โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ประเสริฐ" เผยเตรียมประชุมร่วม "รัฐบาลไทย-กัมพูชา" จัดการเด็ดขาด "แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ - ยาเสพติด" ภายในกค.นี้

The Better

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 10.58 น. • THE BETTER
“ประเสริฐ”  เผยเตรียมจัดประชุมร่วม “รัฐบาลไทย-กัมพูชา” จัดการเด็ดขาด “แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ - ยาเสพติด”  ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เผย “ดีอี” วางนโยบาย “สร้างคน” สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 4/2568 โดยมีนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี , นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีเข้าร่วมการประชุมว่าจากข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี ดำเนินการ 2 เรื่องสำคัญ โดยเรื่องที่ 1 ให้กระทรวงดีอี เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการประชุมร่วมเรื่องปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ไทย-กัมพูชา โดยกำหนดให้มีการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา (Joint Cabinet Retreat- JCR) ณ จังหวัดสระแก้ว เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดนของ 2 ประเทศร่วมกัน โดยมีวาระการประชุมเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งเรื่องมาตรการการป้องกัน PM 2.5 และการปราบปรามยาเสพติด ภายในเดือน กรกฎาคม 2568 นี้ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือเพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของทั้ง 2 ประเทศ

สำหรับการประชุม JCR ที่จะเกิดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการทำงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับการทำธุรกิจของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ซึ่งมีการให้เช่าสัญญาณโทรคมนาคม กับคู่สัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะมีการตรวจสอบ และเฝ้าระวังคู่สัญญาที่ละเมิดและทำผิดกฎหมาย
สำหรับเรื่องที่ 2 คือมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ดำเนินการสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งความเชื่อมั่นด้านการลงทุน รวมทั้งการศึกษาในด้าน Digital Services Tax สำหรับแพลตฟอร์ม OTT (Over The Top) โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการด้านดิจิทัล และประชาชน
นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาในประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญ อาทิ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยพระราชกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (13 เมษายน 2568) โดยจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้ สภาฯ พิจารณาผ่านความเห็นชอบ และเรื่องการจัดทำสำมโนประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการสำรวจ โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นที่น่าพอใจ เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งประชาชนสามารถตอบแบบสอบถามการสำรวจสำมะโนประชากรได้ ผ่านทางแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ และเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ https://www.nso.go.th/nsoweb/index
“การประชุมในครั้งนี้ มีวาระการหารือเรื่องของการเร่งรัดดำเนินการของหน่วยงานกระทรวงดีอี รวมทั้งการหารือเรื่องเรื่องการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยี AI โดยกระทรวงดีอี มีนโยบายการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาบุคลากร การสร้างการเรียนรู้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในด้านต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของบอร์ด AI แห่งชาติ โดยเฉพาะการสร้างกำลังคน ผ่านการอบรมทักษะ หรือการบรรจุหลักสูตรการเรียนรู้ AI ในระดับตั้งแต่เยาวชน ประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีศักยภาพ และความพร้อมในการรับมือกับเทคโนโลยี AI ในอนาคต” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...