้ม ที่บ้านตรงนู้นเป็นบันไดไม้ พอลงมาขั้นสุดท้าย แล้วลงไปสนามมันอีกขั้นนึง แล้ววันนั้นหมิวก็ตกบันไดมันก็อาจจะไปกระแทกอีกทีมันเลยทำให้แตกแล้วไปทับเส้นประสาท แล้วในช่วงก่อสร้าง เวลาเขามีหิน ปูน ทราย ชอบมากไปช่วยเขา ดึงไม้ ทำนี่ เฟอร์นิเจอร์ขึ้นตกแต่ง คือใช้ร่างแบบไม่ได้คิดว่ามันจะกระทบกระเทือนโดยอายุ ก็ผ่าเลย พี่บอกว่าถ้าให้พี่อยู่อย่างนี้พี่อยู่ไม่ได้ ตอนนั้นนั่งอยู่ในรถ พอ 2 ชม.หนูต้องยกขาขึ้นมา สูง ซึ่งเราจะใช้ชีวิตอย่างนั้นก็ไม่ได้ แล้วตอนนั้นมีคนติดต่อให้เล่นละคร ในช่วงก่อนผ่า ก็มีคนมาติดต่อนี่แหละ ให้นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก 2 ชม. แล้วพี่เจ็บขา พี่ต้องลุกขึ้นเดิน
ไม่กลัวนะ แต่ครั้งที่2 เป็นอีกข้างนึงพอหลังจากผ่าครั่งแรก หาย ไม่เป็นอะไรเลย พอครั้งที่2 ปวดอีกข้างนึง ใช้กล้องเล็ก 3 วันออกจากโรงพยาบาล พักที่บ้าน 7 วันก็ทำงานได้แล้ว ก็ไปทำงานกับเพื่อน ครั้งที่ 2 มันไม่ได้เกี่ยวกับเราใช้ชีวิต มันเกี่ยวกับอะไรก็ไม่รู้ ผ่าตัดรอบเพราะซีสต์ มันเป็นซีสต์กดที่ก้นกบเส้นประสาท มีซีสต์อยู่ 4-5 เม็ด ตอนแรกหาสาเหตุไม่เจอ ทำ MRI มันไม่เห็นอะไรเลย มันไม่มีอะไรที่น่าเป็นไปได้ คุณหมอก็เลยทำอีกที สแกนมาถึงก้นกบข้างล่างเลย ปรากฏเจอซีสต์เกาะอยู่ ก็ต้องผ่าตัดแต่ต้องเสี่ยง มันคือผ่าตัดใหญ่ อาการนี่มันไม่ได้เป็นประจำ มันเป็น 1 ใน 100 มันไม่ใช่หมอนรองกระดูก ที่พี่เป็นมันไม่ค่อยมีใครเป็น
ตอนนั้นผ่าตัดก็กลัว แต่ยังไงก็ต้องผ่า เพราะพี่ใช้ชีวิตแบบเจ็บไม่ได้ มันเจ็บมาก คุณหมอบอกว่าไม่มีสาเหตุ ก็เหมือนคนเป็นซีสต์ตามที่ต่าง ๆ ตามร่างกาย แต่นี่มันเส้นประสาท เป็นผ่าตัดแบบโบราณ ก็คือผ่าตัดใหญ่ประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อจะเอาก้อนซีสต์ออกมา จำได้ ก่อนหลับมีคุณหมอเต็มห้องเลย ตอนเจ็บไม่เคยคิด แต่ตอนพักฟื้นคิด คือเราเชื่อใจคุณหมอท่านนี้มาก ครั้งนี้พี่ก็เชื่อใจคุณหมออยู่แล้วว่าคุณหมอสามารถทำได้ แต่ตอนพักฟื้น มันพักแบบไม่ได้คิดว่าเราจะขยับไม่ได้ เพราะมันกลางหลัง เราก็นอนหงายไม่ได้แล้วนะ แล้วขึ้น-ลง บันได ไม่ได้ ครึ่งล่างมันจะชา มันเหมือนไม่ค่อยมีความรู้สึก คือเข้าห้องน้ำไม่ได้ ใช้ชีวิตลำบาก ตอนนั้นถึงรู้สึกว่ามันจะกลับมาเป็นปกติไหม (นอนติดเตียงใช่ไหม?) ใช่ ดูหนังเป็น 100 เรื่องเลย ขับถ่ายก็ไม่สะดวก ต้องไปสวนที่โรงพยาบาล อยู่แบบนี้เป็นเดือน ใจเสียมาก ตอนนี้ก็ปกติ แต่ คุณหมอ บอกอย่าไปวิ่งเลย อย่าไปกระแทก คือมันสามารถเกิดขึ้นได้อีก เพราะหลังเรามันมีหลายข้อ อย่าไปกระแทก” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน