เกิดแล้วก็เกิดอีก? : ทำไมเรายังโดนล้วงในวันสงกรานต์ แกะมุมมองในเชิงจิตวิทยาว่า “ทำทำไม?”
ในตอนนี้เราจะพามาดูเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้น แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดครั้งแรก ในหลายๆ ครั้งเราก็มักจะได้ตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีต่อไป แต่ทำไมเรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นพร้อมๆ กับเทศกาลสงกรานต์อยู่ละ? ทำไมถึงทำกัน ในเชิงมุมมองจิตวิทยาก็พอมีคำตอบมาให้ได้ติดตามกันอยู่บ้าง
แต่… ใครกันแน่ที่ผิด “เหยื่อ” หรือ “คนทำ”?
> กรณีศึกษาฉาว: ตัวอย่างเหตุล่วงละเมิดช่วงสงกรานต์สีลม
เหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่เคยเกิดขึ้นจริงในเทศกาลสงกรานต์สีลมมีหลายกรณี ทั้งที่เป็นข่าวและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ อาทิ
- ปี 2559: หญิงสาวอายุ 18 ปีแจ้งความถูกชายวัยรุ่น “ล้วงอวัยวะเพศ” ขณะเดินเบียดอยู่ในฝูงชนหน้าศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ ฝ่ายการ์ดศูนย์การค้าช่วยจับตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาย อายุ 23 ปี ส่งตำรวจดำเนินคดี
- ปี 2561: “บี” (นามสมมติ) เหยื่อสาวรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์บนเวทีเสวนาว่า เธอสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำกับกางเกงขาสั้นคลุมเข่า ไปเล่นน้ำสงกรานต์ แล้วถูกกลุ่มชายหนุ่มไม่สวมเสื้อเข้ามาประแป้งก่อนฉวยโอกาสจับหน้าอกเธอ เธอตกใจผลักออกและรีบหนีมากับเพื่อนๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้หญิงคนอื่นที่ใส่ชุดเซ็กซี่กว่าเดินอยู่ข้างหน้า แต่กลับไม่โดนลวนลาม เท่ากับพิสูจน์ว่าการแต่งตัวไม่ใช่สาเหตุของการถูกคุกคาม
- ปี 2566: นักข่าวภาคสนามชายถูกกลุ่มชายฉวยโอกาสรุมจับเนื้อตัวระหว่างรายงานข่าว และถูกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เมาสุราเข้ามาเลียใบหูต่อหน้ากล้อง ผู้สื่อข่าวระบุว่าโชคดีที่ตนเป็นผู้ชาย แต่ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยหากอยู่ในสถานการณ์ลำพัง กรณีนี้สร้างกระแสให้หลายฝ่ายหันมาถามถึงความปลอดภัยของผู้ชายและชนกลุ่มน้อยทางเพศในเทศกาลที่คนพลุกพล่าน
- ปี 2567: ภาพถ่ายหญิงสาวจับหน้าอกชายหนุ่มกลางถนนสีลมวันสงกรานต์กลายเป็นไวรัล และจุดประเด็นวิพากษ์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย ผู้คนจำนวนมากตำหนิการกระทำของหญิงรายดังกล่าวว่าเข้าข่ายอนาจารไม่ต่างจากที่ผู้ชายทำกับผู้หญิง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามการลวนลามไม่เลือกว่าเหยื่อจะเป็นเพศใด
กรณีเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่สะท้อนให้เห็นภาพรวมของปัญหาว่าการถูกคุกคามทางเพศในสงกรานต์เกิดได้กับทุกคน โดยผู้ก่อเหตุมีทั้งคนไทยและต่างชาติ ทั้งชายและหญิง ทั้งชายแท้และคนข้ามเพศ ซึ่งต่างก็สมควรถูกประณามและลงโทษตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม
> ทำไมพฤติกรรมเหล่านี้ถึงเกิดขึ้น? (ในมุมมองเชิงจิตวิทยา)
