โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘น้ำอบนางลอย’ ไอคอนิกวันสงกรานต์ ธุรกิจในตำนาน 110 ปี กับตำแหน่งเบอร์ 1 ไทยตลอดกาล

TODAY

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 03.58 น. • workpointTODAY

การทำธุรกิจที่เป็นสินค้าฤดูกาล (Seasonal items) เป็นเรื่องยากตรงที่สินค้าไม่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ต่างอะไรกับการทำธุรกิจแบบกลุ่มตลาด Niche Market (เฉพาะกลุ่ม) ที่ต้องเข้าใจและจับจุดแข็งธุรกิจตัวเองให้ได้

แต่สำหรับ ‘น้ำอบนางลอย’ ไอคอนิกวันสงกรานต์ที่คนไทยนึกถึง ทำไมอยู่ในตลาดไทยได้นานถึง 110 ปี โดยที่ยังเป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาลด้วย

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับธุรกิจในตำนาน ‘น้ำอบนางลอย’ ผ่านการเล่าเรื่องของ ‘น็อต-ดิษฐพงศ์ ธ.เชียงทอง’ ทายาทรุ่นที่ 4 ของธุรกิจน้ำอบนางลอย

[ จุดเริ่มต้นน้ำอบนางลอย กลิ่นหอมจากในวัง ]

รุ่นบุกเบิก (รุ่นที่ 1) ก็คือ ‘แม่เฮียง’ หรือ ‘ย่าเฮียง’เป็นผู้ริเริ่มน้ำอบที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ลอกเลียนแบบไม่ได้ โดยได้คิดค้นสูตรความหอมจากดอกไม้นานาชนิด พร้อมสมุนไพรไทยบางอย่าง และนำมาผสมผสานกับน้ำหอมของฝรั่งที่เป็นที่นิยมอย่างมากในสมัยก่อน

โดยสูตรที่เล่ามานั้นมาจากการดัดแปลงของย่าเฮียง หลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดวิธีการปรุงน้ำอบไทยมาจากเพื่อนที่อยู่ในวัง

ด้วยความที่ในสมัยนั้นยังไม่มีการทำน้ำอบไทยในเชิงพาณิชย์เพราะเป็นสินค้าในครัวเรือน ทุกบ้านจะมีการทำน้ำอบไทยจากความชอบตัวเอง ใช้ดอกไม้ที่ต่างกัน กลิ่นจากสมุนไพรต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน แต่ย่าเฮียงได้สร้างแบรนด์และนำมาขายที่ตลาดนางลอย (ข้างวัดบพิตรภิมุข เขตจักรวรรดิ กรุงเทพฯ) จนได้รับการบอกเล่าปากต่อปากถึงความหอมของน้ำอบย่าเฮียงที่คนส่วนใหญ่ชอบ

ลูกค้าเริ่มคุ้นเคยชื่อเรียกว่า ‘น้ำอบไทยของแม่เฮียงที่ตลาดนางลอย’ย่าเฮียงจึงนำมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ ‘น้ำอบไทยนางลอยของแม่เฮียง’

ย่าเฮียงได้เปลี่ยนรูปแบบการขายจากตวงน้ำอบ มาเป็นการบรรจุลงขวดแก้ว และเริ่มทำโลโก้ครั้งแรกตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน

ส่วนรุ่นที่ 2 เป็นยุคของการขยายตลาด และเปิดตลาดในต่างจังหวัด โดยรุ่นที่ 2 กับ 3 จะเป็นการขยายตลาดในแต่ละจังหวัด เน้นการขนส่งไปล่วงหน้า และกระจายสินค้าไปจังหวัดต่างๆ ในภูมิภาคนั้นอีกที

ต้องพูดว่า ยุคนี้ทำให้รู้ว่าลูกค้าของน้ำอบนางลอยมาจากจังหวัดไหนบ้าง หรือจังหวัดใดที่มีการใช้น้ำอบไทยประกอบพิธีการต่างๆ มากกว่าที่อื่น โดยปัจจุบันเป็น‘ภาคเหนือ – อีสาน’ ที่มีพิธีกรรมที่ต้องใช้น้ำอบไทยมากกว่าภาคอื่น รวมถึงกรุงเทพฯ

