พ่อใหญ่เอาอีกแล้ว! "ทรัมป์" เปลี่ยนกฎสิทธิมนุษยชนสหรัฐฯ หันหลังให้ความหลากหลาย
พ่อใหญ่เอาอีกแล้ว! "ทรัมป์" เปลี่ยนกฎสิทธิมนุษยชนสหรัฐฯ หันหลังให้ความหลากหลาย หยุดแก้ปัญหาความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ เน้นปกป้องศาสนาคริสต์
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนนโยบายสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ โดยละทิ้งแนวคิดความหลากหลายและความเท่าเทียม (Diversity, Equity, Inclusion หรือ DEI) ที่เป็นหัวใจของกฎหมายสิทธิมนุษยชนมากว่า 60 ปี แทนที่ด้วยการเน้นปกป้องศาสนาคริสต์และต่อต้าน "อุดมการณ์ตื่นรู้" (Woke ideology) ซึ่งหมายถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและเพศ
การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกนักประวัติศาสตร์มองว่าเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟื้นฟู (Reconstruction) หลังสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ
ด้านนโยบายผู้อพยพ รัฐบาลทรัมป์เกือบหยุดรับผู้ลี้ภัยทั้งหมด แต่กลับเปิดรับชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวที่อ้างว่าถูกเลือกปฏิบัติในประเทศของตน นโยบายนี้ถูกวิจารณ์ว่าแสดงถึงการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติอย่างชัดเจน ถือเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ที่สุดด้านสิทธิมนุษยชนนับตั้งแต่อเมริกาในยุคฟื้นฟู
ขณะที่รัฐบาลหยุดแก้ไขความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ ทรัมป์กลับเน้นปกป้องศาสนาคริสต์อย่างมาก โดยตั้งคณะทำงานนำโดย แพม บอนดี อัยการสูงสุด เพื่อกำจัด "อคติต่อคริสเตียนไ ในหน่วยงานรัฐ คณะทำงานนี้เริ่มประชุมเมื่อสัปดาห์นี้ ที่ศาลสูงสุด ซึ่งมีผู้พิพากษาคาทอลิกเป็นส่วนใหญ่ กำลังพิจารณาคดีเกี่ยวกับการแยกศาสนาจากรัฐ โดยถกว่างบภาษีควรใช้สนับสนุนโรงเรียนคาทอลิกในโอกลาโฮมาได้หรือไม่ ผู้พิพากษาอนุรักษนิยมดูเหมือนสนับสนุนแนวคิดนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนหลักการแยกศาสนาจากรัฐที่ยึดถือมานาน