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมวิเคราะห์ว่าแรงจูงใจและปัจจัยที่ทำให้บางคนก่อพฤติกรรมอนาจารในที่สาธารณะช่วงสงกรานต์ มีหลายมิติ เช่น ภาวะไร้ตัวตนในฝูงชน (deindividuation) จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ผู้คนมักรู้สึกว่าตนกลมกลืนไปกับฝูงชนและการกระทำใดๆ จะถูกมองไม่เห็นหรือติดตามได้ยาก ปัจจัยนี้ทำให้บางคนกล้าทำสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมมากขึ้น เพราะคิดว่าจะไม่ต้องรับผิด
อิทธิพลของกลุ่มและเพื่อนฝูง ซึ่งหลายกรณีผู้ก่อเหตุไม่ได้มาคนเดียว แต่มาเป็นกลุ่มเพื่อนที่ยุยงส่งเสริมกัน บางคนอาจทำไปเพื่อเอาหน้า โชว์ความกล้าหรือความเป็นลูกผู้ชายในสายตาเพื่อน เมื่อมีคนหนึ่งเริ่ม คนอื่นๆ ในกลุ่มก็อาจเข้าร่วมโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ เป็นลักษณะ “พลังฝูงชน” ที่ส่งเสริมพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความคึกคะนอง โดยช่วงสงกรานต์มักดื่มฉลองกัน การดื่มจนมึนเมาทำให้การคิดตัดสินใจแย่ลง ขาดความยั้งคิด หลายคนสารภาพภายหลังว่า ทำไปเพราะขาดสติจากฤทธิ์สุรา และเพราะบรรยากาศสนุกสุดเหวี่ยงรอบตัว ทำให้เผลอทำอะไรเกินเลยโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา
ทัศนคติและค่านิยมที่คลาดเคลื่อน ในสังคมที่ยังมีการเหมารวมบทบาททางเพศแบบเดิม บางคนอาจเชื่อว่า “ผู้ชายลวนลามผู้หญิงเป็นเรื่องปกติ” หรือ “แค่เล่นๆ สนุกๆ ไม่เห็นเป็นไร” รวมถึงอาจมองว่าผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่คือการเชิญชวน นอกจากนี้บางคนยังไม่เข้าใจเรื่องการยินยอม (consent) อย่างแท้จริง มองว่าสาดน้ำปะแป้งก็แตะเนื้อตัวกันได้เป็นธรรมดา ความคิดเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมคุกคามโดยผู้กระทำ ไม่รู้สึกผิดหรือไม่ตระหนักว่าตนกำลังละเมิดผู้อื่น
แรงกระตุ้นทางเพศที่ถูกกระตุ้น ในบางกรณี โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ก่อเหตุเป็นชายรักชายหรือคนข้ามเพศที่ลวนลามเพศชาย อาจเกี่ยวข้องกับแรงขับทางเพศที่ถูกปลดปล่อยในบรรยากาศเปิดกว้างของสงกรานต์สีรุ้ง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าบางคนอาจมีความตื่นเต้นจากการกระทำในที่สาธารณะ (Public Sexual Touching) เหมือนเป็นการแสดงออกทางเพศโดยหวังการตอบสนองจากฝูงชนหรือเหยื่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนที่ต้องได้รับการแก้ไขเช่นกัน
กล่าวโดยสรุป พฤติกรรมล่วงละเมิดในเทศกาลไม่ได้เกิดจากสิ่งยั่วยุภายนอกอย่างการแต่งกายของเหยื่อ แต่เกิดจากปัจจัยภายในของผู้กระทำเอง ทั้งด้านสภาพจิตใจที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ ค่านิยมผิดๆ ที่ซึมซับมา และอิทธิพลกระตุ้นต่างๆ รอบตัว
เทศกาลสงกรานต์ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความปลอดภัยสำหรับทุกคน การล่วงละเมิดทางเพศไม่ควรถูกมองข้ามหรือปล่อยให้กลายเป็น “สีสันที่ยอมรับได้” ของงานรื่นเริงอีกต่อไป ภาครัฐจำเป็นต้องจริงจังกับปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง ภาคประชาสังคมและสื่อควรร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมเคารพสิทธิส่วนตัว และที่สำคัญผู้เข้าร่วมงานทุกคนควรมีสติ เคารพขอบเขตผู้อื่น ไม่ฉวยโอกาสหรือสนับสนุนการกระทำที่เป็นการคุกคาม เมื่อนั้นสงกรานต์สีลมก็จะเป็นเทศกาล “สีรุ้ง” ที่เฉลิมฉลองความหลากหลายอย่างแท้จริง ปราศจากรอยด่างพร้อยของการล่วงละเมิดทางเพศ