[ น้ำอบนางลอย มาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ตลาดไทย ]

น็อต-ดิษฐพงศ์ ได้เล่าว่า “ในสมัยก่อนคนไทยนิยมใช้น้ำอบกับร่างกาย เหมือนเป็นน้ำหอมที่คนสมัยนี้ใช้กัน”

“น้ำอบนางลอย เป็นกลิ่นหอมที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบ ทำให้กลิ่นกระจายไปทั่วในหลายบ้าน พูดง่ายๆ ก็คือ เราเป็นคนเปิดตลาดกลิ่นนี้มา 110 ปีแล้ว มันก็เลยทำให้เรากลายเป็นสัญลักษณ์ของน้ำอบไทยที่คนไทยคุ้นเคย”

และด้วยความที่เป็นคนแรกๆ ที่เปิดตลาด ‘น้ำอบไทย’ ขณะที่ครัวเรือนอื่นก็ทำน้ำอบกัน แต่กลิ่นที่ย่าเฮียงเป็นคนคิดค้นกลับได้รับการยอมรับ ทำให้น้ำอบนางลอยมีส่วนแบ่งการตลาดในปัจจุบันมากที่สุด ราวๆ 70-80%

“เราไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าน้ำอบไทยเจ้าอื่นในตลาดตอนนี้มีสัดส่วนรายได้เท่าไหร่ แต่คิดว่าเราเป็นเบอร์ 1 ในตลาดไทย ด้วยสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ 70-80%”

ขณะที่รายได้หรือยอดขายของน้ำอบไทยนางลอย ช่วงหลังโควิด-19 อาจจะยัง ‘ทรงๆ ไม่หวือหวา’ โดยปี 2567 ยอดขายอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านบาทซึ่งเป็นตัวเลขที่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นทีละนิด แต่ยังไม่เท่ากับช่วงก่อนที่จะมีโควิด-19

“ยอดขายตอนนี้ บวกลบกันแล้วก็ไม่เกิน 10% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางสถานการณ์อาจจะกระทบเราเล็กน้อย ถ้าไม่กระทบตรงๆ กับวันสงกรานต์อย่างโควิด-19 น้ำอบนางลอยก็ยังขายได้บ้างเรื่อยๆ”

“ตอนนี้เราคาดหวังแค่ให้รายได้ของเราเท่าเดิม อย่างน้อยคือ 7-8 ล้านบาท เพื่อให้เรายังคงรันธุรกิจต่อไปได้ แต่ความคาดหวังของผู้ประกอบการทุกคน ยอมรับว่าก็เป็นเรื่อง การเพิ่มรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งปีนี้เราจะพยายามทำการตลาดผ่านโซเชียลของเราเองมากขึ้น และที่ผ่านมาก็มีการ collab กับคนอื่นบ้าง แต่ก็หวังว่าจะมีองค์กรใหญ่ขึ้น หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงสนใจเรา และได้ร่วมงานกัน”

ปัจจุบัน ‘ฮีโร่โปรดักส์’ นอกเหนือจากน้ำอบนางลอย ในฐานะที่เป็นทายาทรุ่นที่ 4 เขาพยายามต่อยอดโปรดักส์ใหม่ๆ เพื่อทำให้แบรนด์สดใสขึ้น และสร้างการรับรู้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยสินค้าที่ขายดียังเป็นน้ำอบไทยที่เป็น ‘พระเอก’

ส่วนสินค้า ‘นางเอก’ ก็มีหลายตัวด้วยกัน เช่น

-แป้งหินร่ำ

-ดินสอพอง

-เทียนอบขนม

-เทียนหอม

-ยาดม

-ยาหม่อง

-เแอลกอฮอล์เจล

[ วันสงกรานต์ 70% ยอดขายมาจากน้ำอบไทย ]

วัฏจักรการขายสินค้าของ ‘น้ำอบไทยนางลอย’ ค่อนข้างสั้น เพราะมีช่วง period แค่เกือบๆ 3 เดือนในการส่งสต็อกสินค้าให้กับร้านค้าพาร์ทเนอร์ ก็คือ เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน (ครั้งเดือนเมษายน)

