ไฟป่าในแอมะซอน ทำให้น้ำแข็งในทะเลละลายเร็วขึ้น เขม่าลอยมาไกลแล้วตกลงบนหิมะ
โลกทั้งโลกเชื่อมโยงกัน ‘ไฟป่าในแอมะซอนทำให้น้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลายเร็วขึ้น’ เขม่าที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ อาจทำให้ทะเลน้ำแข็งมีสีเข้มขึ้น ซึ่งส่งผลให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น
เป็นที่ทราบกันมานานแล้วเขม่าคาร์บอนสีดำที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นทำให้แผ่นน้ำแข็งในส่วนต่าง ๆ ของโลกละลายเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีใครบอกได้ว่าเขม่าที่เกิดจากไฟป่านั้นจะให้ผลเดียวกันหรือไม่
ดังนั้นทีมวิจัยกลุ่มหนึ่งจึงสนใจว่าป่าแอมะซอนที่ถูกเผานั้นส่งผลต่อการละลายของน้ำแข็งหรือไม่ ด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อทำดูว่าน้ำแข็งในทะเลแอนตาร์กติกามีการละลายเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในช่วงเวลาต่าง ๆ จากนั้นก็เชื่อมโยงกับเข้าปริมาณเขม่าควันในชั้นบรรยากาศของแต่ละวัน
ผลลัพธ์นั้นเป็นไปอย่างที่คาดไว้ เขม่าควันที่เดินทางมาไกลผ่านแม่น้ำละอองลอย (aerosol rivers) ซึ่งเป็นเส้นทางชั้นบรรยากาศที่ไหลเหมือนลำธารแต่ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่นั้น เดินทางไปถึงขั้วโลกใต้ และทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น
“หากอนุภาคเหล่านี้สามารถไปถึงแอนตาร์กติกาได้ พวกมันก็จะตกลงมาและทำให้หิมะมีสีเข้มขึ้น และหากหิมะมีสีเข้มขึ้น สิ่งที่จะเกิดต่อไปก็คือ หิมะจะเริ่มดูดซับความร้อน” Sudip Chakraborty นักวิจัยการสำรวจระยะไกล จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กล่าว
ข้อมูลดาวเทียมเผยให้เห็นว่าเข้มข้มของคาร์บอนสีดำในชั้นบรรยากาศ แสงแดดกับรังสีดวงอาทิตย์ที่เข้ามา และพารามิเตอร์อื่น ๆ ใน 2 ช่วงเวลาได้แก่เดือนสิงหาคม 2018 ถึงกุมภาพันธ์ 2019 และสิงหาคม 2019 ถึงกุมภาพันธ์ 2020 นั้นเชื่อมโยงกับน้ำแข็งที่ละลายมากขึ้นอย่างชัดเจน
เช่นเดียวกัน ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิลเผยว่า ภูมิภาคแอมะซอนในปี 2019 นั้นมีอัตราการทำลายป่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 โดยมีจุดไฟป่ามากกว่า 89,000 จุดซึ่งสูงกว่ายอดรวมของปีก่อนหน้ามากกว่า 20,000 จุด โดยมีสาเหตุหลักจากการตัดไม้ทำลายป่าและถางพื้นที่เพื่อการเกษตร
ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลแล้ว ไฟป่าในแอมะซอนกำลังทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลเวดเดลล์ที่มีการสูญเสียน้ำแข็งมากที่สุดในช่วงที่มีปริมาณเขม่าไหลอยู่บนชั้นบรรยากาศมากที่สุด เมื่อเทียบกับช่วงที่มีระดับต่ำสุด โดยเพิ่มขึ้นจาก 13,000 ตารางกิโลเมตรเป็น 33,000 ตารางกิโลเมตร
“การละลายของน้ำแข็งในทะเลไม่ได้ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น” Chakraborty กล่าว “แต่จะทำให้หน้าที่เหมือนเป็นผ้าห่มป้องกันน้ำแข็งบนบก ดังนั้นหากคุณเอาผ้าห่มนั้นออก น้ำแข็งบนบกจะละลายเร็วขึ้น และนั่นจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นด้วย”
ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ให้ความเห็นว่าต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นเป็นหลายปี รวมถึงมีการวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อยืนยันผลที่เกิดขึ้น เพราะน้ำแข็งในทะเลตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง
ที่มา
https://www.cambridge.org/…/721023ECD4898FE545C07CC904A…
https://www.sciencenews.org/…/antarctica-sea-ice-loss…
Photo: John Sonntag/NASA