โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

6 กรณีศึกษา แบงก์กับเหยื่อโจรออนไลน์ในสิงคโปร์

Thairath Money

อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 12.13 น.
ภาพไฮไลต์

ร่างปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2568 ที่ผ่านมา กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานกฤษฎีกา ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นลำดับต่อไป

นอกเหนือจากการระดมปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนบริเวณตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวจะช่วยปกป้องเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ได้เท่าทันและมีประสิทธิภาพขึ้น ครอบคลุม 3 สาระสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่

1. การควบคุมดูแลไม่ให้มีการโอนเงินที่ได้จากการหลอกออนไลน์ไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะทำให้การติดตามคืนเป็นไปได้ยาก การหยุดยั้งนี้จะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอายัดเงินในบัญชีธนาคารได้มากขึ้น

2. การสร้างระบบการคืนเงินที่ค้างอยู่ในบัญชีธนาคารที่ยึดไว้หรือที่ระงับการโอนไว้โดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะทำให้คืนเงินให้ผู้เสียหายได้เร็วขึ้น

3. การร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเหยื่อของธนาคาร ค่ายมือถือ และสื่อโซเชียลมีเดีย หากพบกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ยกระดับความระมัดระวังและความร่วมมือในการป้องกันตามมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพที่ดีพอ

ร่างแก้ไขพ.ร.ก.ดังกล่าวมีต้นแบบมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดกรอบความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Framework หรือ SRF) ระหว่างสถาบันการเงิน ค่ายมือถือ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นต่อความเสียหายของเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดำเนินการโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore - MAS) และสำนักงานพัฒนาการสื่อสารข้อมูล (Infocomm Media Development Authority - IMDA) บังคับใช้อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

จากการศึกษากรอบความรับผิดชอบร่วม SRF ของสิงคโปร์ ผ่าน 6 กรณีศึกษาของ พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พบว่า หากผู้ใช้งานให้ข้อมูลเองหรือทำธุรกรรมโดยสมัครใจ ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง 100% ยกเว้นในกรณีที่ผู้ประกอบการล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ไม่แจ้งเตือน ผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายบางส่วนหรือทั้งหมด

กรณีศึกษาที่ 1 หลอกให้ลงทุน (Investment Scam) เคสผู้ใช้งานเห็นโฆษณาลงทุนบนเฟซบุ๊ก (Facebook) และทำการโอนเงิน 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้กับนักต้มตุ๋นที่อ้างว่าเป็นบริษัทลงทุนผ่านคำแนะนำการทำธุรกรรม SFR ประเมินไม่เข้าเกณฑ์ เพราะเป็นการทำธุรกรรมด้วยความสมัครใจ เหยื่อรับผิดชอบความเสียหาย 100%

กรณีศึกษาที่ 2 Phishing Scam (ให้ข้อมูลบัญชีทางวาจา) เคสผู้ใช้ถูกหลอกให้บอกรหัสบัญชีและ OTP ผ่านโทรศัพท์ โดยนักต้มตุ๋นอ้างเป็นตำรวจ ทรัพย์สินถูกถอนออกไป 8,000 ดอลลาร์ SRF ประเมินไม่เข้าเกณฑ์ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เหยื่อรับผิดชอบความเสียหาย 100%

กรณีศึกษาที่ 3 Phishing Scam (ลิงก์จากผู้ขายต่างชาติ) เคสผู้ใช้คลิกลิงก์จากข้อความ WhatsApp เพื่อติดต่อผู้ขายเฟอร์นิเจอร์ปลอม และถูกขโมยข้อมูลทำธุรกรรม 10,000 ดอลลาร์ SRF ประเมินไม่เข้าเกณฑ์ เพราะไม่มีการเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการในสิงคโปร์ เหยื่อรับผิดชอบความเสียหาย 100%

กรณีศึกษาที่ 4 Malware-Enabled Scam เคสผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามคำแนะนำของนักต้มตุ๋น ซึ่งทำให้มิจฉาชีพควบคุมมือถือและเข้าแอปธนาคารได้ โอนเงินออกไป SRF ประเมินไม่เข้าเกณฑ์ เพราะไม่ได้ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ปลอมที่ถูกแอบอ้าง เหยื่อรับผิดชอบความเสียหาย 100%

กรณีศึกษาที่ 5 Phishing Email (ผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย) เคสผู้ใช้คลิกลิงก์ในอีเมลฟิชชิ่ง ป้อนข้อมูลและ OTP ทำให้ถูกโอนเงินออกไป 6,000 ดอลลาร์ SRF ประเมินเข้าเกณฑ์ร่วมชดใช้ ดูว่าสถาบันการเงินปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่หรือไม่ เคสดังกล่าวผู้ใช้ตั้งเกณฑ์แจ้งเตือนธุรกรรมไว้สูงกว่า 1,500 ดอลลาร์ บทสรุปคือสถาบันการเงินไม่ผิด เหยื่อรับผิดชอบความเสียหาย 100%

กรณีศึกษาที่ 6 สถาบันการเงินไม่ส่งการแจ้งเตือน เคสผู้ใช้ถูกหลอกผ่าน WhatsApp โดยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ ทำให้เกิดการโอนเงินหลายครั้ง SRF ประเมินเข้าเกณฑ์ ดูว่าสถาบันการเงินทำผิดหรือไม่ เคสดังกล่าวสถาบันการเงินล้มเหลวในการส่งแจ้งเตือนธุรกรรม ทำให้สถาบันการเงินต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ($500 × 10 + $4,000 ดอลลาร์)

จาก 6 กรณีศึกษาในสิงคโปร์ พบว่าการร่วมรับผิดชอบของผู้ประกอบการมีเงื่อนไขให้พิจารณามากมาย เพราะ 5 ใน 6 เคสที่ยกมา คนสิงคโปร์ที่ตกเป็นเหยื่อต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง 100% ยกเว้นเคสสุดท้ายที่พิสูจน์ได้ว่าสถาบันการเงินทำงานล้มเหลว

เมื่อไม่อาจนิ่งนอนใจได้ว่า ในทุกกรณีของการถูกหลอกลวงทางเทคโนโลยี จะต้องมีหน่วยงานเข้ามาโอบอุ้ม ชดใช้ความเสียหายให้ แม้กฎหมายใหม่กำลังมีผลบังคับใช้ สิ่งที่ประชาชนคนไทยทำได้ คือการตั้งการ์ดให้สูงเช่นเดิม ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รอบคอบ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี" ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...