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ น็อต-ดิษฐพงศ์ อยากโฟกัสไปที่การสร้างสินค้าที่สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันลูกค้าได้ เช่น ยาหม่อง, ยาดม, เทียนหอม ฯลฯ และอย่างล่าสุดที่ collab ร่วมกับ ‘ปากาม้าไทยแลนด์’ผ้าขาวม้ากลิ่นน้ำอบไทยนางลอย เพื่อให้เข้ากับเทศกาลไหว้ผู้ใหญ่อย่างวันปีใหม่ไทยนั่นเอง

โดยรายได้หลักๆ ในช่วงวันสงกรานต์มากถึง 70% ยังอยู่ที่ ‘น้ำอบไทย’ ส่วน 30% เป็นยอดขายมาจากสินค้าประเภทอื่น

“ยอดขายในช่วงวันสงกรานต์จำนวนพีคๆ เลยก็น่าจะประมาณ 4,000-5,000 ขวดต่อวัน หรือประมาณ 300 โหล แต่ถ้าไม่ใช่ช่วงสงกรานต์บางวันเราแทบขายไม่ได้เลยสักขวด อาจจะเพราะร้านของเราอยู่ในกรุงเทพฯ และวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ไม่ได้แข็งแรงเท่าต่างจังหวัด”

[ ญี่ปุ่นมีโรงสาเก = ไทยมีโอ่งผลิตน้ำอบไทย ]

ความกังวลของธุรกิจน้ำอบไทยนางลอย แม้ว่าตอนนี้จะย่างเข้าสู่ปีที่ 111 แล้ว และยังโชคดีที่คนไทยให้ความสำคัญกับวันสงกรานต์ และเราก็เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก ในปี 2566 รวมถึงรัฐบาลพยายามผลักดัน Soft Power

แต่คำถามก็คือ เราจะช่วยกันอนุรักษ์ความเป็นไทย สินค้าไทย และภูมิปัญญาของคนไทยได้มากแค่ไหน เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่มาไทยในวันสงกรานต์และเที่ยวสนุกสนานแค่เล่นน้ำ และปาร์ตี้

แต่ถ้ากรุงเทพฯ และแต่ละจังหวัด ใช้ประโยชน์จากเทศกาลนี้ ผลักดันของดีของคนไทย สินค้าคนไทย รวมทั้งน้ำอบไทย หากได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้อง น้ำอบนางลอยก็คงอยู่ต่อไปได้อีกนาน

น็อต-ดิษฐพงศ์ ได้พูดถึง ‘ความฝันที่ยิ่งใหญ่’ ของเขาและธุรกิจน้ำอบนางลอยว่า เขาอยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับโลก

“ผมอยากให้น้ำอบนางลอยตัวดั้งเดิมอยู่ได้นานที่สุด ขณะเดียวกันก็อยากให้ตัวแบรนด์เติบโตเป็นที่รู้จักระดับโลก”

“เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมียอดขายสูงที่สุดก็ได้ แต่ทุกคนต้องรู้จักเรา”

“ผมอยากให้คนอื่น (นักท่องเที่ยวต่างชาติ) เวลาที่มาไทยแล้วนึกถึงเรา เหมือนเวลาที่เราไปต่างประเทศต้องไปดูวัฒนธรรมของเขา เช่น เวลาที่ไปญี่ปุ่นก็ต้องไปดูโรงสาเก หรือ ไปสวิตเซอร์แลนด์ต้องไปดูช็อกโกแลต อะไรแบบนี้”

“อยากให้คนนึกถึงเรา มาดูการผลิตน้ำอบของคนไทย ไม่ต้องมาด้วยโปรดักส์ก็ได้ แต่อยากให้มาด้วยความที่เป็น 100 ปีของเรา”

ถึงแม้ว่าสินค้าน้ำอบไทยนางลอยจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เป็นทั้งซีซั่นนัลโปรดักส์ และก็เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มด้วย ทั้งยังเป็นสินค้าที่จะอยู่ในช่วงเทศกาล หรือพิธีกรรมสำคัญๆ เท่านั้น แต่อย่างน้อยทายาทรุ่นที่ 4 ก็มองว่า ‘ความดั้งเดิม’ ของธุรกิจนี่แหละที่เป็นจุดแข็งของธุรกิจ ทำให้เกิดความแตกต่าง ซึ่งมันคือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจยุคนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...